|
ทุจริตการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์
โดย นวลน้อย ตรีรัตน์ มติชนรายวัน วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2547 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9441 ถึงแม้ว่าสังคมไทยโดยทั่วไปจะยอมรับว่า การทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นมะเร็งร้ายที่ลุกลาม และกัดกร่อนสังคมไทยอย่างมากมาย แต่สังคมไทยก็ยังประสบปัญหาค่อนข้างมาก ในการที่จะจัดการกับมะเร็งร้ายนั้น หมอเองก็เพียงต้องการรักษา ให้อาการไม่กำเริบมากไปกว่าเดิม หรือกำเริบโดยไม่แสดงอาการให้คนอื่นรู้ ส่วนคนไข้ก็อ่อนแรงจนเกินกว่าที่จะบอกหมอ ว่าต้องจัดการขั้นเด็ดขาดกรณีดังกล่าว สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ในกรณีการทุจริตจัดซื้อยา และเวชภัณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข ปีงบประมาณ 2541 ซึ่งแม้ว่าจะมีการออกมาเปิดโปงหลักฐานการทุจริต การตั้งกรรมการสอบสวนจำนวนหลายสิบชุด จนกระทั่งมาสู่การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบผลการสอบสวน และกระบวนการดำเนินการทางวินัย แก่ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง กับกรณีการจัดซื้อยา และเวชภัณฑ์ ซึ่งมี รศ.ธงทอง จันทรางศุ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2546 ซึ่งเกิดขึ้นหลังจาก ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้อ่านคำพิพากษา ว่าอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายรักเกียรติ สุขธนะ มีความผิดเป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ เพื่อประโยชน์ของตน กรณีเรียกรับสินบนจากบริษัทยาจำนวน 5 ล้านบาท และตัดสินให้จำคุกจำเลยเป็นเวลา 15 ปี เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2546 ทั้งนี้ ในส่วนข้าราชการได้มีการลงโทษการทุจริตยาใน 5 จังหวัดแรกไปแล้ว ซึ่งได้แก่ นราธิวาส พังงา ฉะเชิงเทรา นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา อย่างเข้มงวด โดยได้มีการลงโทษไล่ออกข้าราชการระดับสูงในกระทรวงที่พัวพัน 2 คน และปลดออกสาธารณสุขจังหวัด ทั้ง 5 จังหวัดไปแล้ว แต่ผลการสอบสวนองค์การเภสัชกรรม ซึ่งถูกใช้เป็นช่องทางในการทุจริตจัดซื้อยา และเวชภัณฑ์ที่สำคัญช่องทางหนึ่ง (จากเอกสารผลการสอบสวนของ ป.ป.ป.) โดยคณะกรรมการชุดนายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน เป็นประธาน ได้ชี้ให้เห็นว่าการทุจริตดังกล่าว ยังพัวพันไปอีก 34 จังหวัด ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการอีก 8 ชุด มาเพื่อสอบสวน 34 จังหวัดดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการก็ได้ระบุในผลการสอบสวนว่า มีการจัดซื้อยา และเวชภัณฑ์ที่ผิดปกติ ทั้งในแง่ราคา และลักษณะการสั่งซื้อ แต่กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการลงโทษสถานเบาโดยการภาคทัณฑ์ และว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น ประเด็นคำถามของสังคมคงจะเป็นเรื่องการลงโทษในกรณี 34 จังหวัด ว่าเหมาะสมเพียงไรอย่างไรก็ตาม ก่อนที่คณะกรรมการชุด รศ.ธงทอง จะได้สรุปผลประการใดออกมา กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีปัญหาการจัดซื้อยา และเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา ของกระทรวงสาธารณสุข ปีงบประมาณ 2541 เมื่อเดือนธันวาคม 2546 ซึ่งรายละเอียดในเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง มีทั้งส่วนที่เป็นข้อมูล ข้อเท็จจริง สรุปผลการสอบสวนของคณะกรรมการชุดต่างๆ และความคิดเห็น ตลอดจนการตีความข้อเท็จจริง ของคณะทำงานจัดทำเอกสารดังกล่าว ซึ่งความคิดเห็น และการตีความของคณะทำงานบางประเด็น ก็ขัดแย้งกับ คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่นประเด็นการยกเลิกราคากลางยา ความคิดเห็น หรือข้อสังเกตที่สอดแทรกอยู่ในเอกสาร ก็เป็นความพยายามที่จะแยกประเด็นต่างๆออกจากกัน เป็นการวิเคราะห์เป็นจุดๆ แยกจากกัน จนทำให้ภาพรวมของสิ่งที่เกิดขึ้นหายไป ผลลัพธ์ของการกระทำลดความสำคัญลงไป นอกจากนี้ การดำเนินการออกเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง ของกระทรวงสาธารณสุขในช่วงเวลาที่คณะกรรมการ ซึ่งแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กำลังดำเนินการอยู่ จึงดูเป็นเรื่องแปลก และก็เป็นคำถามว่า กระทรวงสาธารณสุข ต้องการส่งสัญญาณไปถึงคณะกรรมการอย่างใดหรือไม่ และคณะกรรมการจะรับสัญญาณดังกล่าวหรือไม่ ในคำพิพากษาของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีนายรักเกียรติ สุขธนะ ได้มีข้อความที่สะท้อนให้เห็นว่า ในการที่จะปราบปรามคอร์รัปชันให้ได้ผลนั้น จะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีคิด และวิธีการทำงานให้สอดคล้อง เพื่อให้เกิดการมองปัญหา และวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นกระบวนการ และภาพรวม "ขณะนี้ประเทศไทยมีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันฝังรากลึก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน จึงจัดตั้งองค์กรอิสระขึ้น โดยประสงค์ให้มีการตรวจสอบ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล แม้แต่ศาลเองก็ต้องปรับเปลี่ยนบทบาท เกี่ยวกับวิธีพิจารณาคดีระบบใหม่ ดังที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้บัญญัติไว้ในมาตรา 332 ว่า" (2) วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งต้องเป็นระบบไต่สวนข้อเท็จจริง โดยยึดสำนวนที่คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สรุปไว้เป็นหลัก และต้องยึดถือหลักในเรื่องการฟังความทุกฝ่าย และสิทธิในการต่อสู้คดีของผู้ถูกกล่าวหา "ดังนั้นศาลจักต้องคำนึงถึง เจตนารมณ์นำมาตรการแสวงหาความจริงให้ปรากฏ คดีทุจริต เมื่อมีเค้ามูล ย่อมจะต้องแกะรอยย้อนกลับตามไป ล้วงลึกถึงต้นตอ จึงต้องนำข้อเท็จจริงหลักฐานต่างๆ มาประมวลในภาพรวม" (คำพิพากษากรณีนายรักเกียรติ สุขธนะ หน้า 35) คนไทยคงอยากที่จะเห็นความจริงปรากฏอย่างถูกต้อง และเป็นธรรมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ไม่อยากเห็นการช่วยกันปกปิด และปกป้องคนที่ทำความผิดเอาไว้ เพราะยิ่งทำเช่นนั้นมากเท่าใด กระทรวงสาธารณสุขก็จะไม่มีวันเป็นกระทรวงที่ใสสะอาดได้ ดังที่สุภาษิตไทยได้กล่าวไว้ว่า "ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวปิดไม่มิด" หน้า 6
|
| กลับหน้าแรก |