ข้อเสนอเชิงนโยบาย การเปิดโต๊ะบอลเสรี

คอลัมน์ ระดมสมอง  โดย สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ศูนย์ศึกษาเศรษฐศาตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประชาชาติธุรกิจ    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2546  ปีที่ 27

การเล่นพนันฟุตบอลในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นการพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอลต่างประเทศ โดยเฉพาะการแข่งขันฟุตบอลระดับสโมสรของประเทศต่างๆ ในยุโรป อันประกอบด้วยการแข่งขันฟุตบอลลีก และฟุตบอลชิงถ้วยเป็นหลัก ซึ่งมีการแข่งขันเป็นประจำทุกปี โดยจะเริ่มเล่นตั้งแต่เดือนสิงหาคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป นอกจากนี้ ยังมีการเล่นพนันฟุตบอลในการแข่งขันระดับชาติ ซึ่งโดยรวมแล้วจะมีการแข่งขันรายการใหญ่ๆ ทุก 2 ปี คือ การแข่งขันฟุตบอลโลก และการแข่งขันฟุตบอลยูโร

ตลาดการพนันฟุตบอลมีการขยายตัวด้วยสาเหตุจากการพัฒนาและขยายตัวของระบบข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความนิยมในการติดตามกีฬาฟุตบอล โดยเฉพาะฟุตบอลต่างประเทศ

จากการวิจัยพบว่า จำนวนผู้เล่นพนันฟุตบอลในช่วงฤดูกาลปกติ มีประมาณ 1,995,000 คน โดยแบ่งเป็น กทม.และปริมณฑล 474,000 คน ต่างจังหวัดในเขตเทศบาล 798,000 คน และต่างจังหวัดนอกเขตเทศบาล 723,000 คน และมีวงเงินรวมประมาณ 51,085 ล้านบาท

ส่วนใหญ่การเล่นพนันฟุตบอลจะใช้ระบบอัตราต่อรองแบบที่มีแต้มต่อ ซึ่งปรับปรุงมาจากระบบอัตราต่อรองราคาคงที่ในอังกฤษ นอกจากนี้ ยังมีการพนันฟุตบอลในแบบอื่นๆ เช่น การพนันฟุตบอลชุด การพนันฟุตบอลผ่านอิน เทอร์เน็ต เป็นต้น สำหรับระบบการชำระเงินจะมีด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ การเล่นระบบเงินสดหรือชำระเงินก่อนฟุตบอลเริ่มต้นแข่งขัน และระบบเครดิตหรือชำระเงินหลังจากรู้ผลการแข่งขันฟุตบอลแล้ว

การวิเคราะห์โครงสร้างตลาดของอุตสาหกรรมการพนันฟุตบอล พบว่ามีผู้เล่นและผู้ให้บริการจำนวนมาก ประสาน โยงใยกันเป็นเครือข่าย ผู้ประกอบการมีอำนาจในการผูกขาดของค่อนข้างสูง โดยหากพิจารณาทางด้านอุปทานหรือผู้ให้บริการพนัน จะประกอบด้วย 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ นายหน้ารับพนันหรือปั๊วบอล และเจ้ามือรับพนันหรือโต๊ะบอล

ปั๊วบอล คือ ผู้ที่รับการแทงพนันจากผู้เล่นไปส่งต่อให้กับเจ้ามือหรือโต๊ะบอล รายได้หลักของปั๊วและโต๊ะบอลมาจากส่วนต่างที่ได้จากความแตกต่างระหว่างอัตราต่อรองของผู้ที่เล่นทีมต่อและผู้ที่เล่นทีมรอง หรือเรียกว่า "ค่าน้ำ" สำหรับวิธีการชำระเงินระหว่างปั๊วบอลกับโต๊ะบอลอาศัยการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ส่วนการชำระเงินระหว่างผู้ประกอบการกับผู้เล่นมีทั้งการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารและการชำระด้วยเงินสด

ในการรับพนัน ปั๊วบอลจะใช้การพนันระบบอัตราต่อรองเป็นหลัก แต่โต๊ะบอลบางส่วน เช่น โต๊ะบอลรายย่อยอาจมีการพนันในรูปแบบอื่นร่วมด้วยได้ เช่น บอลชุด เป็นต้น ทั้งนี้ การพนันฟุตบอลผ่านปั๊วบอล ต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจเนื่องจากรูปแบบการชำระเงินใน "ระบบเครดิต" เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป

