|
ซื้อเวลาราคาน้ำมัน
เดินสวนกระแส : กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 22 มีนาคม 2547 ราคาน้ำมันในตลาดโลก ที่ทะยานขึ้น กำลังเป็นสถานการณ์ ที่ทุกคนต้องหันมาจับตา ในฐานะปัจจัยใหม่ ที่อาจส่งผลกระทบซ้ำเติม เศรษฐกิจทั่วโลก และไทยเป็นหนึ่งในประเทศ ที่จะถูกแรงกระแทก จากราคาน้ำมัน รัฐบาลประกาศใช้นโยบายตรึงราคาน้ำมันมาตั้งแต่ต้นปี และเพียงช่วงเวลาเพียง 2 เดือน กองทุนน้ำมันอัดเงินไปพยุงราคาน้ำมันแล้วประมาณ 3,859 ล้านบาท แต่นโยบายตรึงราคาน้ำมันยังถูกประกาศย้ำมาอีกครั้งว่า จะยังใช้ต่อไป โดยได้เตรียมเงินที่จะทุ่มตรึงน้ำมันแล้ว การตรึงราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ แม้จะมีเหตุมีผล และน่าจะก่อให้เกิดผลดีมากกว่า แต่รัฐบาลจะรับภาระได้ขนาดไหน โดยเฉพาะเมื่อราคาน้ำมันยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น ซึ่งหมายถึงเงินที่จะนำมาชดเชยการใช้น้ำมันต่อลิตร ต้องเพิ่มจำนวนขึ้นด้วย และปัจจุบัน น้ำมันเบนซินต้องชดเชยลิตรละกว่า 1 บาท ถ้ารัฐบาลปล่อยให้ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวไปตามกลไกตลาด น้ำมันเบนซินคงจะพุ่งไปสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้ว โดยจะตกลิตรละเกือบ 20 บาท แต่รัฐบาลไม่สามารถปล่อยให้ราคาค้าปลีกน้ำมันขยับได้อีก และจำเป็นต้องแทรกแซง เพราะถ้าปล่อยราคาน้ำมันลอยตัว ผลกระทบจะตามมามากมาย โดยเฉพาะผลกระทบกับตัวเลขจีดีพีในปีนี้ ผลงานชิ้นสำคัญที่รัฐบาลยังสามารถนำมาอวด หรือใช้ตรึงศรัทธาของประชาชน และสามารถจับต้องเป็นรูปธรรมได้ มีเพียงผลงานด้านเศรษฐกิจ ตัวเลขทางเศรษฐกิจจึงเป็นป้อมปราการสุดท้ายที่รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หวงแหนสุดชีวิต พยายามประคับประคองตัวเลขอัตราการเติบโตเหมือนไข่ในหิน และปัจจุบันก็ยังทุ่มเททั้งตัว เพื่อกระตุ้นตัวเลขทางเศรษฐกิจ เรียกความเชื่อมั่นในการลงทุน เพราะจุดเป็นจุดตายของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ฝากไว้กับภาวะเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญที่คุกคามตัวเลขทางเศรษฐกิจ และรัฐบาลก็ไม่พร้อมจะเสี่ยงเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากน้ำมัน จึงต้องสกัดกั้นผลกระทบที่พุ่งเข้ามาล่าสุด โดยพยายามตรึงราคาน้ำมันจนกว่าจะแบกรับภาระไม่ไหว พ.ต.ท.