จีนจะแพ้ภัยตัวเองเรื่องหยวน

จับกระแส : ชาลี วาระดี charlee@nationgroup.com  กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546

ตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐ นำโดยนายจอห์น สโนว์ รวม.คลัง เปิดฉากกดดันให้รัฐบาลจีนลอยตัวค่าเงินหยวนโดยเร็วที่สุด ก็มีนักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาตาว่า ขณะนี้เงินหยวนสมควรจะถูกลอยตัวหรือไม่ ถ้าลอยตัวแล้ว เศรษฐกิจแดนมังกรที่ยังปิดอยู่มาก จะรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

บ้างก็ว่า ต้องรอให้จีนปฏิรูประบบการเงินให้เข้มแข็งมากกว่าปัจจุบันเสียก่อน เศรษฐกิจจึงจะไม่ได้รับผลกระทบ บางรายก็แนะนำให้จีนปรับไปใช้ระบบตะกร้าเงินแทนระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่

บ้างก็ว่า จีนควรปรับขยายช่วงการแกว่งตัวของเงินหยวนต่อดอลลาร์ให้กว้างขึ้น เพื่อลดแรงกดดันจากสหรัฐ

รัฐบาลสหรัฐซึ่งถูกกดดันมาจากผู้ประกอบการท้องถิ่นมาอีกต่อ มักอ้างว่าระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ของจีน ซึ่งผูกติดหยวนเข้ากับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 8.28 หยวน/ดอลลาร์นั้น เป็นนโยบายที่เอาเปรียบ และไม่ยุติธรรมต่อผู้ส่งออกอเมริกัน

ส่วนจีนเองนั้น ยืนกระต่ายขาเดียวมาตลอดว่า จะยังไม่ลอยตัวค่าเงินหยวนในช่วงนี้ แต่ก็มีนโยบายที่จะปล่อยเสรีค่าเงินหยวนอย่างเต็มที่ หากเศรษฐกิจพร้อมรับมือ

ขณะนี้จึงต้องรอดูกันว่า คณะทำงานสหรัฐ-จีน ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาศึกษาหาทางลอยตัวเงินหยวน จะได้ข้อสรุปร่วมกันอย่างไรบ้าง

จริงๆ แล้ว ไม่เพียงสหรัฐเท่านั้นที่ปรารถนาที่จะให้รัฐบาลปักกิ่ง เลิกใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ประเทศในเอเชียที่ได้รับความเสียหายจากนโนยบายของจีน ก็ออกมาโวยวายเหมือนกัน เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ แต่ระยะหลังๆ กลับเงียบเสียงไป

อาจกลัวว่า หากจีนเกิดตบะแตกขึ้นมา หันไปลอยตัวค่าเงินหยวนจริงๆ ผลเสียต่อเศรษฐกิจเอเชีย อาจมีมากกว่าผลดีก็เป็นได้

แม้ว่าจีนจะเมินเฉยต่อแรงกดดันจากภายนอกประเทศ แต่ปัจจัยจากภายในเอง อาจเป็นสิ่งที่ไม่อาจทำให้ผู้นำจีน นิ่งเฉยอีกต่อไปได้ ท่ามกลางการเติบโตอย่างไม่บันยะบันยังของเศรษฐกิจจีน จนมีอัตราเติบโตรายปีในไตรมาสที่ 3 ถึง 9.1%

บทวิเคราะห์ชิ้นหนึ่งจากธนาคารโซซิเอเต เจเนราล ของฝรั่งเศส ให้มุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า จีนซึ่งเป็นผู้เล่นที่มีบทบาทมากขึ้นทุกขณะ ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และตลาดน้ำมันโลก ต้องผ่อนคลายมาตรการควบคุมค่าเงิน และนำเครื่องไม้เครื่องมือสมัยใหม่มาใช้เพื่อบริหารความเสี่ยง

จีนได้เชื่อมราคาน้ำมันในประเทศเข้ากับราคาน้ำมันที่กำหนดไว้นิวยอร์กและรอตเตอร์ดัม แต่จีนเองกลับไม่มีตลาดน้ำมันดิบล่วงหน้าในประเทศ

จีนนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 67 ล้านตัน ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้นเกือบ 30% จากปีก่อนหน้านี้

"การควบคุมการเคลื่อนไหวของเงินหยวน หมายความว่า บริษัทจีนมีทางเลือกไม่มากนักในการบริหารความเสี่ยง จากความผันผวนของตลาดโลก" โซซิเอเต เจเนราล ระบุ

การเปิดเสรีตลาดน้ำมันและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันของจีนในอนาคต ควรสอดคล้องกับการผ่อนปรนมาตรการควบคุมเงินหยวน

ดังนั้น ยิ่งจีนเติบโตเร็วเท่าใด การบริโภคน้ำมันก็จะมากขึ้นเท่านั้น ความต้องการเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงก็มากขึ้นตามไปด้วย

ต้องรอดูกันว่าผู้นำในกรุงปักกิ่ง จะเดินหมากต่อปัญหานี้อย่างไร

 

กลับหน้าแรก