|
ข้อคิดพันธมิตร
ในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ
(The Global Logic of Strategic Alliances)
บทความ โดย ผศ.ดร.ชวนะ ภวกานันท์ ประชาชาติธุรกิจ หน้า 6 วันที่ 24 พฤศจิกายน 2546 ปีที่ 27 ฉบับที่ 3534 (2734) ในโลกยุคโลกาภิวัตน์จะเห็นได้ว่าธุรกิจระหว่างประเทศ มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลก บรรษัทข้ามชาติของแต่ละประเทศ มีการพัฒนาเทคโนโลยี และพยายามหาแนวทางพัฒนากลยุทธ์ ค้นคว้าผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน เพื่อขยายอำนาจทางการตลาด สามารถขายสินค้าของตนไปได้ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินธุรกิจข้ามชาติ ย่อมมีปัจจัยจากสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป ตามลักษณะของประเทศที่ธุรกิจข้ามชาติต้องการไปลงทุน ด้วยเหตุที่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมต่างๆ การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงในรสนิยมของผู้บริโภคในตลาดของประเทศต่างๆ ที่มีความสอดคล้องคล้ายคลึงกันเพิ่มมากขึ้น ภาวะการแข่งขันจากคู่แข่งในประเทศต่างๆ รวมถึงความสลับซับซ้อน ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมที่เกิดขึ้น เป็นผลให้บรรษัทข้ามชาติ ไม่สามารถดำเนินธุรกิจด้วยตนเองได้ทั้งหมด ในการดำเนินธุรกิจตามลำพัง อาจส่งผลให้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูง ฉะนั้น ในการดำเนินธุรกิจข้ามชาติ จึงมีความจำเป็นในการหาวิธีการ และกลยุทธ์เพื่อสร้างขีดความสามารถของธุรกิจ และเป็นการลดข้อจำกัดต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจข้ามชาติ กลยุทธ์หนึ่งที่นิยมใช้คือ การหาพันธมิตรทางธุรกิจ แนวคิดในการเลือกพันธมิตรจึงเป็นสิ่งจำเป็น การมีพันธมิตรทางธุรกิจเป็นสิ่งที่ดี ทำให้สะดวกในการที่จะเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภค ในตลาดต่างประเทศ (foreign market) แต่อย่างไรก็ตาม ในการบริหารการจัดการส่วนใหญ่ ยังมิได้ใช้กลยุทธ์ในการหาพันธมิตรอย่างแท้จริง บางครั้งการหาพันธมิตรทางธุรกิจไม่ว่าจะเป็นการร่วมลงทุน (joint venture) หรือการตกลงทำธุรกิจร่วมกัน โดยการทำสัญญาความร่วมมือระหว่างกัน (contractual relationship) โดยมีวัตถุ ประสงค์ และคำนึงถึงความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ และผลประโยชน์ของบริษัทตนเองเพียงฝ่ายเดียว และหากไม่เข้าใจถึงคุณค่าของกลยุทธ์ในการทำสนธิสัญญาระหว่างกัน ในที่สุดแล้วทั้งสอง จะไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ บทความนี้ต้องการที่จะชี้ให้เห็นถึงแนวคิด และความสำคัญในการหาพันธมิตร เพื่อดำเนินธุรกิจร่วมกัน ของบริษัทข้ามชาติ โดยกล่าวถึงและสรุปไว้ใน 2 ประเด็นหลัก คือ ประเด็นที่หนึ่ง ความสำคัญและเหตุผลของการมีพันธมิตรธุรกิจ ประเด็นที่สองแนวคิดในการสร้างพันธมิตรของบริษัทข้ามชาติ นอกเหนือจากเหตุผลดังกล่าวแล้ว ค่าใช้จ่ายในการลงทุนในธุรกิจระดับช้ามชาติส่วนใหญ่ เป็นต้นทุนผลิตคงที่ (fixed costs) อันได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการวิจัย และพัฒนา เงินลงทุนในเทคโนโลยี ค่าใช้จ่ายในการโฆษณา สร้างความเชื่อถือในสินค้า (brand royalty) ค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ต้องใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะสามารถสร้างตลาดได้ทั่วโลก ฉะนั้น เพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเสียเงินลงทุน และลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ลง การหาพันธมิตรเพื่อกระจายต้นทุน คงที่ให้ได้ต้นทุนต่ำสุด จึงเป็นกลยุทธ์ที่ธุรกิจข้ามชาติจะต้องคำนึงถึงอีกด้วย ดังนั้น แนวคิดในการสร้างพันธมิตรของบริษัทข้ามชาติ (Dangers of Equity/The Logic of Entente) จึงเป็นสิ่งสำคัญ การหาพันธมิตรเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ในการขยายตลาดเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดโลก การกระจาย และร่วมมือทางเทคโนโลยี รวมถึงการลดความเสี่ยงโดยลดต้นทุนคงที่ เป็นการลงทุนตามที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้น มิได้เป็นกลไกที่สมบูรณ์ทั้งหมด ในการสร้างพันธมิตรนอกจากคำนึงถึงวัตถุประสงค์และประโยชน์ที่ได้รับแล้วนั้น จะต้องคำนึงถึงวิธีการ และแนวทางในการสร้างพันธมิตร เพื่อที่จะสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามวัตถุประสงค์ จากอดีตที่ผ่านมาบริษัทข้ามชาติโดยทั่วไป มักมีแนวคิดในการขยายสู่ตลาดต่างประเทศได้ด้วยตนเอง หรือการรวมกิจการ หรือโดยการเข้าร่วมทุน (joint venture) ซึ่งแนวคิดใน 2 ประการหลังนี้จะใช้วิธีการเข้าถือหุ้น ให้มีสัดส่วนมากกว่า 50% และใช้เงินลงทุนเป็นเครื่องมือ เพื่อให้มีอำนาจในการเข้าควบคุมในการดำเนินการ โดยต้องการให้ได้เงิน ปันผล และได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน (return on investment) สูงสุดภายในระยะเวลาอันสั้น ในการดำเนินธุรกิจข้ามชาติในปัจจุบันหากคำ นึงถึงแนวทางดังกล่าวมากเกินไป อาจจะส่งผลให้ในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งอาจจะเป็นบทเรียนที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ฉะนั้น ในการดำเนินธุรกิจร่วมกันเป็นหุ้นส่วนที่ดี จะต้องใช้ความเข้าใจ โดยสร้างความกระตือรือร้น ให้อิสระในการพัฒนาแนวความคิด สร้างความมุ่งหวังร่วมกัน มีความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน รวมถึงการประสานความกลมเกลียวของบุคลากรทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสร้างวัฒนธรรม และกำหนดกลยุทธ์ร่วมกัน จักได้สร้างประโยชน์ร่วมกันและบรรลุวัตถุประสงค์ในที่สุด เหตุนี้นอกจากพิจารณาในประเด็นดังกล่าวข้างต้น ยังต้องคำนึงถึงแนวคิดในประเด็นหลักต่อไปนี้ด้วย 1.ผู้ถือหุ้นหลักที่มีอำนาจในการบริหาร มิใช่เพียงแต่คำนึงถึงประโยชน์จากพันธมิตรเพียงฝ่ายเดียว โดยการสั่งการและตนเองไม่ได้ลงมือปฏิบัติ สิ่งสำคัญคือผู้บริหารจะต้องสร้างแรงจูงใจ มีลักษณะความเป็นผู้ประกอบการ พัฒนาทักษะของบุคลากรในองค์กร เพื่อที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กรและพันธมิตรของตนด้วย 2.