ขณะที่การเล่นพนันโดยตรงกับโต๊ะบอลไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์ส่วนตัว โต๊ะบอลจึงนิยมใช้วิธีเรียกชำระเงินพนันก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้นหรือที่เรียกกันว่า "ระบบเงินสด" ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะได้รับผลตอบแทนจากการจับบอล ซึ่งก็คือความแตกต่างระหว่างอัตราต่อรองของทีมต่อและทีมรองที่ไม่เท่ากัน นอกจากนี้ ผู้ให้บริการรับพนันยังมีการประสานเครือข่ายกันเป็นลำดับชั้น ซึ่งเป็นกลไกในการลดความเสี่ยงจากการรับพนัน ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างรายได้จากการรับพนันไปด้วย

ผู้เล่นส่วนใหญ่จะใช้หนังสือพิมพ์กีฬารายวันเป็นแหล่งข้อมูลประกอบการตัดสินใจเล่นพนัน โดยใช้การตัดสินใจของตัวเองเป็นหลัก และรองลงมาคือ พิจารณาจากการวิจารณ์ของผู้สันทัดกรณี ทั้งนี้ ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่สนใจที่จะบันทึกสถิติการเล่นพนันของตน และไม่สนใจด้วยว่าจะได้หรือเสียพนัน สำหรับเงินได้จากการพนันนั้นมักจะใช้ไปเพื่อการบริโภคสินค้าและบริการที่ฟุ่มเฟือย

อย่างไรก็ตาม การพนันสามารถก่อให้เกิดผลกระทบทางสังคม โดยปัญหาการติดการพนันเป็นผลกระทบที่สำคัญที่สุด ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาได้ นอกจากนั้น การพนันยังส่งผลกระทบในทางเศรษฐกิจด้วย เช่น การพนันทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และการพนันยังทำให้พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงไป

สำหรับการควบคุมดูแลการพนันฟุตบอลในประเทศไทย ปัจจุบันรัฐมีนโยบายห้ามไม่ให้มีการเล่นพนันฟุตบอล แต่ตามกฎหมายแล้วยังมีช่องทางให้สามารถขออนุญาตเล่นการพนันได้ ทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีความไม่ชัดเจนเกิดการฝ่าฝืนกฎหมายทำได้ง่าย ปัญหาที่สำคัญในการควบคุมคือ เกิดสภาวะของการปรับใช้ข้อกฎหมายที่แตกต่างกันไป มีการลงทำโทษต่างกันในฐานความผิดชนิดเดียวกัน ซึ่งทางแก้ไขอาจทำได้ ด้วยการอนุญาตให้มีการพนันได้ตามกฎหมายแต่ต้องไม่ลืมผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ

สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบาย ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยทั้งภาคประชาชนและภาครัฐ จะต้องให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องการพนันอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น หลังจากที่มีการละเลยปัญหาเรื่องนี้มานานหรือมีการให้ความสนใจเป็นช่วงๆ ซึ่งไม่บังเกิดผลที่เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่องและไม่สามารถหาข้อสรุปได้ แต่ก่อนที่จะนำเสนอข้อสรุปเรื่องการพนัน อย่างน้อยสังคมไทยจะต้องทำความเข้าใจประเด็นใหญ่ๆ ให้ชัดเจน นั่นคือ

1.สังคมไทยมีทัศนคติที่แท้จริงกับการพนันอย่างไร เพราะแม้จะถูกกำหนดว่าเป็นสิ่งผิดทั้งในทางกฎหมายและทางศีลธรรมจรรยา แต่สังคมก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือเห็นตามนั้นทั้งหมด กลับปรากฏว่ามีการลักลอบเล่น การอนุญาตให้เล่น การป้องปราม ปราบปราม จับกุม ลงโทษ กันอยู่เสมอมา นับตั้งแต่ในอดีต จนท้ายที่สุด การพนันได้กลายมาเป็นกิจกรรมปกติกิจกรรมหนึ่งของสังคม ดังที่เห็นกันอย่างเคยชินในทุกวันนี้

ถ้าจะเปิดให้มีการพนันหรือการพนันอย่างถูกกฎหมาย ภาครัฐต้องมีการศึกษาอย่างรอบด้านก่อน โดยเฉพาะด้านสังคมวัฒนธรรม เนื่องจากสังคมไทยยังยึดถือคติธรรมในศาสนาพุทธที่สอนว่าเล่นพนันเป็นสิ่งที่เป็นโทษ เงินจากการพนันเป็น "เงินร้อน" หรือเงินที่มีนัยเชิงลบ การอนุญาตให้มีการพนันถูกกฎหมายจะต้องไม่ทำลายความคิดดังกล่าว อีกทั้งภาครัฐจะต้องสนับสนุนให้ผู้คนรักษาความเชื่อที่ดีงามนี้ให้มากยิ่งขึ้นด้วย

