ธปท.ประกาศกฏเหล็ก คุมเข้มธุรกิจบัตรเครดิต

ข่าวการเงิน   โดย ผู้จัดการออนไลน์   วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2547

ธปท.ประกาศเกณฑ์คุมธุรกิจบัตรเครดิตใหม่ โดยไม่แตะต้องรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาทต่อเดือน แต่ผู้มีบัตรต้องมีเงินฝากไม่ต่ำกว่าวงเงินที่ได้รับอนุมัติ โดยจะพิจารณาจากกระแสเงินสดหมุนเวียน 6 เดือนย้อนหลัง ขณะเดียวกันก็เพิ่มอัตราการผ่อนหนี้จากร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 10 รวมทั้งยกเลิกบัตรที่ค้างชำระเกินกว่า 3 เดือนเป็นต้นไป และห้ามแจกของเพื่อล่อใจลูกค้า เว้นแต่จะมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรแล้วอย่างน้อย 1 งวด

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ออกประกาศในการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์ เพื่อเป็นการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของประชาชน และเป็นการระมัดระวังและป้องกันปัญหาจากบัตรเครดิตที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ตลอดจนเพื่อให้หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบัตรเครดิตมีความเหมาะสมชัดเจนสามารถถือปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกันโดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้เป็นต้นไป

สำหรับสาระสำคัญในประกาศของธปท.ที่ออกมา ประการแรก ได้มีการกำหนดคำจำกัดความของบัตรหลักและบัตรเสริมและกำหนดคุณสมบัติของผู้ถือบัตรแต่ละประเภทให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยคุณสมบัติของผู้ถือบัตรเครดิตในกรณีเป็นผู้ถือบัตรหลัก ต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือนหรือไม่ต่ำกว่า 180,000 บาทต่อปี มีเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์นั้นเป็นหลักประกันเต็มวงเงินของบัตรเครดิตที่อนุมัติ และเป็นผู้มีรายได้หรือเคยมีรายได้จากการทำมาได้ของตนเอง โดยพิจารณาจากกระแสเงินสดหมุนเวียนในบัญชีเงินฝากของสถาบันการเงินเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน ซึ่งเดิมไม่ได้กำหนด

ส่วนกรณีผู้บัตรรายเก่า ธนาคารพาณิชย์จะต่ออายุบัตรเครดิตให้แก่ผู้ถือบัตรรายเก่าที่มีรายได้จากแหล่งที่มาต่างๆ รวมกันต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน หรือต่ำกว่า 180,000 บาทต่อปีได้ หากผู้ถือบัตรรายเก่ามีประวัติการชำระหนี้ที่ดีต่อเนื่องโดยในรอบ 1 ปีย้อนหลังไม่เคยผิดนัดชำระเกิน 2 ครั้ง แต่ละครั้งไม่เกิน 30 วัน หลักเกณฑ์ประการที่ 2 คือ การชำระหนี้และการติดตามทวงถามให้ชำระหนี้ โดยเพิ่มอัตราการผ่อนชำระหนี้ขั้นต่ำจากเดิมที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของยอดคงค้างทั้งสิ้นเป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของยอดคงค้าง โดยให้ถือปฏิบัติสำหรับผู้ถือบัตรรายใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2547 และผู้ถือบัตรรายเก่าตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2550 เป็นต้นไป และให้ยกเลิกการใช้บัตรเครดิตกรณีผู้ถือบัตรมีการผิดนัดชำระหนี้เกินกว่า

3 เดือน นับแต่วันครบกำหนดชำระทันที

นอกจากนี้ยังกำหนดหลักเกณฑ์ให้ธนาคารพาณิชย์ต้องดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดในกรณีที่มีการโอนหนี้บัตรเครดิตหรือเปลี่ยนประเภทหนี้บัตรเครดิตไปเป็นหนี้ประเภทอื่น รวมทั้งการปฏิบัติและการจัดการเกี่ยวกับข้อมูลผู้ถือบัตรหรือผู้บริโภค โดยกำหนดวงเงินที่จะให้แก่ผู้ถือบัตรแต่ละรายต้องไม่เกิน 5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือนหรือมีกระแสเงินสดหมุนเวียนในบัญชีเงินฝาก โดยในกรณีที่เป็นผู้ถือบัตรรายเก่าให้มีผลปฏิบัติตั้งแต่วันที่1 มกราคม 2548 เป็นต้นไป รวมทั้งกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ต้องมีการบริหารความเสี่ยงของธุรกิจบัตรเครดิตและจัดให้มีระเบียบ หรือพิธีปฏิบัติของเจ้าหน้าที่หรือระบุในสัญญาการแต่งตั้งตัวแทนเพื่อกระทำการแทนธนาคารพาณิชย์

สำหรับการติดต่อหาผู้ถือบัตรรายใหม่หรือติดต่อผู้ถือบัตรรายเก่าเพื่อเสนอสินเชื่อประเภทใหม่ จะดำเนินการได้ตั้งแต่เวลา 8.00-20.00 น.ในวันจันทร์-วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ ให้ดำเนินการตั้งแต่เวลา 8.00-18.00 น. และห้ามมิให้แจกเงิน สิ่งของ หรือบัตรกำนัลใดๆ ในการรับสมัครลูกค้ารายใหม่ หรือการอนุมัติบัตรให้ลูกค้ารายใหม่ เว้นแต่จะมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรแล้วอย่างน้อย 1 งวด

 

 

 

กลับหน้าแรก