|
ปัญหาขาดดุลสหรัฐ
ลามถึงคนยุคเบบี้บูม
บทนำ : กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2547 นับวันปัญหาการขาดดุลงบประมาณมหาศาล ของรัฐบาลประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช จะได้รับการกล่าวขวัญถึง และวิพากษ์วิจารณ์ ของหลายฝ่าย ล่าสุด นายอลัน กรีนสแปน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นให้การ ต่อหน้าคณะกรรมาธิการ ด้านงบประมาณ ของสภาล่าง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เรียกร้องให้สภาคองเกรส แก้ปัญหาขาดดุลงบประมาณ ของประเทศ ด้วยการตัดลดเงินสวัสดิการ ที่จะจ่ายให้แก่ผู้ที่เกษียณอายุ ในกองทุนประกันสังคม ในอนาคต ซึ่งหากไม่ดำเนินการดังกล่าวแล้ว อาจส่งผลให้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะยาว ปรับตัวขึ้น จนสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่สถานการณ์ของปัญหาขาดดุลงบประมาณ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าตัวเลขขาดดุลอาจทำสถิติสูงสุดในปีนี้ที่ 521,000 ล้านดอลลาร์ อาจเลวร้ายลงไปมากขึ้น หากคนยุค"เบบี้บูม" อันเป็นคนอเมริกันที่เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มมีสิทธิได้รับเงินประกันสังคมในอีก 4 ปีข้างหน้า นายกรีนสแปนที่จะมีอายุครบ 78 ปีในสัปดาห์หน้า เตือนว่า การเกษียณอายุของคนอเมริกันยุคเบบี้บูมจำนวน 77 ล้านคน จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในสัดส่วนของคนที่ทำงานกับคนที่จ่ายเงินเข้าสู่ระบบประกันสังคม และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพส่วนกลาง รวมไปถึงประชาชนที่จะมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการจากกองทุนดังกล่าว ขณะที่ตลาดการเงินในวอลล์สตรีทกำลังไปได้สวยกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบกว่า 4 ทศวรรษ ทว่าสถานการณ์นี้คงไม่ยืนหยัดอยู่ชั่วนิจนิรันดร์ เพราะตลาดการเงินจะผลักดันให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะยาวพุ่งทะยานขึ้น หากนักลงทุนมองไม่เห็นว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาขาดดุลงบประมาณจำนวนมหาศาลได้อย่างไร ในการตอกย้ำถึงความสำคัญของความไม่แน่นอนเกี่ยวกับต้นทุนค่ารักษาพยาบาลจากระบบประกันสังคม และเงินผลประโยชน์สวัสดิการต่างๆ จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นายกรีนสแปน ผู้ซึ่งเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางที่มีอิสระในการดำเนินนโยบายมากที่สุดคนหนึ่งของโลก ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลอีกครั้ง เมื่อเรียกร้องให้สภาคองเกรสเข้าไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและตัดลดงบประมาณการใช้จ่ายของภาครัฐลง เนื่องจากประชาชนที่เกษียณอายุแล้ว หรือใกล้ที่จะเกษียณควรจะได้รับสวัสดิการต่างๆ ตามพันธสัญญาที่รัฐบาลให้ไว้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรหาทางควบคุมเงินงบประมาณในส่วนของผู้เกษียณอายุ ด้วยการประกาศเลื่อนช่วงอายุการเกษียณออกไป และควรรีบดำเนินการเปลี่ยนแปลงโดยเรงด่วน เพื่อให้ประชาชนในกลุ่มนี้มีเวลามากพอในการปรับตัว คำเตือนของประธานเฟด ในเรื่องการตัดลดเงินสวัสดิการที่จะจ่ายให้แก่ผู้ที่เกษียณอายุในกองทุนประกันสังคม และเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลในอนาคต โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ด้านงบประมาณของชาตินั้น ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบ จากนายจอห์น แคร์รี วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต ซึ่งกำลังหาเสียงชิงชัยตัวแทนพรรคเดโมแครตเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือน พ.ย.ปีนี้ โดนนายแคร์รีกล่าวว่า หากได้เป็นประธานาธิบดี จะไม่ปฏิบัติตามข้อเสนอของนายกรีนสแปน ขณะที่คู่แข่งชิงตัวแทนพรรคเดโมแครตอย่างวุฒิสมาชิกจอห์น เอ็ดเวิร์ด จากนอร์ท แคโรไลนา ประณามข้อเสนอดังกล่าวว่าเป็นเรื่องเสียหาย ขณะที่ประธานาธิบดีบุช มองไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะตัดลดเงินสำหรับผู้เกษียณอายุ เรามั่นใจว่า ด้วยการดำรงสถานภาพอย่างมีเกียรติ โดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง หรือผลประโยชน์ทับซ้อนต่างๆ มาตลอดชีวิตการทำงาน ข้อเสนอของนายกรีนสแปนนั้นมีเป้าหมาย เพื่อตักเตือนถึงวิกฤตการณ์ร้ายแรงที่กำลังเกิดขึ้น กับประเทศชาติและประชาชนคนอเมริกันในอนาคตจริงๆ ไม่ได้สนับสนุนหรือเอนเอียงไปทางพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ ในช่วงที่ทั้งประธานาธิบดีบุช และตัวแทนจากพรรคเดโมแครต ยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนออกมาเพื่อถอดสลักวิกฤตการณ์ขาดดุลงบประมาณ แม้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐจะใกล้เข้าไปทุกขณะ อย่างไรก็ตาม แม้ตัวนายกรีนสแปน จะเชื่อว่าการขาดดุลจะลดลงในอีก 1-2 ปีข้างหน้าจากการขยายตัวของเศรษฐกิจและการลดงบประมาณกลาโหมลง แต่เมื่อคนรุ่นเบบี้บูมเกษียณอายุ สหรัฐอเมริกาอาจเผชิญหน้ากับทศวรรษแห่งการขาดดุลงบประมาณครั้งใหญ่
|
| กลับหน้าแรก |