การเข้าร่วมพันธมิตรควรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เชื่อมั่นต่อกัน หากต่างฝ่ายต่างมีความชำนาญ มีความสามารถคนละด้าน ก็สามารถที่จะเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เพื่อผลประโยชน์และความสำเร็จร่วมกันไม่ใช่ของฝ่ายเดียว 3.หากมีแนวคิดที่จะดำเนินการเองในทุกส่วน โดยไม่หาพันธมิตร ต้องระลึกว่าจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการกระจายสินค้า ค่าใช้จ่ายวิจัยพัฒนา ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น จะก่อให้เกิดความเสี่ยงของธุรกิจ อีกทั้งต้องใช้เวลามาก ในการสร้างทักษะให้กับบุคลากร ด้วยเหตุผลนี้จึงมีธุรกิจข้ามชาติที่มีความต้องการที่จะหาพันธมิตร มาร่วมเป็นร่วมตายในธุรกิจ 4.รูปแบบและแนวคิดของผู้ร่วมลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ ต่อความสัมพันธ์ในการสร้างพันธมิตร หากพันธมิตรมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน จะทำให้เกิดปัญหาความยุ่งยาก ในการเป็นพันธมิตร กลับสร้างปัญหาให้กับธุรกิจเพิ่มมากขึ้น ก็เป็นสิ่งมองข้ามกันไม่ได้จากข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจร่วมกับพันธมิตร ซึ่งในความเห็นของผู้เขียนถือว่ามีส่วนสำคัญที่สุดก็ว่าได้ จึงฝากปิดท้ายบทความนี้สำหรับท่านนักธุรกิจ ที่กำลังจะนำธุรกิจตัวเองสู่ตลาดโลก ก็อย่าลืมเรื่องต่อไปนี้คือ 1.ข้อจำกัดในด้านวัฒนธรรม สังคม การเมือง ศาสนา และความแตกต่างทางแนวความคิดของคนแต่ละสัญชาติ หากไม่สามารถเข้าใจถึงวิธีการดำเนินธุรกิจของชาตินั้นๆ ย่อมที่จะเกิดข้อขัดแย้งระหว่างการเป็นพันธมิตรได้ 2.การศึกษา และเลือกเฟ้นพันธมิตรที่มีวัตถุประสงค์ตรงกันต้องใช้เวลานานในการเจรจา ข้อตกลงในรายละเอียดเป็นไป ด้วยความยากลำบาก ความเชื่อมั่นของคู่เจรจาในแต่ละประเทศแตกต่างกัน ทำให้การตกลงทำธุรกิจตั้งแต่เริ่มแรก ขาดความเชื่อถือ จึงต้องควรสร้างความจริงใจต่อกัน ตั้งแต่เริ่มต้นเจรจา และตัดความเป็นเขาเป็นเราออกด้วย 3.แนวคิดตามบทความดังกล่าว อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับประเทศ และคู่ค้าที่มีความเจริญทางการค้าทัดเทียมกัน แต่ในประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทยเรา คงจะหาผู้ที่จะมาลงทุน โดยหาพันธมิตรทางการค้าได้ยากลำบากพอสมควร ที่จะไม่เอาเปรียบไว้ก่อน จึงควรสังวรว่าเราจะยอมเสียเปรียบบ้างได้แค่ไหนเพียงไร 4.การร่วมลงทุนโดยสร้างพันธมิตรดังกล่าว อาจจะเป็นประโยชน์กับบรรษัทข้ามชาติที่มีอำนาจทางการเงิน และจะส่งผลให้เกิดการผูกขาดทางการค้าได้ ตลอดจนก่อผลกระทบต่อธุรกิจขนาดกลาง และขนาดเล็กได้ตามมาในอนาคตอีกด้วย ต้องคำนึงถึงผลกระทบนี้ เพราะมีผลต่อความเจริญทางเศรษฐกิจ ระดับประเทศของเราได้ อย่าเห็นแก่ประโยชน์ธุรกิจมากเกินไปนัก ประชาชาติธุรกิจ หน้า 6
|
| กลับหน้าแรก |