ปักกิ่งเล็งเปิดเสรีเงินทุนใน6ปี ยันไม่เลิกระบบค่าเงินเดิม

ประชาชาติธุรกิจ หน้า 19  วันที่ 11 มีนาคม 2547  ปีที่ 27 ฉบับที่ 3565 (2765)

จีนขีดเส้นเปิดเสรีเงินทุนภายใน 6 ปี หลังขจัดอุปสรรคทางกฎระเบียบ และปฏิรูประบบธนาคารลุล่วงเสียก่อน พร้อมส่งสัญญาณชัดยังไม่คิดปรับระบบอัตราแลกเปลี่ยนในอนาคตอันใกล้ อ้างสอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจ ชี้ความได้เปรียบของสินค้าจีนมาจากค่าจ้างถูก ไม่ใช่ค่าเงิน

นายกั๋ว ฉู ชิง ประธานคณะกรรมการควบคุมนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนแห่งชาติ เปิดเผยว่า จีนเตรียมเปิดเสรีเงินทุนภายใน 5-6 ปี โดยการผ่อนปรนกฎระเบียบในส่วนของดุลบัญชีทุนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในการควบคุมธุรกรรมการลงทุนของประเทศ จะมีขึ้นทันทีที่การปฏิรูประบบธนาคารรัฐ ที่มีปัญหาหนี้เสียสูงแล้วเสร็จสมบูรณ์

ถ้อยแถลงดังกล่าวถือเป็นการกำหนดกรอบเวลาในการเปิดเสรีการเงินครั้งแรกของจีน นับจากเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินขึ้นในเอเชีย เมื่อปี 2540

ท่าทีที่เริ่มยืดหยุ่นมากขึ้นต่อการเปิดเสรีเงินทุน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจีนต้องการลดแรงกดดัน ที่มีค่าเงินสกุลหลักของประเทศ และที่ผ่านมาธนาคารกลางจีน และคณะกรรมการควบคุมนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน ต่างพยายามปรับความต้องการเงินหยวน และดอลลาร์ให้สมดุลกันมากขึ้น พร้อมกันนี้ได้อ้างถึงการขาดดุลการค้า 2-3 พันล้านดอลลาร์ ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ เป็นเหตุผลสนับสนุนการตัดสินใจไม่ปรับค่าเงินหยวนของจีน

แม้ถึงขณะนี้จีนยังไม่ประกาศตัวเลขดุลการค้าออกมาอย่างเป็นทางการ แต่หากทุกอย่างเป็นไปอย่างที่นายกั๋วคาดการณ์ จีนก็จะใช้การขาดดุล การค้าดังกล่าวเป็นเหตุผลในการตอบโต้ฝ่ายสหรัฐ ที่มักจะกล่าวหาจีนมาโดยตลอดว่าใช้นโยบายค่าเงินต่ำกว่าความเป็นจริง สร้างความได้เปรียบทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม

ขณะเดียวกัน นายกั๋วยืนยันว่ารัฐบาลจะคงนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนระบบคงที่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยอ้างว่าระบบดังกล่าวเป็นผลดีต่อเศรษฐ กิจของประเทศ ซึ่งขยายตัวที่ระดับ 9.1% เมื่อปีที่แล้ว พร้อมอ้างถึงงานวิจัยของฝ่ายจีนที่ชี้ว่าผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนต่อเศรษฐกิจ และการจ้างงานเป็นข้ออ้างที่เกินความเป็นจริง

ทั้งนี้ สหรัฐและประเทศอื่นๆ ได้พยายามกดดันจีน ให้ปล่อยเงินหยวนให้แข็งค่าขึ้น โดยวิจารณ์ว่าการผูกค่าเงินหยวนไว้ที่ระดับ 8.28 หยวนต่อดอลลาร์ ทำให้ค่าเงินต่ำกว่าความเป็นจริง และทำให้สินค้าจีนในตลาดโลกมีราคาต่ำกว่าคู่แข่ง

นายกั๋วตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจัยสำคัญสุดที่ทำให้จีนได้เปรียบเหนือสินค้าคู่แข่ง ไม่ใช่ค่าเงิน แต่เป็นค่าจ้างแรงงานในภาคการผลิตที่ต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยค่าจ้างของแรงงานจีนคิดเป็น 3% ของแรงงานในสหรัฐ

ประธานคณะกรรมการควบคุมนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน ยังยืนยันด้วยว่า ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวกึ่งจัดการของจีน สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของจีน และรัฐบาลจะคงนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนนี้ต่อไปอีกระยะหนึ่ง

ท่าทีในเรื่องเงินหยวนของทางการจีน สอดคล้องกับคำแถลงของนายกรัฐมนตรีเวิน เจีย เป่า ต่อที่ประชุมสมัชชาประชาชนจีน ที่ระบุว่าภารกิจสำคัญอย่างหนึ่งของรัฐบาลในปีนี้ คือ การรักษาเสถียร ภาพค่าเงินหยวน โดยจะปรับให้สอดคล้องกับดุลการชำระเงินระหว่างประเทศ

นอกเหนือจากนโยบายค่าเงินหยวนแล้ว ภารกิจสำคัญของจีนในปี 2547 ได้แก่ การผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวที่อัตรา 7% การเพิ่มการจ้างงานใหม่อีก 9 ล้านตำแหน่ง การยกระดับรายได้แก่ประชากรในชนบท การลดการขาดดุลงบประมาณให้อยู่ที่ระดับไม่เกิน 2.5% ของจีดีพี และการปฏิรูประบบธนาคารในประเทศ

น่าสังเกตว่า ในปีนี้รัฐบาลปักกิ่งได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการยกระดับรายได้ของประชากรในชนบท

"ตลอด 20 ปีที่ผ่านมารัฐบาลกลางจีนได้เน้นเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ แต่ในปีนี้จะเน้นเรื่องคุณภาพชีวิตของคนมากขึ้น เพื่อลดปัญหาความไม่เท่าเทียมในสังคม" นายเฉิน ซิงต่ง นักเศรษฐศาสตร์จากบีเอ็นพี พาริบาส์ เพเรกรีน กล่าว

ประชาชาติธุรกิจ หน้า 19

 

กลับหน้าแรก