แก๊ง ราเกซ สักเสนา

เดินสวนกระแส : กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  25  พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 

การนำตัวนายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษา ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (บีบีซี) กลับมาดำเนินคดี ในประเทศไทย ใกล้ความจริงเข้ามาแล้ว ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่ายินดี เพราะบุคคล ที่ก่อความเสียหายรุนแรง ทางเศรษฐกิจไว้ ควรจะต้องกลับมารับกรรม

แต่จะมีคนบางกลุ่มคนไม่ยินดีนัก ถ้านายราเกซถูกส่งตัวมาประเทศไทย เพราะกลัวว่า พฤติกรรมปล้นเงินจากแบงก์บีบีซีจะถูกเปิดโปง

นายราเกซเป็นชาวอินเดีย ไม่ได้เกิดในประเทศไทย แต่เดินทางเข้ามาทำงานหลังปี 2520 โดยสร้างตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน และการลงทุน และเคยเป็นที่ปรึกษาการเงินให้หลายองค์กร แต่อยู่ที่ไหนไม่ทน เพราะพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ จนนายราเกซแทบจะหมดที่ไป

หลายปีที่ชื่อของนายราเกซเงียบหาย ไม่มีบทบาทในวงการเงินและการลงทุนมากนัก กระทั่งปี 2535 ชื่อของนายราเกซ ไปโผล่เป็นที่ปรึกษาของนายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ

และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางแผน ในการแก้เกมนายสอง วัชระศรีโรจน์ หรือเสี่ยสอง ซึ่งเข้ามาไล่ซื้อหุ้นแบงก์บีบีซี ก่อนที่เสี่ยสองจะถูกกล่าวโทษในข้อหาปั่นหุ้นแบงก์บีบีซีในปลายปี 2535

ระหว่างปี 2536 นายราเกซ มีบทบาทในแบงก์บีบีซีสูงมาก โดยมีอำนาจในการจัดการธุรกิจหลายอย่าง ซึ่งการผ่องถ่าย หรือยักย้ายถ่ายเทเงินจากแบงก์บีบีซีก็เกิดขึ้นในช่วง 2 ปี ไม่ว่าการตั้งบริษัทมากู้เงินจากแบงก์ การนำที่ดินถิ่นธุรกันดารมากู้เงิน หรือการสร้างเกมเทคโอเวอร์หุ้นในตลาดหลักทรัพย์

และมีการเทคโอเวอร์บริษัทในตลาดหลักทรัพย์นับสิบแห่ง โดยแบงก์บีบีซีเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และเป็นผู้สนับสนุนเงินกู้ในการเทคโอเวอร์ให้บรรดานักการเมืองหลายคน

นักการเมืองกลุ่ม 16 หลายคน เดินเพ่นพล่านหรือมีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องในแบงก์บีบีซีหลายคน ไม่ว่าการกู้เงิน หรือการเทคโอเวอร์บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ โดยใช้เงินจากแบงก์บีบีซี และมีการจัดฉาก อุปโลกน์เศรษฐีชาวอาหรับ เข้ามาเทคโอเวอร์

นายราเกซเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการกำกับ การบริหารเงินจากแบงก์บีบีซีทั้งหมด ส่วนนักการเมืองกลุ่ม 16 ที่มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับแบงก์บีบีซียุคนั้นมีแกนนำประกอบด้วย นายเนวิน ชิดชอบ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายสุชาติ ตันเจริญ และนักการเมืองอีกหลายคน

ช่วงที่นายราเกซเป็นที่ปรึกษาแบงก์บีบีซี  ได้รับการคุ้มกันความปลอดภัยอย่างดี โดยมีการจัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ ติดตามอารักขาหลายคน เหมือนบุคคลสำคัญของประเทศ ทั้งที่ปัจจุบัน มีฐานะเป็นอาชญากรเศรษฐกิจ ในปี 2538 นายราเกซ ถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงเงินประมาณ 2,000 ล้านบาท แต่เจ้าตัวหลบหนีจากประเทศไทยออกไปแล้ว โดยคาดว่า น่าจะถ่ายเทเงินออกจากแบงก์บีบีซีติดตัวไปนับหมื่นล้านบาท โดยยังไม่รวมเงินที่ถูกบรรดานักการเมืองปล้นไปจากแบงก์แห่งนี้ ซึ่งคาดว่า จะมีจำนวนหลายพันล้านบาท

แบงก์บีบีซีถูกลบชื่อทิ้งไปแล้ว เพราะฐานะล่มสลาย จนแบงก์ชาติต้องอัดฉีดเงินเข้าไปแก้ปัญหา แต่พ่อมดที่ทำให้แบงก์บีบีซีล่มสลาย ยังไม่ถูกนำตัวมาดำเนินคดี

แต่วันเวลาที่จะใช้เงินเสวยสุขของนายราเกซสั้นลงแล้ว เพราะกระทรวงยุติธรรมจะจับตัวส่งกลับมาดำเนินคดีในไทย

และถ้าถูกส่งกลับตัวมาเมื่อไร อาจจะมีการเปิดโปงข้อมูล บรรดาคนที่เข้าไปร่วมแบงก์บีบีซีเมื่อ 10 ปีก่อนตีแผ่ออกมา

บรรดาผู้ที่เคยร่วมขบวนการปล้นแบงก์บีบีซี จึงอาจไม่สบายใจนักที่นายราเกซจะกลับมา เพราะพฤติกรรมของตัวเองในอดีตอาจถูกเปิดเผย

การกลับมาของนายราเกซมีความหมายมาก เพราะไม่เฉพาะการนำตัวนายราเกซมาใช้กรรมเท่านั้น แต่ยังจะใช้นายราเกซ เป็นพยานชี้ตัวบรรดาคนที่ทำให้แบงก์บีบีซีล่มสลาย จนประชาชนกว่า 60 ล้านคน ต้องร่วมกันแบกรับภาระด้วย

โดยบรรดาแก๊งที่ปล้นแบงก์บีบีซี แน่นอนอาจจะมีนักการเมืองรวมอยู่ด้วย และอาจจะเป็นนักการเมืองที่มีอำนาจวาสนาในรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขณะนี้

อีกไม่นานเกินรอแล้ว ประเทศไทยจะได้ตัวนายราเกซมา แต่จะได้ตัวนักการเมืองที่สมรู้ร่วมคิด กับนายราเกซ ปล้นแบงก์บีบีซีหรือไม่ อยู่ที่รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ว่าจะต้องการรื้อฟื้นความสูญเสียในแบงก์บีบีซีขนาดไหน

และพ.ต.ท.ทักษิณ จะตามล่ากลุ่มคนที่มีส่วนทำให้ระบบเศรษฐกิจในอดีตล่มสลาย โดยไม่ไว้หน้าใคร แม้แต่นักการเมืองร่วมรัฐบาลชุดปัจจุบันหรือไม่

นายราเกซ กลับมาเมื่อไหร่ จะมีเรื่องสนุกที่ให้ติดตาม มีข้อมูลเบื้องหลังความพินาศของแบงก์บีบีซี ที่จะต้องเจาะอีกเยอะ

ใครที่ร่วมขบวนการกับนายราเกซ ใครที่เคยปล้นเงินแบงก์บีบีซีไป อาจจะต้องเตรียมตัวไว้ชดใช้กรรมเก่าได้ ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเอาจริงกับแก๊งปล้นแบงก์บีบีซี

 

กลับหน้าแรก