|
สภาหอฯ ค้านเร่งเจรจา FTA
ไร้ผลศึกษาหวั่นเข้าทาง US
ประชาชาติธุรกิจ หน้า 17 วันที่ 29 มีนาคม 2547 ปีที่ 27 ฉบับที่ 3570 (2770) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเสนอท่าทีไทยในการเจรจา FTA ไทย-สหรัฐ 14 หัวข้อ ชี้ไทยยังไม่พร้อม ต้องศึกษาไปเจรจาไป ไม่ควรขีดเส้นให้จบในปี "48 ต้องเจรจาอย่างต่ำ 3-4 ปี ด้านนักธุรกิจภาคเหนือ-นักวิชาการ-เอ็นจีโอ รุมต้าน FTA เผยเปิดเสรีกับจีน ผลไม้ไทยเสียเปรียบเพราะจีนใช้มาตรการกีดกันรุนแรง แต่วัฒนายืนยันจะเริ่มเจรจากลางปีนี้แน่นอน นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการด้าน FTA สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงการจัดทำเขตการค้าเสรีระหว่างไทย-สหรัฐ (FTA) ว่า ทางคณะกรรมการ FTA ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลไทยประกาศว่า การเจรจา FTA ไทย-สหรัฐ จะต้องแล้วเสร็จภายในปี 2548 และคิดว่าการเจรจา FTA ควรจะต้องใช้เวลาอย่างต่ำ 3-4 ปี เนื่องจากขณะนี้ไทยยังไม่มีข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการเริ่มเจรจา FTA กับสหรัฐ ดังนั้นเพื่อความรอบคอบจะต้องมีการศึกษาควบคู่ไปกับการเจรจา และไทยอาจจะยอมในเรื่องที่สหรัฐต้องการบางเรื่อง เช่น GMOs, การเปิดเสรีทางการเงิน, การแลกกับเรื่องยกเว้นการเก็บภาษีทุ่มตลาด, สุขอนามัย และการเปิดตลาดสินค้าเกษตร นอกจากนี้ นายพรศิลป์ยังได้แถลงถึงท่าทีของภาคเอกชน โดยระบุว่า เมื่อเร็วๆ นี้ทางสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้ยื่นเอกสาร "ท่าทีเบื้องต้นของภาคเอกชนในการเจรจาจัดทำเขตการค้าเสรีไทย-สหรัฐ" ให้กับนายนิตย์ พิบูลสงคราม หัวหน้าคณะเจรจาไทย-สหรัฐ โดยในเอกสารระบุถึงท่าทีเรื่องต่างๆ ใน 14 หัวข้อ ได้แก่ 1)การเปิดตลาด ภาคเอกชนมองว่าสินค้าที่สหรัฐไม่ควรให้การอุดหนุนส่งออก ได้แก่ เนื้อไก่, ชิ้นส่วนไก่, เนยแข็ง และน้ำตาล ส่วนสินค้าที่สหรัฐควรลดการอุดหนุนภายใน ได้แก่ ข้าว กับน้ำตาล สำหรับสินค้าที่สหรัฐสามารถให้การอุดหนุนต่อไปได้ ได้แก่ ถั่วเหลือง, กากถั่วเหลือง, ข้าวโพด และนมผงขาดมันเนย 2)มาตรการสุขอนามัย เป็นประเด็นที่คณะเจรจาควรนำขึ้นเจรจาเป็นอันดับแรก และหากสหรัฐไม่ยอมในประเด็นที่ไทยเสนอไป ไทยไม่ควรยอมที่เจรจาในด้านอื่นๆ 3)สนับสนุนให้จัดทำความตกลงความยอมรับร่วมกัน (MRA) ในสินค้าผลิตภัณฑ์ประมง ผักผลไม้กระป๋อง 4)สินค้าตัดแต่งพันธุกรรม (GMOs) 5)การค้าสินค้า 6)กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า (rules of origin) 7)ในเรื่องแรงงาน ให้มีการเจรจาในเวที ILO เท่านั้น 8)การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ 9)นโยบายการแข่งขัน 10)การเคลื่อนย้ายนักธุรกิจ ผู้ลงทุน และผู้ให้บริการ 11)พิธีการทางศุลกากร 12)โทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ 13)เรื่องมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด ในประเด็นนี้นายกรกฎ ผดุงจิตต์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการนำเข้าและส่งออกสินค้า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ฝ่ายไทยควรขอให้สหรัฐยกเลิกมาตรการเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดกับประเทศคู่เจรจา เหมือนกับที่สหรัฐให้สิทธิกับประเทศสมาชิกเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) อย่างไรก็ตาม ท่าทีของสหรัฐก็คือ ไม่ต้องการเจรจาในเรื่องนี้ และ 14)การค้าบริการด้านการเงิน ในหัวข้อนี้ ดร.