|
จับตารัฐ... แปลงอบายมุข
เป็นความชอบธรรม !!
รุ่งทิพย์ ภู่ทองคำ กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 26 มีนาคม 2547 นโยบายเปิดบ่อนกาสิโนในประเทศไทย กำลังเดินหน้าอย่างเข้มข้น ขณะที่ประเทศชาติกำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ รุมเร้าด้วยปัญหานานัปการ ทั้งปัญหาภาคใต้ ฆ่ากันตายแบบรายวัน ปัญหาการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งการระบาดซ้ำของไข้หวัดนกในบางพื้นที่ แต่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมาคิดจะเปิดบ่อนกาสิโนในประเทศ ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ไม่ชอบธรรม เป็นการหาเงินโดยใช้วิธีการที่ไม่ได้ยืนด้วยขาของตนเอง แนวคิดการเปิดบ่อนกาสิโน เป็นที่รู้ๆ กันว่า ในระดับนโยบายได้มีการตัดสินใจกันแล้ว เพียงแค่รอว่าจะอ้างเหตุผลอะไร และความน่าเชื่อถือมารองรับการตัดสินใจในการตั้งเปิดบ่อนกาสิโนเท่านั้น เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนจะต้องออกมารณรงค์ให้สังคมทั่วไปได้ตระหนักถึงผลกระทบจากการเล่นการพนัน หากมองอย่างผิวเผินการออกมาโยนหินถามทาง เกี่ยวกับการเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายในครั้งนี้จะเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ถ้าลงลึกในรายละเอียดจะพบว่า ครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร สถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลักไก่สรุปผลการศึกษาถึงผลดีไปให้รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้พิจารณา โดยอ้างถึงผลดีไว้ 5 ประการ คือ 1.จะทำให้รัฐสามารถสร้างงานสร้างรายได้เข้าประเทศ จากการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ปีละหลายแสนล้านบาท อาจทำให้คนไทยไม่ต้องไปเล่นการพนันที่ประเทศอื่น โดยเงินที่เคยสูญเสียให้กาสิโนต่างประเทศจะได้หมุนเวียนอยู่ในประเทศไทย และรัฐสามารถนำรายได้มาเป็นสวัสดิการด้านสังคม ช่วยคนทั้งประเทศไทย 2.เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยว มีเงินตราจากคนต่างชาติที่เข้ามาเล่นการพนัน 3.ลดภาระเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามบ่อนการพนันเถื่อน ลดการใช้อิทธิพลข่มขู่และคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่รัฐ จากสถิติพบว่ามีผู้เล่นการพนันต่อปีประมาณ 295,898 คนและต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามถึงร้อยละ 15-20 จากทั้งหมด 200,000 คน 4.รัฐสามารถสร้างงานให้ประชาชนจำนวนมาก โดยเมื่อมีกาสิโนที่ได้มาตรฐาน จะมีการสร้างแหล่งบันเทิงต่างๆ ไว้รองรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศอย่างครบวงจร นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดธุรกิจรอบๆ กาสิโนในทุกรูปแบบ อาทิ ร้านอาหาร ธนาคาร รถแท็กซี่ 5.ช่วยลดปัญหามาเฟียและปัญหาสังคมอื่นๆ เพราะรัฐสามารถควบคุมการดำเนินงานของธุรกิจนี้ได้ พร้อมทั้งลดปัญหาบ่อนการพนันเถื่อน ลดปัญหาส่งส่วย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการฯ ได้สรุปผลเสียที่ได้ศึกษามาพบว่า มีอยู่เพียงแค่ 3 ข้อเท่านั้น ได้แก่ 1.หากรัฐไม่มีมาตรการควบคุมกาสิโนอย่างเข้มงวดและโปร่งใส อาจเกิดปัญหาต่อสังคมได้ เช่น สังคมเสื่อมศีลธรรม เพราะเมื่อเปิดให้เล่นพนันอย่างถูกกฎหมาย เท่ากับส่งเสริมให้คนปฏิบัติตัวขัดกับหลักคำสอนของศาสนา และยังอาจทำให้เกิดปัญหาครอบครัว เพราะบุคคลที่ติดอบายมุขจะไม่มีเวลาทำงานหรือดูแลครอบครัว ซึ่งปัญหาสถาบันครอบครัวนี้ มีสาเหตุมาจากตัวบุคคลมากกว่าการมีกาสิโน โดยแม้จะไม่มีกาสิโนบุคคลดังกล่าวก็ไปเล่นที่บ่อนเถื่อนอยู่ดี 2.