การผูกขาดโปรแกรมคอมพิวเตอร์

จักรกฤษณ์ ควรพจน์  กรุงเทพธุรกิจ    วันที่ 11  พฤศจิกายน พ.ศ. 2546

"ความเสื่อมถอยของบริษัทเน็ตสเคป ผู้ผลิตโปรแกรมบราวเซอร์รายแรก นับเป็นตัวอย่างที่ดีของผลกระทบของการผูกขาด"

คงไม่ต้องกล่าวว่า โปรแกรมคอมพิวเตอร์มีความสำคัญอย่างไรในปัจจุบัน บริษัทผู้พัฒนาโปรแกรมรายใหญ่ ได้ลงทุนจำนวนมหาศาลในการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงเชื่อกันว่า บริษัทควรมีสิทธิที่จะขายโปรแกรมที่ตนพัฒนาขึ้นแต่เพียงผู้เดียว เพื่อชดเชยค่าลงทุนที่สูญเสียไป

หากเป็นเช่นนั้น ปัญหาการคุ้มครองโปรแกรมคอมพิวเตอร์คงจะไม่ซับซ้อนเท่าใดนัก แต่เพราะทรัพย์สินทางปัญญาในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ไม่ได้มีมิติด้านการให้ความเป็นธรรม แก่ผู้สร้างสรรค์แต่เพียงด้านเดียว หากแต่ยังเกี่ยวข้องกับปัญหาเศรษฐกิจสังคมหลายประการ

ประเด็นเรื่องสิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จึงก่อให้เกิดความแตกต่างทางความคิด และความขัดแย้งในผลประโยชน์อย่างมากมาย  ตามกฎหมายของประเทศต่างๆ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทั้งที่อยู่ในรูป "Source code" และ "Object code" จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ในฐานะงานวรรณกรรม

พูดง่ายๆ ก็คือ กฎหมายถือว่า โปรแกรมคอมพิวเตอร์มีฐานะเสมือนเป็นหนังสือหรือตำรา ซึ่งการคุ้มครองด้วยระบบนี้ จะช่วยให้การผูกขาดโปรแกรมคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับพอสมควรไม่สูงเกินไป โดยมีการผูกขาดเฉพาะการถ่ายทอดภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรม และเฉพาะตัวโปรแกรมสำหรับการใช้งานเท่านั้น ส่วนความคิดหรือองค์ประกอบของโปรแกรมจะมีฐานะเป็นสาธารณะสมบัติ ที่บุคคลทั่วไปยังสามารถนำไปใช้เพื่อพัฒนาโปรแกรมให้หลากหลายก้าวหน้าดียิ่งขึ้น

ในประเทศที่พัฒนาแล้วบางประเทศ เช่น สหรัฐ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้รับการคุ้มครองในระดับสูง ตัวโปรแกรมอาจถูกนำมาขอจดสิทธิบัตรที่ให้สิทธิผูกขาดอย่างสมบูรณ์ได้ สิทธิบัตรจะทำให้เจ้าของไม่แต่เพียงมีสิทธิเพียงผู้เดียว ที่จะทำสำเนาและจำหน่ายสำเนาโปรแกรมเท่านั้น หากแต่ยังมีสิทธิผูกขาดความคิดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมด้วย

สำหรับประเทศกำลังพัฒนา การไม่คุ้มครองสิทธิบัตรโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มีทั้งเหตุผลด้านกฎหมายและนโยบาย ในทางกฎหมาย โปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้นเป็นเพียงวิธีการหรือชุดของคำสั่งที่ใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ จึงมิใช่สิ่งประดิษฐ์ที่อาจนำมาขอรับสิทธิบัตรได้ ในทางนโยบาย สิทธิบัตรโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะกีดขวางการพัฒนาโปรแกรมใหม่ๆ สร้างต้นทุนทางสังคมเกินสมควร

ประเทศที่พัฒนาแล้วบางประเทศไม่ได้คุ้มครองโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยกฎหมายลิขสิทธิ์และสิทธิบัตรเท่านั้น หากแต่ยังถือว่า รหัสที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมมีฐานะเป็นความลับทางการค้าด้วย

เช่น กฎหมายสหรัฐถือว่า รหัสโปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ (Source code) ที่ถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับ มีฐานะเป็นความลับทางการค้า โดยอาศัยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ เช่นนี้ บริษัทที่พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์จึงสามารถหวงกันโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทั้งที่เป็น Source code และ Object code ไว้เป็นสมบัติส่วนตัวได้ทั้งในทางนิตินัยและพฤตินัย ยกเว้นในบางกรณี ผู้อื่นจะไม่สามารถทำซ้ำ ทำสำเนา ดัดแปลง จำหน่าย หรือทำวิศวกรรมย้อนกลับเกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้เลย

