|
แปรรูปรัฐวิสาหกิจ
'แปรเพื่อใคร'
ดร. เฉลิมพล ไวทยางกูร chalermpolw@clickta.com กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2547 ความขัดแย้งระหว่างพนักงานกฟผ.และรัฐบาล ที่กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นขณะนี้ ดูจะยังไม่มีทีท่าจะจบลงได้ง่ายๆ ภาวะเช่นนี้เป็นภาวะที่น่าสนใจว่า แล้วจะเกิดอะไรตามมา และจะจบลงได้อย่างไร ปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับ กฟผ. ในขณะนี้น่าจะถือว่าอยู่ในระยะเผชิญหน้า การแสดงความแข็งกร้าวของทั้งฝ่ายพนักงานและฝ่ายรัฐบาล หากไม่สามารถยุติลงได้จะมีโอกาสพัฒนาเป็นระดับรุนแรง ซึ่งนั่นหมายถึงหายนะที่อาจเกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย และเป็นสิ่งที่ควรพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ปล่อยให้ลุกลามไปถึงระดับนั้น ปัญหาก็คือ การลดระดับการเผชิญหน้า จะทำได้อย่างไร ถ้าทั้งสองฝ่ายต่างไม่ยอมถอยหลังให้แก่กันสักก้าวเดียว การปลุกระดมของทั้งสองฝ่ายที่ต่างก็ป่าวประกาศว่ากระทำด้วยความรักชาติ รักสมบัติของแผ่นดิน (ถ้าไม่มีอย่างอื่นแอบแฝง) กำลังถูกตั้งคำถามว่า ถ้าเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงกับประชาชนโดยรวม ความรักชาติของทั้งสองฝ่ายจะเกิดประโยชน์อะไรกับแผ่นดิน ประเด็นที่ทั้งสองฝ่าย ควรนำมาพิจารณาก็คือ องค์กร กฟผ. ขณะนี้มีเป้าประสงค์อย่างไร ในอดีตการก่อตั้ง กฟผ. เป็นเรื่องของรัฐที่ต้องการให้เกิดสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาคอื่นๆ ที่ใช้ประโยชน์จากพลังงานไฟฟ้า และขณะนี้ได้ผ่านพ้นภาระจำเป็นเหล่านั้นมาแล้ว กฟผ. ได้เติบใหญ่ และนอกจากจะให้บริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานแล้ว ยังสร้างผลกำไรจำนวนมหาศาลต่อปี คำถามก็คือว่า ตรงนี้เป็นเป้าประสงค์ของ กฟผ. หรือไม่? ประเด็นต่อมาที่ควรพิจารณาก็คือ เมื่อกิจการผลิตไฟฟ้าได้ก่อให้เกิดรายได้จำนวนมหาศาลกับรัฐ รัฐก็จำเป็นที่จะต้องกระจายรายได้เหล่านี้กลับไปสู่ประชาชนโดยรวมของประเทศ การที่รัฐพยายามที่จะนำองค์กรเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมทุน และนำเงินนั้นไปใช้ในกิจการต่างๆ ของรัฐ นั่นเป็นสิ่งที่สมควรทำหรือไม่? และถ้าสมควรจะถือว่าเป้าประสงค์ของ กฟผ. ได้เปลี่ยนไปแล้วหรือไม่? เป้าประสงค์ (Goals) ขององค์กรต้องมีความชัดเจน ความวุ่นวายสับสนที่เกิดขึ้นในองค์กรต่างๆ ส่วนหนึ่งมาจากความไม่ชัดเจนในเป้าประสงค์เช่นว่านี้ ถ้ารัฐบาลต้องการจะเปลี่ยนเป้าประสงค์ รัฐบาลต้องทำความเข้าใจกัน ทั้งกับพนักงานขององค์กรและประชาชนโดยรวม เพื่อให้มีความเข้าใจตรงกัน ซึ่งเมื่อมีความเข้าใจตรงกันแล้ว โอกาสที่จะสร้างการมีส่วนร่วมย่อมเป็นไปได้สูง และความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงองค์กรก็ย่อมจะมีโอกาสสูงด้วย ถ้าหากเป้าประสงค์ขององค์กรไม่ชัดเจนพอ รัฐบาลก็ต้องทำงานใหม่ เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชน รัฐบาลไม่ควรอ้างว่าได้แถลงต่อสภาแล้ว อยู่ในแผนพัฒนาประเทศแล้ว ได้ทำประชาพิจารณ์แล้วและไม่มีการคัดค้าน รัฐบาลจึงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้า และถอยไม่ได้ ความคิดเช่นนี้ไม่น่าถูกต้องนัก ประชาชนเป็นคน คนเป็นสัตว์สังคมที่ต้องเปลี่ยนแปลงปรับตัวเพื่อความอยู่รอด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่รัฐบาลจะยอมให้มีการทำประชาพิจารณ์อีก การทำประชาพิจารณ์ในช่วงที่มีการเผชิญหน้า จะช่วยลดระดับความรุนแรง ความฮึกเหิม ของฝ่ายผู้ที่ไม่เห็นด้วย และถ้าหากมีคำตอบที่ชัดเจนจากประชาชน ทุกฝ่ายก็ต้องยอมรับ เพราะนั่นเป็นเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ รัฐบาลไม่ควรกลัวเสียหน้า รัฐบาลไม่ควรแข็งกร้าวในสิ่งที่ไม่มีเหตุผล ในเมื่อฝ่ายผู้ไม่เห็นด้วยได้เปิดทางแสดงให้เห็นความจริงใจขนาดนี้แล้ว รัฐบาลก็ควรจะยอมรับฟัง และความรุนแรงก็จะไม่เกิดขึ้น ปีนี้เป็นปีแห่งการเลือกตั้ง ประชาชนจะต้องใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นทุกจังหวัด ถ้ารัฐบาลจะถือโอกาสให้ประชาชนแสดงประชามติพร้อมกับการเลือกตั้ง แสดงความต้องการว่า เห็นด้วยกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจอะไรบ้าง ในท้องที่ที่ประชาชนได้รับผลกระทบ หรือมีส่วนได้เสีย นั่นย่อมเป็นการเปิดโอกาสให้กับทั้งสองฝ่าย รัฐบาลสามารถชะลอการแปรรูปออกไประยะหนึ่ง ไม่ต้องรีบออกพระราชกฤษฎีกา จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนในขณะที่ประชาชนยังมีความสับสน ถ้าผลของประชามติออกมาว่า เห็นด้วย รัฐก็จะเดินหน้าได้เต็มที่ นักลงทุนก็มีความมั่นใจว่าได้ลงทุนกับสถาบันที่มั่นคง แต่ถ้าผลออกมาในทางตรงกันข้าม รัฐก็ต้องหยุดการดำเนินการแปรรูป และหาทางออกทางอื่นที่เหมาะสมมากกว่า อย่าลืมว่ารัฐบาลป่าวประกาศตลอดเวลาว่า เราเป็นอิสระ ไม่เป็นหนี้ IMF เราจะเป็นประเทศผู้ให้กู้ ไม่ใช่ประเทศผู้ขอกู้ เรามีรายได้เกินรายจ่าย เราจะมีงบประมาณที่สมดุล ทุกอย่างทำให้ประชาชนเชื่อว่า เรากำลังอยู่ในระหว่างเศรษฐกิจขาขึ้น แล้วทำไมจึงต้องรีบร้อนสำหรับเรื่องนี้ อีกทั้งองค์กร กฟผ. ก็มีผลการดำเนินงานกำไรมหาศาลทุกปี ถ้า กฟผ. ไม่มีประสิทธิภาพแล้ว เหตุไฉนจึงทำกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ รัฐบาลต้องใจกว้างมากกว่านี้ เพราะการฝืนความต้องการของประชาชน นอกจากจะไม่ก่อให้เกิดผลดีกับรัฐบาลแล้ว ความขัดแย้งจะยังคงอยู่อย่างคุกรุ่น และพร้อมที่จะทวีความร้อนแรงได้อีกเมื่อมีโอกาส
|
| กลับหน้าแรก |