การเปิดกาสิโนจะเป็นตัวเร่งสร้างนิสัยมัวเมาในอบายมุขแก่เยาวชนของชาติ ทั้งนี้เยาวชนจะนำเงินที่ผู้ปกครองให้ไปเล่นการพนัน เมื่อเงินหมดก็จะลักเล็กขโมยน้อย พัวพันกับยาเสพติดจนถึงขั้นทำความผิดที่อุกฉกรรจ์มากขึ้นเรื่อยๆ หากรัฐจะเปิดกาสิโนก็ควรกำหนดอายุของผู้มาใช้บริการ 3.รัฐต้องมีมาตรการป้องกันการฟอกเงิน การที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้เป็นจำนวนมากนั้น ถือได้ว่า เป็นเพียงแค่การมองด้วยผลประโยชน์เฉพาะหน้าที่จะได้รับเงินเข้าประเทศอย่างรวดเร็ว โดยมองข้ามผลเสียในระยะยาวที่จะเป็นการทำลายคุณค่าของมนุษย์ ซึ่งจะทำให้เกิดความสูญเสียในอนาคตมากมายมหาศาล นอกจากนี้แล้วผลกระทบด้านสังคม จะทำให้ชีวิตของคนในพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปมาก เกิดความฟุ่มเฟือยอยากเล่นการพนันกันมากขึ้น และถ้าสร้างสถานเริงรมย์อยู่ภายในบ่อนกาสิโนด้วยแล้ว นอกจากจะทำให้เกิดปัญหาโสเภณีแล้วยังทำให้เกิดปัญหาสถาบันครอบครัวตามมา นอกจากนี้ในส่วนของบ่อนเถื่อน เช่น บ่อนกบดำ กบแดง ก็ไม่ได้หมดไป เพราะการเปิดกาสิโน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เข้มงวดในการตรวจจับบ่อนเหมือนเดิม ส่วนผลกระทบด้านเศรษฐกิจ คนเล่นกาสิโนส่วนใหญ่เป็นคนมีฐานะ เป็นเจ้าของธุรกิจ หากเล่นการพนันจนหมดเนื้อหมดตัวจะทำให้ลูกจ้างตกงาน ไม่มีเงินไปเลี้ยงครอบครัว จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ซึ่งสร้างความสูญเสียมหาศาล ขณะที่นายมนตรี สินทวิชัย สมาชิกวุฒิสภา มองต่างมุมกับสภาผู้แทนราษฎรอย่างสิ้นเชิง โดยแสดงความรู้สึกเป็นห่วงกับมุมมองของผู้บริหารประเทศ หรือคนที่เป็น ส.ส.มีความพยายามจะป้อนทัศนคติให้กับเด็กและเยาวชน โดยมองการพนันเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย เมื่อเด็กเติบโตมากับวิธีคิดอย่างนี้แล้ว สังคมจะอยู่ได้อย่างไร ดังนั้นวันนี้ทุกคนในสังคมจะต้องมีสติ เพื่อรับฟังสิ่งที่มีคนพยายามทำให้เกิดขึ้น แค่ปัญหาหวยบนดินที่ตอนนี้มีพระเริ่มกล้าแทงกันแล้ว อย่างนี้สังคมจะมีอะไรเป็นหลัก สิ่งที่ผู้บริหาร หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการร่างกติกาของบ้านเมืองจะต้องคิดและระวังคือ อบายมุขก็คืออบายมุข อย่าพยายามทำให้กลายเป็นเรื่องความชอบธรรม เมื่อบ่อนกาสิโนเกิดขึ้นจะทำให้คนเล่นการพนันมากขึ้น เพราะไม่ต้องแอบซ่อน หรือคนที่ไม่เคยลองก็อยากลอง เพราะเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย โดยเฉพาะข้าราชการ หากไปเล่นเสียการพนัน หน้ามืดขึ้นมาจะเกิดปัญหาการคอร์รัปชัน ปัญหาครอบครัวแตกแยก ในที่สุดก็หนีไม่พ้นการทำร้ายเด็กที่อยู่ในครอบครัว ดังนั้นรัฐบาลอย่าพยายามคิดเรื่องนี้ ควรศึกษาวิธีปราบบ่อน หรือปราบคอร์รัปชันดีกว่า สิ่งสำคัญอีกประการคือ รัฐบาลควรทำประชาพิจารณ์รับฟังเสียงประชาชน เพราะบ่อนถือเป็นมลพิษทางสังคม เราควรไปเพิ่มในส่วนที่ทำอะไรดีๆ ให้กับเด็กและเยาวชนจะดีกว่า และหากมีการเพิ่มพื้นที่ในส่วนใดของสังคมก็ควรจะเพิ่มพื้นที่ที่มีประโยชน์ ไม่ใช่ไปเพิ่มพื้นที่ที่กลับมาทำร้ายสังคมได้ รัฐบาลพยายามจะเร้าเรื่องการบริโภคก็มากพอแล้ว แต่กลับมีสิ่งเร้าให้เสี่ยงโชคอีก ....นโยบายเปิดบ่อนกาสิโน ของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มองรอบด้านแล้วหรือยัง การออกมาโยนหินถามทาง เป็นระยะๆ ของรัฐบาลสร้างความอึดอัดใจให้กับประชาชนไม่ใช่น้อย การนำสิ่งที่ผิดกฎหมายมาทำให้ถูกกฎหมาย เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือ อย่าทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในรัฐบาลชุดนี้อีกเลย เพราะลำพังการแก้ไข "ปัญหาภาคใต้" หรือ "ไข้หวัดนก" ประชาชนก็ขาดวามเชื่อมั่นไปมิใช่น้อยแล้ว แต่รัฐบาลกำลังจะสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นมาอีก ....หรือว่ารัฐบาลกำลังจะเดินหน้านโยบาย แปลงอบายมุข เป็นความชอบธรรม !!
|
| กลับหน้าแรก |