|
จาก Roadmap ของ EU
สู่ Roadmap ของ ASEAN
มองมุมใหม่ : ดร. เฉลิมพล ไวทยางกูร กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 24 ตุลาคม 2546 ในการประชุมสุดยอด ASEAN ครั้งที่ 9 ที่บาหลีประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเร็วๆ นี้ที่ประชุม ASEAN โดยท่านผู้นำจากสองประเทศ คือ นายกรัฐมนตรีประเทศไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ นายโก๊ะ จ๊ก ตง ได้ร่วมกันผลักดันความร่วมมือในกลุ่มประเทศ ASEAN อีกขั้นหนึ่ง โดยได้บรรลุข้อตกลงในการก่อกำเนิดกลุ่มประชาคมอาเซียน หรือ ASEAN Economic Community (AEC) โดยจุดหมายปลายทาง คือ การรวมตัวเป็นสหภาพเศรษฐกิจ (Economic Union) ในอนาคต หลายท่านอาจตั้งข้อสังเกตว่า การรวมตัวในลักษณะเช่นว่านี้ เป็นการเลียนแบบการรวมตัวของกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งขณะนี้กำลังขยายจาก 15 ประเทศ เป็น 25 ประเทศ ครอบคลุมทั่วทั้งยุโรปตะวันตก และยุโรปตะวันออกในอดีต กลายเป็นยุโรปเดียว แต่การรวมตัวของ ASEAN ก็ถือว่า มีแบบฉบับของตัวเองในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ เพราะประเทศทั้งสิบในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีลักษณะของความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์อยู่แล้ว มีการเชื่อมโยงผลประโยชน์ร่วมกันในทางเศรษฐกิจการเมืองตั้งแต่ในอดีต เคยมีองค์กรที่ตั้งขึ้นโดยผลของสนธิสัญญาป้องกันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ Southeast Asia Treaty Organization (SEATO) มีพื้นฐานทางด้านชาติพันธุ์และวัฒนธรรมคล้ายกัน (แม้จะมีความเชื่อในทางศาสนาต่างกันอยู่บ้าง) มีระดับการพัฒนาที่ใกล้เคียงกัน (ยกเว้น ประเทศสิงคโปร์ อย่างที่เราทราบกันว่า ได้ยกระดับเข้าไปอยู่ในกลุ่มองค์กรเศรษฐกิจเพื่อความร่วมมือและพัฒนา (Organization for Economic Cooperation and Development หรือ OECD) เรียบร้อยแล้ว และที่สำคัญคือ มีมุมมองคล้ายกันในเรื่องของผลประโยชน์ที่จะได้จากการเปิดการค้าเสรี AEC จึงเป็นการก่อกำเนิดสหภาพเศรษฐกิจที่มีความลงตัวในอีกภูมิภาคหนึ่งของโลก อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความร่วมมือจากจุดเริ่มต้นที่ AEC กว่าจะไปถึง AEU (ASEAN Economic Union) คงไม่ใช่เรื่องง่าย การรวมตัวของกลุ่มประเทศยุโรปได้มีการพัฒนารูปแบบของการรวมตัวในหลายรูปแบบ การรวมตัวของสมาชิกเริ่มแรกไม่ได้มาจากการเปิดการค้าเสรี (Free Trade Area) เหมือนของ ASEAN หากแต่เนื่องมาจากความผูกพันจากการมีสนธิสัญญาร่วมกันระหว่างประเทศต่างๆ ในกลุ่มยุโรป อาทิ สนธิสัญญากรุงโรม (Treaty of Rome) ซึ่งเกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง อันทำให้เกิดการรวมตัวในรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลาย และสนธิสัญญาว่าด้วยเหล็กและถ่านหินของประชาคมยุโรป (European Coal and Steel Community Treaty) จากหกประเทศเริ่มแรกคือ เบลเยียม เยอรมนีตะวันตก (ในขณะนั้น) อิตาลี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ และฝรั่งเศส และขยายไปสู่สมาชิกอื่นในภาคพื้นยุโรปตะวันตกเกือบทั้งหมดในเวลาต่อมา พัฒนาการของสหภาพยุโรป (European Union) ได้ก้าวหน้าจากการรวมตัว เพื่อความร่วมมือในบางส่วนของเศรษฐกิจ ในที่สุดได้ปรับตัวครั้งใหญ่ โดยยกเลิกพิกัดอัตราภาษีศุลกากรระหว่างประเทศที่เป็นสมาชิกกลุ่ม เกิดสหภาพทางด้านภาษีศุลกากร ที่เรียกว่า สหภาพศุลกากร (Customs Union) และต่อมาได้เปิดเสรีการเคลื่อนย้ายแรงงาน และเงินทุนเพิ่มขึ้นกลายเป็นตลาดร่วม (Common Market) ก่อนที่จะถูกหล่อหลอมครั้งใหญ่ โดยความตกลงในการใช้สกุลเงินสกุลเดียวกัน คือ ยูโรดอลลาร์ (Euro Dollar) และใช้มาตรการเดียวกันในการดำเนินนโยบายเพื่อสุขภาพอนามัย เกษตร มาตรฐานทางเทคนิคทั้งหลาย เพื่อชาวยุโรปที่เป็นสมาชิกกลุ่ม ที่เรียกว่า สหภาพเศรษฐกิจ (Economic Union) พัฒนาการเช่นว่านี้ทำให้เกิดสถาบันเหนือชาติ (Supranational Institutions) หลายสถาบัน อาทิ ธนาคารกลางแห่งยุโรป (European Central Bank) สหภาพเศรษฐกิจและเงินตรา (Economic and Monetary Union) และหน่วยสกุลเงินยุโรป (European Currency Unit) เป็นต้น สำหรับประเทศในกลุ่ม ASEAN การรวมพลังที่ชัดเจนที่สุดในขณะนี้ คือ การรวมตัวเพื่อความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นจุดแข็งของการก่อกำเนิดองค์กร ASEAN แต่การรวมตัวดังกล่าว ก็ยังดำเนินไปอย่างหลวมๆ ดูเหมือนว่า ความร่วมมือที่ใกล้ชิดและเป็นรูปธรรมมากที่สุด คือ การรวมตัวเพื่อการค้าเสรีในกลุ่ม ที่เรียกว่า AFTA หรือ ASEAN Free Trade เท่านั้น ความร่วมมือในด้านอื่นยังไม่ปรากฏชัด ล่าสุดที่ค่อนข้างใกล้เคียง คือ การรวมกลุ่มของประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพื่อก่อตั้งบริษัทร่วมทุนยางพาราระหว่างสามประเทศ ซึ่งก็ยังถือว่าเป็นขั้นเริ่มต้นเท่านั้น เพราะยังไม่ครอบคลุมถึงบางประเทศในกลุ่มที่ผลิตยางพาราเช่นกัน เช่น เวียดนาม เมื่อเปรียบเทียบ Roadmap ของ ASEAN กับ Roadmap ของยุโรปแล้ว จะเห็นได้ว่า Roadmap ของ ASEAN ยังอยู่ในภาวะตั้งไข่เท่านั้นเอง พัฒนาการของสหภาพยุโรปกว่าจะมาถึงขั้น EU เป็นสิ่งที่น่าพิจารณาว่า ASEAN สามารถที่จะนำมาเป็นต้นแบบของ AEU ได้หรือไม่เพียงใด แน่นอนว่าในระหว่างสองกลุ่มเศรษฐกิจ ย่อมมีหลายอย่างที่เป็นความเหมือนในระหว่างความแตกต่าง และหลายอย่างเป็นความแตกต่างในระหว่างความเหมือน ASEAN จะพัฒนาจากเขตการค้าเสรีเป็นสหภาพศุลกากรอย่างแท้จริงได้หรือไม่ และจะพัฒนาไปถึงขั้นที่เปิดเสรีในการเคลื่อนย้ายเงินทุนและแรงงานระหว่างประเทศสมาชิกได้เพียงใด คงเป็นเรื่องที่ทุกประเทศในกลุ่ม ASEAN จะต้องให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจังมากกว่านี้ แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ทุกประเทศในกลุ่มให้ความสนใจเป็นเรื่องของการเปิดเสรีในทางการค้า ไม่ว่าจะเป็นแบบทวิภาคี หรือพหุภาคีเสียมากกว่า Roadmap ของ ASEAN จึงไม่น่าจะเหมือนกับ Roadmap ของ Europe |
| กลับหน้าแรก |