ทักษิณยอมรับว่า การคาดหมายราคาน้ำมันมีความผิดพลาด และคงจะไม่ใช่ผู้นำประเทศไทยเท่านั้นที่ประเมินแนวโน้มราคาน้ำมันผิด ทั่วโลกก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน เพราะส่วนใหญ่คิดว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวขึ้นเพียงชั่วคราว โดยเฉพาะหลังสหรัฐสยบประธานาธิบดีซัดดัมอยู่มือ และเข้าไปเปลี่ยนแปลงในอิรัก ราคาน้ำมันจะอ่อนตัวลง แต่ราคาน้ำมันกลับแข็งขึ้น แข็งจนสร้างสถิติสูงสุดใหม่ ย้อนไปถึงช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซีย อย่างไรก็ตาม แม้ราคาน้ำมันจะพลิกความคาดหมาย แต่ถ้ารัฐบาลไม่ยอมกัดฟันทนแบกภาระการชดเชยต่อไป โดยปล่อยราคาค้าปลีกในประเทศขึ้น ต้นทุนการผลิตทั้งระบบจะพุ่งขึ้นทันที สินค้าจะแห่ขยับราคากันพรวดๆ ซึ่งส่งผลให้การบริโภคหดตัว ภาคธุรกิจต้องควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายกันอุตลุด ผลดำเนินงานบริษัททั่วไปจะชะลอตัวลง ภาวะการลงทุนจะซบเซา และส่งผลต่อเนื่องต่ออัตราการเติบโตของจีดีพี ซึ่งจะรุนแรงมากกว่าผลกระทบจากไข้หวัดนกเสียอีก การตัดสินใจตรึงราคาน้ำมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพื่อรักษาภาวะเศรษฐกิจไม่ให้เกิดอาการกระเพื่อมมากเกินไป ส่วนเงินที่จะนำมาพยุง ไม่น่ามีปัญหา เพราะรัฐบาลคงจะดิ้นรนหามาได้ แต่นโยบายตรึงราคาน้ำมันไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของปัญหา เพราะไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่า ราคาน้ำมันจะทรงตัวในระดับสูงอีกยาวนานเท่าไหร่ อีกนานไหมจึงอ่อนตัวลง และหากทะยานขึ้นต่อไป รัฐบาลจะแบกรับภาระการชดเชยได้อีกนานขนาดไหน ถ้าราคาน้ำมันขึ้นไม่หยุด เงินที่จะนำไปชดเชยน้ำมันต่อลิตรจะสูงขึ้น การสร้างภาระผูกพันกับแหล่งเงินที่จะตรึงราคาจะมากขึ้น สรุปง่ายๆ คือ รัฐบาลจะก่อหนี้ผูกพันจำนวนมหึมา เพื่อแลกกับการซื้อเวลา แลกกับสถานการณ์น้ำมัน และแลกกับการประคับประคองผลงานทางด้านเศรษฐกิจ แต่หากต้องซื้อเวลายาวนานไป ถึงจุดหนึ่งรัฐบาลอาจจะยืดสถานการณ์ไม่ไหว และต้องยอมปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัว โดยเคลื่อนไหวตามกลไก และถ้าเวลานั้นมาถึง เศรษฐกิจเกิดความปั่นป่วนขนานใหญ่แน่ เพราะภาคธุรกิจที่รัฐบาลพยายามอุ้มมาตลอด จะปรับตัวรับกับราคาน้ำมันไม่ได้ ตอนนี้รัฐบาลคงไม่มีทางเลือกมาก โดยจะต้องกัดฟันแบกภาระราคาน้ำมันต่อไป ภายใต้ความหวังว่า พระเจ้าจะเข้าข้างบ้าง ราคาน้ำมันจะขยับขึ้นเพียงชั่วคราว หลังจากนั้นคงอ่อนตัวลง คงต้องเอาใจช่วยรัฐบาลด้วย เอาใจช่วยให้รัฐบาลสมหวัง ซื้อเวลาได้ถูก เพราะถ้ารัฐบาลผิดหวังกับราคาน้ำมัน และการซื้อเวลา เป็นเพียงแค่การยื้อวิกฤติเท่านั้น เศรษฐกิจไทยในปีนี้เหนื่อยหนักแน่ และถ้าจีดีพีปีนี้ โตหลุดเป้า 7% ศรัทธาของรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณจะถอยลงขนาดไหน เพราะแม้จะตีปี๊บจีดีพี 8% ศรัทธายังตกหล่นไปแล้วไม่รู้เท่าไหร่
|
| กลับหน้าแรก |