บริษัทโปรแกรมคอมพิวเตอร์รายใหญ่ยังใช้เทคนิคการเขียนโปรแกรมเพื่อสร้างอำนาจผูกขาด เช่น กำหนดให้ Object code ของโปรแกรมแอพพลิเคชั่น ต้องเข้ากันได้กับโปรแกรมระบบปฏิบัติการของตนเท่านั้น การสร้าง "โปรแกรมเครือข่าย" เป็นวิธีการตลาดที่ถูกนำมาใช้เสมอ ดังเช่น ไมโครซอฟท์บรรจุโปรแกรมแอพพลิเคชั่นต่างๆ ลงบนโปรแกรมวินโดว์ส ที่ดูเหมือนเป็นการแถมหรือเพิ่มสินค้าให้แก่ผู้บริโภค

แต่ในความเป็นจริง การทำเช่นนี้ช่วยให้ไมโครซอฟท์สามารถขยายอำนาจตลาดสินค้าของตนไปยังตลาดซอฟต์แวร์อื่น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้บริษัทซอฟต์แวร์ขนาดเล็กต้องสูญเสียตลาด และอาจต้องออกจากการแข่งขันไปในที่สุด

ความเสื่อมถอยของบริษัทเน็ตสเคป ผู้ผลิตโปรแกรมบราวเซอร์รายแรกนับเป็นตัวอย่างที่ดีของผลกระทบของการผูกขาด การพ่วงขายโปรแกรมอินเทอร์เน็ตเอ็กซ์พลอเรอร์ในระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 98 ได้ทำลายตลาดของเน็ตสเคปอย่างสิ้นเชิง ไมโครซอฟท์เองก็ตกเป็นจำเลยตามกฎหมายป้องกันการผูกขาดในหลายประเทศเพราะการนี้

หากบริษัทโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างเน็ตสเคป ยังไม่สามารถแข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า บริษัทโปรแกรมคอมพิวเตอร์รายย่อยในประเทศกำลังพัฒนา จะสามารถแข่งขันกับบรรษัทข้ามชาติที่ครอบครองตลาดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้อย่างไร

คำนวณว่า ไมโครซอฟท์มีส่วนแบ่งตลาด 95% ของตลาดซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการในโลก การมีฐานะเหนือตลาดเช่นนี้ ทำให้บริษัทมีอำนาจผูกขาดในระดับสูง ส่วนแบ่งตลาดระบบปฏิบัติการ 95% ทำให้ไมโครซอฟท์ สามารถกีดกันสินค้าของบริษัทอื่น  โปรแกรมแอพพลิเคชั่นที่ผลิตโดยบริษัทอื่นจะไม่สามารถเข้าสู่ตลาด หากไม่อาจใช้ร่วมกับระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์

บริษัทคอมพิวเตอร์รายใหญ่มักจะจำหน่ายสำเนาโปรแกรมในรูป Object code ในลักษณะของการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (licence) แทนที่จะเป็นการโอนสิทธิในโปรแกรม สัญญาจะกำหนดให้ผู้ซื้อ มีสิทธิใช้โปรแกรมที่ซื้อไป กับเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงหนึ่งเครื่อง หากผู้ใดต้องการจะใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง ผู้นั้นก็จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการใช้เพิ่มจากกรณีปกติ

เจ้าของลิขสิทธิ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์รายใหญ่ มักจะตั้งราคาสินค้าของตนในทุกประเทศในราคาเดียวกัน โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างทางเศรษฐกิจและระดับการพัฒนาของแต่ละประเทศ อัตราค่าธรรมเนียมการใช้ลิขสิทธิ์ที่บริษัทเรียกเก็บจากสถาบันการศึกษาในประเทศยากจน จะเป็นอัตราเดียวกับที่เรียกเก็บจากมหาวิทยาลัยในประเทศที่พัฒนา

ทั้งๆ ที่สถานะทางการเงินของมหาวิทยาลัยในประเทศทั้งสองกลุ่มแตกต่างกัน โดยทั่วไป ค่าธรรมเนียมการใช้โปรแกรมวินโดว์ส และออฟฟิศของไมโครซอฟท์ จะถูกเก็บในราคาเดียวกันทั่วโลก คือ ประมาณกว่า 5,000 ดอลลาร์ต่อคอมพิวเตอร์หนึ่งร้อยเครื่อง

คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของผู้คน จนอาจกล่าวได้ว่า ชีวิตคนในทุกวันนี้ถูกกำกับโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การปล่อยให้บริษัทสามารถใช้กฎหมายและกลวิธีต่างๆ เพื่อสร้างอำนาจผูกขาดของตนได้โดยเสรี จึงนับเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

 

กลับหน้าแรก