แก่นแท้กองทุนวายุภักษ์

บทนำ :   กรุงเทพธุรกิจ    วันที่ 12  พฤศจิกายน พ.ศ. 2546

กองทุนรวมวายุภักษ์ เป็นอีกนโยบายที่ รัฐบาล "คิดนอกกรอบ" เพราะเป็นความพยายามที่ จะนำสินทรัพย์ของรัฐที่กระทรวงการคลังถืออยู่ โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ ดึงออกมาให้เกิดมูลค่ามากขึ้น เฉกเช่นเดียวกับแนวทางแปลงสินทรัพย์เป็นทุนในภาคประชาชนทั่วไป หากจะเรียกกลไกกองทุนรวมวายุภักษ์ เป็นเส้นทางใหม่ของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ก็ไม่ผิดมากนักและเป็นการแปรรูปที่มุ่งเน้นขายประชาชนทั่วไป

สำหรับกองทุนที่หนึ่งและเน้นสถาบันการเงิน สำหรับกองทุนที่สอง จะตามมาอีกประมาณ 90 วัน หลังจากนี้ ซึ่งแน่นอน ลดกระแสต่อต้าน ตามแนวทางการแปรรูปแบบเก่าๆ ที่นำหุ้นรัฐวิสาหกิจ ออกมาขายโดยตรง

กองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง เมื่อขายหน่วยลงทุนให้กับประชาชนจำนวน 7 หมื่นล้านบาทแล้ว ก็จะนำเงินที่ได้มาซื้อหุ้นรัฐวิสาหกิจ 11 บริษัท จากกระทรวงการคลัง โดยตรง ในราคาส่วนลด 15% จากราคาตลาด ซึ่งจุดนี้ส่วนนี้จะไม่กระทบต่อระดับราคาหุ้นของรัฐวิสาหกิจนั้นๆ เพราะเป็นการซื้อล็อตใหญ่โดยตรง กระทรวงการคลัง เมื่อได้เงินจำนวน 7 หมื่นล้านบาทแล้ว ก็จะนำไปชำระหนี้ เช่นหนี้พันธบัตร ตามโครงการ ช่วยเหลือสถาบันการเงิน ช่วงวิกฤติ หรือหนี้ภาครัฐอื่นๆ ผลที่ตามมาคือระดับหนี้สาธารณะ จะลดลง จากปัจจุบันอยู่ระดับ 2.9 ล้านล้านบาท จะส่งผลให้ความน่าเชื่อถือดีขึ้น เครดิตประเทศก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

กองทุนรวมวายุภักษ์ จึงเป็นกลไกหรือตัวกลาง ที่ดึงหุ้นของรัฐวิสาหกิจออกมาขายให้ประชาชนทางอ้อม ในรูปแบบหน่วยลงทุน และเป็นองค์กรที่หนุนการลดหนี้ ดังนั้นเมื่อระดับหนี้ลดลงแล้ว รัฐบาลก็มีศักยภาพที่จะ"ก่อหนี้"ได้มากขึ้น นั้นคือในทางการเมือง รัฐมีเงินที่จะใช้ในการดำเนินนโยบายตัวเองได้มากขึ้นด้วย แนวทางนโยบายที่จะเพิ่มงบประมาณกลางปี 2547 จึงเป็นส่วนหนึ่งของผลพวงที่รัฐกล้าที่จะเพิ่มเม็ดเงินในการลงทุน และก่อหนี้เพิ่ม ผลประโยชน์ในทางการเมืองที่รัฐบาลมีเม็ดเงิน หนุนนโยบายตัวเอง หรืออัดฉีด ดันเศรษฐกิจต่อเนื่อง ในทางภาพพจน์แน่นอนก็สามารถอ้างในระหว่างการเลือกตั้งได้ว่า เป็นรัฐบาลทำให้หนี้สาธารณะลดลง

กองทุนรวมวายุภักษ์ แน่นอนว่าชื่อที่ประชาชนทั่วไปรู้จักในวงกว้างมากขึ้น แต่หากถามลึกไปถึงเนื้อหา แน่นอนว่า ส่วนใหญ่ยังยากแก่การเข้าใจ และมีคำถามต่อกองทุนรัฐบาลส่วนนี้มากพอสมควร ส่วนหนึ่งประชาชนยังวิตกตัวอย่างบทเรียนของ "ลุงช่วย" ในอดีตที่ซื้อหน่วยลงทุนของแบงก์รัฐบางรายไปโดย ยังไม่เข้าใจกลไกของกองทุนที่ดีพอสุดท้ายเมื่อทราบว่าผลตอบแทนไม่ได้รับ และเงินต้นที่ลงไปเมื่อครบอายุหน่วยลงทุน ก็หายไปด้วยเลยต้องออกมาเรียกร้อง ผลพวงในครั้งนั้นเพราะประชาชน ไม่เข้าใจความเสี่ยงของกองทุน ส่วนหนึ่ง เพราะพนักงานแบงก์เองไม่ยอมชี้แจงให้ละเอียด ส่งผลให้ผู้ซื้อเข้าใจผิดคิดว่าไม่เสี่ยง

กองทุนรวมวายุภักษ์ เริ่มขายออกไปแล้ว เมื่อวานนี้ แน่นอน ไม่คึกคักมากนัก แม้ภาครัฐจะพยายามย้ำว่าแตกต่างจากกองทุนรวมแบงก์รัฐในอดีต แม้จะบอกว่า "การลงทุนมีความเสี่ยง" แต่การออกมาประกาศคุ้มครองผลตอบแทนขั้นต่ำ 3% และคุ้มครองเงินต้น ซึ่งดูเหมือนไม่มีความเสี่ยงนัก แต่การที่รัฐบาลออกมาบอกเองว่า ดัชนีหุ้นมีโอกาสถึง 800 และทิศทางดอกเบี้ยอาจจะปรับสูงขึ้นบวกกับเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจยาก เพื่อความมั่นใจกับการคุ้มครองผลตอบแทนและเงินต้น จึงไม่แปลกที่ความสนใจในกองทุนรวมวายุภักษ์ ออกมาไม่ตื่นเต้น แต่ท้ายสุดเราเชื่อว่า 7 หมื่นล้านบาทหมดแน่นอน และเป้าหมายในแก่นแท้ที่รัฐบาลหวัง ก็คงดำเนินต่อไปอีก 10 ปีข้างหน้าถึงจะได้ข้อสรุป ทำลายหรือสร้างสรรค์ วันนั้นถึงจะรู้

 

กลับหน้าแรก