บรรลือศักดิ์ ปุสสะรังษี คณะทำงาน FTA ด้านการเงิน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่า ไทยต้องระวังประเด็นที่สหรัฐระบุว่าหลังลงนามใน FTA แล้ว หากไทยออกกฎระเบียบที่ทำให้นักลงทุนสหรัฐเสียเปรียบต้องชดใช้ค่าเสียหาย ดังนั้นก่อนที่จะลงนามไทยควรจะปรับปรุงกฎหมายและปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศให้เรียบร้อยก่อน ด้านนายราชันย์ วีระพันธุ์ ประธานคณะกรรมการเพื่อโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ (คสศ.) หอการ ค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือได้เสนอรายงานต่อกรรมการบริหารหอการค้าไทยว่า รัฐบาลควรชะลอการเจรจาเพื่อเปิดเขตการค้าเสรี (FTA) ที่ดำเนินอยู่ไว้ก่อน เพื่อพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น หลังจากที่ลงนามเขตเสรีการค้ากับจีนแล้วปรากฏว่าฝ่ายไทยเสียเปรียบมาก สร้างผลกระทบรุนแรงต่อเกษตรกรในภาคเหนือ "ประเทศที่ลงนามในเขตเสรีการค้า ควรจะต้องมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน แต่เรากลับลงนามกับประเทศที่ใหญ่กว่ามากอย่างจีนโดยที่เราไม่พร้อมเลย ขณะที่จีนนั้นก่อนการลงนามได้ตั้งกรมส่งเสริมการส่งออกผักและผลไม้ภายใต้กรอบการเจรจาเขตเสรีการค้าไว้เป็นการเฉพาะ นั่นเท่ากับว่าเขาพร้อมและมุ่งมั่นมากว่าการเจรจานี้จะทำให้เขาได้ประโยชน์" นายราชันย์กล่าว นายอนันต์ เหล่าธรรมทัศน์ ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดเชียงราย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ก่อนตกลงเปิดเขตการค้าเสรี ควรให้ข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจนแก่ประชาชน และควรให้ประชาชนมีส่วนในการตัดสินใจ โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องและจะได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกับนายอนุศิษฎ์ ภูวเศรษฐ ประธานหอการค้าจังหวัดลำปาง ที่ระบุว่า รัฐบาลควรมีมาตรการช่วยเหลือหรือบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดตามมา รวมทั้งมีมาตรการตอบโต้ การกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีที่หลายประเทศนำมาใช้ นายณรงค์ ธรรมจารี เลขาธิการหอการค้าจังหวัดลำพูน ให้ความเห็นว่า จีนมีมาตรการกีดกันทางการค้าเข้มงวดมากทำให้ผลไม้ไทยเสียเปรียบ นอกจากนี้การส่งออกลำไยในภาคเหนืออยู่ในมือพ่อค้าชาวจีนที่เข้ามารับซื้อถึงแหล่งแล้วส่งออกด้วยตนเอง ขณะที่พ่อค้าไทยไม่มีบทบาทในตลาดจึงไม่มีอำนาจต่อรอง ศ.ดร.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า รัฐบาลทักษิณเดินแนวทางทวิภาคีตามแบบสิงคโปร์ และคนที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเสรีคือ กิจกรรมการผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งเป็นฐานการเมืองของพรรคไทยรักไทย คนที่น่าเป็นห่วงคือ เกษตรกร เช่น การเปิด FTA ไทย-จีน กระทบเกษตรภาคเหนือ ไม่สามารถผลิตสินค้าแข่งกับจีนได้ก็ต้องออกจากอาชีพ แต่เรื่องนี้รัฐบาลไม่เคยให้ความ สนใจเลย ล่าสุดนายวัฒนา เมืองสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวในงานเปิดตัวกลุ่มพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 100 รายที่สนับสนุนการเจรจา FTA ไทย-สหรัฐ ที่ประเทศสหรัฐว่า การเจรจาจะเริ่มกลางปีนี้ หลังจากนั้นรัฐบาลจะพิจารณาผลดีผลเสียทั้ง 2 ฝ่ายก่อน แล้วจึงจะตัดสินใจว่าเปิดเสรีการค้าระหว่างกันหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในปี 2548 และในการพบปะกับภาคเอกชนสหรัฐ ทราบว่าภาคเอกชนต้องการเร่งรัดให้ไทยบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา และห่วงเรื่องการเปิดเสรีน้ำตาล กับรถกระบะ ประชาชาติธุรกิจ หน้า 17
|
| กลับหน้าแรก |