ผลงาน "ครุกแมน" โจมตี "บุช" ถูกยกเป็นตัวเก็งคว้าโนเบล

กรุงเทพธุรกิจ    วันที่ 12  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2546

อีโคโนมิสต์ชื่นชม "พอล ครุกแมน" ยกให้เป็นสุดยอดนักเศรษฐศาสตร์ ขวัญใจอเมริกันชน ผู้ไม่หวังประโยชน์ กล้าวิพากษ์นโยบายรัฐบาล "บุช" มั่นใจนักวิชาการชื่อดัง ยังมีสิทธิเป็นตัวเก็ง คว้ารางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ในอนาคต

ดิ อีโคโนมิสต์ นิตยสารเศรษฐกิจชั้นนำในอังกฤษ รายงานเชิงวิเคราะห์ ชื่นชมแนวคิดที่กล้าหาญของนายพอล ครุกแมน นักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันชื่อดัง ที่เคยเสนอแนวคิดแบบหนุนสุดตัวให้ ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตผู้นำมาเลเซีย ใช้มาตรการควบคุมการปริวรรตเงินตรา เพื่อสกัดการไหลออกของเงินทุน (Capital Control) และป้องกันวิกฤติเศรษฐกิจเป็นผลสำเร็จ

โดยบทวิเคราะห์ ระบุว่า ปัจจุบันนายครุกแมน มีผลงานการเขียนคอลัมน์ในนิวยอร์ก ไทมส์ มีเนื้อหาถกเถียงกันเบาๆ ว่าด้วยเศรษฐกิจใหม่ไปจนถึงคำวิจารณ์เปิดกว้าง เกี่ยวกับการบริหารงานของรัฐบาลประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช และนายครุกแมน นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ได้อธิบายบทบาทของเขาไว้ว่าเป็นดังเสียงอ้างว้างสะท้อนความจริงในทะเลแห่งการคอรัปชั่น

แต่เหนือข้อโต้แย้งและถกเถียงกันนั้น อีโคโนมิสต์มองนายครุกแมนว่า เป็นนักเศรษฐศาสตร์ดีเลิศ ที่กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ขวัญใจสื่อมวลชน ต่อเนื่องจากนายมิลตัน ฟรีดแมน และนายจอห์น เมนาร์ด เคนส์ ที่ผันตัวเองเข้ามาอยู่ในวงการสื่อมวลชนเช่นกัน

การทำงานของนายครุกแมน ในการวิจารณ์วิกฤติการเงินและการค้าระหว่างประเทศ เป็นที่ชื่นชมในหมู่นักเศรษฐศาสตร์ อีกทั้งเขาได้ครอบครองเหรียญรางวัลด้านเศรษฐศาสตร์ "จอห์น เบทส์ คลาร์ก" ซึ่งเทียบกับรางวัลโนเบลแล้ว ถือว่ายากลำบากกว่าเล็กน้อยจึงจะได้มา แต่รางวัลนี้กลับไม่เป็นที่รู้จักมากนัก หากเทียบกับรางวัลโนเบล

ทั้งนี้ นายครุกแมนยังได้เขียนหนังสือเล่มใหม่ออกมาในชื่อว่า "ปมปัญหาแสนลึกลับ" (The Great Unravelling) ซึ่งเป็นผลงานการเขียนเล่มที่แปดของเขา มีกลุ่มเป้าหมายนักอ่านไม่ได้อยู่ในวงวิชาการและเป็นกลุ่มคนทั่วไป หนังสือเล่มใหม่ของนายครุกแมนนี้ ติดอันดับหนังสือขายดีที่สุดนาน 8 สัปดาห์ จากการจัดอันดับของนิวยอร์ก ไทมส์

อีโคโนมิสต์ให้ข้อมูลว่า จากเวบไซต์ LYINGINPONDS.COM ที่ติดตามความนิยมคอลัมนิสต์การเมืองในอเมริกา จัดอันดับให้นายครุกแมนครองอันดับ 2 ตามหลังแอนน์ คูลเทอร์ นักวิจารณ์หัวอนุรักษนิยมผู้มีวาทะดุเดือด

สำหรับงานเขียนคอลัมน์ของครุกแมน ส่วนใหญ่โจมตีพรรครีพับลิกัน และเกือบจะไม่มีผลงานที่โจมตีพรรคเดโมแครต และในคอลัมน์ของนายครุกแมนตลอดช่วงที่ผ่านมา โฟกัสไปที่การกล่าวโทษอาการป่วยต่างๆ ของเศรษฐกิจโลก ว่าล้วนมาจากฝีมือจอร์จ บุช

โดยยกตัวอย่างกรณี ดร.มหาธีร์ อดีตผู้นำมาเลเซีย กล่าวสุนทรพจน์ต่อต้านพวกยิวเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเรื่องนี้นายครุกแมนได้ออกมาผสมโรงวิจารณ์ทันทีว่า นโยบายต่างประเทศของรัฐบาลบุช ได้กดดันดร.มหาธีร์ ซึ่งเตรียมก้าวลงจากตำแหน่งนั้น ต้องออกมากล่าวสุนทรพจน์โจมตีสหรัฐ เพื่อหวังแรงสนับสนุนทางการเมืองจากชาวอเมริกัน

อีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ คือนายครุกแมน มองเกม กรณีสหรัฐวิพากษ์วิจารณ์เกาหลีเหนือแต่ไม่โจมตี ถือเป็นความเคลื่อนไหวหลังจากหมดเรื่องอิรัก และเขาเชื่อว่าประธานาธิบดีบุช ได้สร้างภาพเกาหลีเหนือ ให้กลายเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์ที่เป็นภัยอันตรายมากขึ้น

ในช่วงท้ายอีโคโนมิสต์มองว่า เพื่อนนักเศรษฐศาสตร์ของนายครุกแมน อาจเบาใจได้กับความคิดที่ว่า นายครุกแมนแม้สร้างชื่อในวงการสื่อมวลชน แต่เขาจะไม่ชนะจนได้รางวัลโนเบลมาครองอย่างแน่นอน แต่จากข้อเท็จจริงก็คือคณะกรรมการตัดสินรางวัลโนเบลในอดีต เคยให้รางวัลแก่บรรดานักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังที่ประสบความสำเร็จในวงการสื่อสารมวลชน อย่างที่เคยให้นายฟรายด์แมนและนายโจเซฟ สติกลิตซ์

ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่านายครุกแมนมีสิทธิที่จะเป็นตัวเลือกหนึ่ง ที่สามารถคว้ารางวัลโนเบลมาครอบครองได้เช่นกัน

 

กลับหน้าแรก