2.ขณะเดียวกัน รัฐและสังคมต้องมีความชัดเจนว่า วัตถุประสงค์ในการอนุญาตให้มีการพนันถูกกฎหมายคืออะไร เป็นเหตุผลด้านรายได้เช่นเดียวกับในออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา หรือเป็นเหตุผลในการแก้ไขความยุ่งยากในการจัดการปัญหาสังคม เช่น ในอังกฤษ ความชัดเจนในวัตถุประสงค์จะส่งผลต่อแนวทางในการจัดการอุตสาหกรรมการพนันที่จะเกิดขึ้น ประเด็นนี้ผู้วิจัยมีความเห็นว่าแนวคิดอย่างหลังคือแนวทางการจัดการพนันแบบอังกฤษน่าจะสอดคล้องกับสังคมไทยมากที่สุด

นอกจากนั้น รัฐยังต้องพิจารณาอีกว่า หากเปิดให้เป็นกิจกรรมที่ถูกกฎหมายแล้ว การพนันที่เป็นที่นิยมเล่นกันอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว เช่น การพนันฟุตบอล หรือการเล่นหวยใต้ดิน จะมีแนวทางจูงใจผู้ให้บริการหรือเจ้ามือ และผู้เล่นให้หันมาเล่นพนันในระบบที่ถูกต้องตามกฎหมายได้อย่างไร ทั้งจะต้องมีการจัดการรูปแบบการพนันที่สอดคล้องกับความต้องการของทุกฝ่าย

เนื่องจากการเล่นพนันผิดกฎหมายที่ดำเนินการอยู่ในสังคมทุกวันนี้มีการก่อตัวขึ้นเป็นโครงสร้างอย่างหนึ่งในสังคมไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงจึงอาจทำได้ยาก มีผู้เล่นพนันฟุตบอลจำนวนมากเห็นด้วยกับการเล่นพนันในรูปแบบถูกกฎหมาย แต่จำนวนหนึ่งยังมีความไม่แน่ใจว่าตนต้องการจะเล่นพนันในรูปแบบถูกกฎหมายหรือไม่ และจำนวนไม่น้อยยังคงยืนยันที่จะเล่นพนันในรูปแบบเดิมต่อไป แม้ว่าจะเปิดให้มีการพนันถูกกฎหมายแล้วก็ตาม

การเปิดให้มีการพนันถูกกฎหมายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ และอาจก่อให้เกิดผลพวงทางสังคมตามมามากมาย ดังนั้น การตัดสินใจเลือกแนวนโยบายระหว่างการปรับปรุงกฎหมายเพื่อควบคุมมิให้มีการเล่นพนัน กับการยอมรับให้มีการเล่นพนันอย่างถูกกฎหมาย ต้องไม่ละเลยปัจจัยทางด้านสังคม

3.รัฐจำเป็นต้องพัฒนากฎหมายการพนันให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เพราะในปัจจุบันมีการเล่นพนันที่ผิดกฎหมายอย่างมากมายที่สามารถดำรงอยู่นอกเหนือการบังคับใช้กฎหมาย และเกินความสามารถในการควบคุมจากเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งสร้างผลกระทบเชิงลบต่อสังคมในระดับสูง

4.รัฐต้องควบคุมปัญหาผู้เล่นที่ติดตามพนันอย่างจริงจังและเป็นธรรม เพราะปัญหาดังกล่าวเป็นที่ยอมรับแล้วว่า มีความรุนแรงและแก้ไขยากที่สุดในบรรดาปัญหาที่เกิดจากการพนันทั้งมวล ปัจจุบันสังคมไทยให้ความสำคัญต่อปัญหานี้น้อยมาก ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีผู้นิยมเล่นพนัน และติดการพนันอยู่เป็นจำนวนมาก การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงควรเริ่มดำเนินการตั้งแต่บัดนี้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีการแก้ไขกฎหมายการพนัน หรือค้นพบแนวทางในการจัดการการพนันที่เหมาะสมก่อน

5.อีกประเด็นหนึ่ง คือ ทัศนคติที่มองว่า การพนันเป็นการแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในกีฬาฟุตบอล ซึ่งทำให้มีผู้เช่ามาเล่นการพนันฟุตบอลมากขึ้นเรื่อยๆ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะต้องปรับแก้ที่นโยบาย และการจัดการด้านการกีฬาของประเทศไทย โดยเสนอทางเลือกอื่นให้แก่ผู้สนใจ เช่น เร่งพัฒนากีฬาฟุตบอลภายในประเทศ ให้สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงมากขึ้น หรือพัฒนาระบบการแข่งขันฟุตบอลอาชีพของไทยให้มีมาตรฐานสากล และเน้นที่ความสนุกสนานของเกมกีฬา แทนที่จะเป็นเกมการพนันมากขึ้น

ประชาชาติธุรกิจ

 

กลับหน้าแรก