|
ภูเขาน้ำแข็งแห่งการคอร์รัปชั่น
โดย เครือข่าย 30 องค์กรพัฒนาเอกชน มติชนรายวัน วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2546 ปีที่ 26 ฉบับที่ 9419 การที่โฆษกกระทรวงสาธารณสุขออกมาแถลงว่า ยอดเงินที่ถูกคอร์รัปชั่นไปในกรณีทุจริตยาฯ มีแค่ 9.5 ล้านบาทเท่านั้น และยังกล่าวอ้างอีกว่า เงินที่ถูกคอร์รัปชั่นไปไม่ใช่จากยอดเงิน 1,400 ล้านบาท ในกรณีจริตยาอีกด้วย แต่เป็นการทุจริตในงบฯปกติ ส่วนกรณีทุจริตยาเจ้าปัญหานั้น มีความเสียหายเพียงแสนกว่าบาท ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข พยายามเบี่ยงเบนประเด็นการทุจริตภายในกระทรวง สธ.มาตลอด นับตั้งแต่การปฏิเสธว่าไม่มีการทุจริต ตามรายงานของผู้ตรวจราชการทั้ง 12 เขต ที่ถูกส่งไปตรวจสอบสมัยที่กรณีทุจริตยาฯถูกเปิดเผยเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วเมื่อปี 2541 แต่ในที่สุดจากหลักฐานต่างๆ ที่ปรากฏขึ้นจากชุดสอบสวนหลายคณะ ที่ชี้ตรงกันว่ามีการทุจริตจริง ทำให้ผู้บริหารในกระทรวงสาธารณสุขไม่อาจปฏิเสธข้อเท็จจริงที่ถูกเปิดเผยขึ้นได้ แต่ก็จะพยายามเบี่ยงเบนว่าเป็นการทุจริตเพียงเล็กน้อย น.พ.ปรากรม วุฒิพงศ์ อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข เคยแถลงว่ากระทรวงสาธารณสุขเสียหายเพียงแค่ 2 ล้านบาท จากกรณีทุจริตยา มาถึงปีนี้ผู้บริหารในกระทรวงสาธารณสุขยอมรับว่า ความเสียหายจากการทุจริตจัดซื้อยาแพง เป็นเงิน 9.5 ล้านบาท แต่ไม่ยอมกล่าวถึงความเสียหายจากการซื้อยาแพงใน 34 จังหวัด ผ่านองค์การเภสัชกรรม ที่มีการประเมินความเสียหายว่าอยู่ระหว่าง 105-181 ล้านบาท ทั้งที่ น.พ.วินัย วิริยกิจจา อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข เคยมีจดหมายกล่าวหานายรักเกียรติ สุขธนะ ต่อ ป.ป.ช.เมื่อปี 2544 โดยยอมรับว่า กระทรวงสาธารณสุขเสียหายจากการทุจริตยาใน 5 จังหวัด เป็นเงินประมาณ 9.1 ล้านบาท และเสียหายจากการทุจริตผ่านองค์การเภสัชกรรมอาจสูงถึง 181 ล้านบาท ความเสียหายจากการทุจริตยาในกระทรวงสาธารณสุขเป็นเงินเท่าไหร่ยังไม่อาจประเมินได้ เพราะการตรวจสอบเท่าที่มีการดำเนินการมีเพียงแค่การทุจริตใน 5 จังหวัด (นครปฐม ฉะเชิงเทรา นราธิวาส อยุธยา และพังงา) และการจัดซื้อใน 34 จังหวัดผ่านองค์กรเภสัชกรรม แต่จากข้อมูลการสอบสวนของคณะกรรมการชุดต่างๆ มีรายงานว่า รูปแบบของการทุจริตจัดซื้อยาในกรณีนี้ แบ่งได้เป็น 3 รูปแบบ คือ 1.ให้โรงพยาบาลจัดซื้อจากบริษัทที่นักการเมืองและข้าราชการประจำในกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ ซึ่งมีการพบใน 5 จังหวัด เพราะสอบเพียงเท่านั้น ยังไม่มีการสอบขยายผลไปจังหวัดอื่นๆ จึงไม่อาจกล่าวได้ว่า การทุจริตมีเพียงเท่านี้ 2.รูปแบบที่ให้โรงพยาบาลและจังหวัดจัดซื้อจากบริษัทนอกโพยของนักการเมืองและข้าราชการประจำได้รับ แต่ให้ตัดเงิน 15% จากงบประมาณที่ได้ส่งให้ส่วนกลาง ซึ่งยังไม่มีการตรวจสอบว่ามีจังหวัดใดทำแบบนี้บ้าง นอกเหนือจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่กำลังจะส่งเงินมาแต่ข่าวทุจริตปรากฏขึ้นเลยระงับการส่งเงิน 3.การซื้อผ่านองค์การเภสัชกรรม รูปแบบนี้มีระบุในผลการสอบสวนของ ป.ป.ป.ว่า นายจิรายุ แนะนำให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทำ ถ้าไม่อยากใช้รูปแบบ 1-2 แล้ว "ผู้ใหญ่จะไปหักเปอร์เซ็นต์กันเอาเอง" ซึ่งการสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่า มี 34 จังหวัดที่จัดซื้อยาแพงผ่านองค์การเภสัชกรรม และมีการประเมินความเสียหายว่าอยู่ระหว่าง 105-181 ล้านบาท การที่ความเสียหายประเมินได้เท่านี้ เพราะมีการคืนใบสั่งซื้อจำนวนมาก เมื่อข่าวทุจริตถูกเผยแพร่ในสื่อมวลชน มียอดคืนเงินที่ตรวจสอบได้ประมาณ 44 ล้านบาท และยังมีข่าวว่าเอกสารใบสั่งซื้อขององค์การเภสัชกรรมจำนวนมากถูกทำลายและแก้ไข การออกมาเคลื่อนไหวของชมรมแพทย์ชนบทและชมรมเภสัชชนบทและเครือข่าย 30 องค์กรพัฒนาเอกชน มีส่วนสำคัญที่ทำให้กระแสการทุจริตหยุดชะงัก ความเสียหายจึงไม่มากไปกว่าที่เป็น หากไม่มีการเคลื่อนไหวจากภาคประชาสังคม และคนในกระทรวงสาธารณสุข ความเสียหายจากการทุจริตต้องสูงกว่านี้แน่ หรือแม้แต่การเคลื่อนไหว หากช้ากว่านี้สัก 1 เดือน แผนการทุจริตได้กลายเป็นกรรมที่กระทำสำเร็จแล้ว ป่านนี้ข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุขจะหลงเหลืออยู่สักเท่าไหร่ สิ่งเหล่านี้คือคุณูปการสำคัญที่ผู้บริหารจากกระทรวงสาธารณสุขไม่เคยยอมรับ ถ้อยแถลงของโฆษกกระทรวงสาธารณสุข สะท้อนทัศนคติของผู้บริหารที่เห็นการทุจริตเป็นเรื่องเล็กน้อย ข้ออ้างว่าการทุจริตเกิดขึ้นในงบฯปกติไม่ใช่ในงบฯพิเศษ เพื่อให้เห็นว่ามีจำนวนน้อยโดยเปรียบเทียบกับงบประมาณปกติที่มีจำนวนมาก แต่ใครจะเชื่อว่าการทุจริตที่ปรากฏต่อสาธารณชนมีเพียงเท่านั้น เปรียบไปก็เหมือนกับยอดของภูเขาน้ำแข็งที่โผล่ขึ้นจากน้ำ แม้จะมีสัญฐานขนาดเล็ก แต่ฐานที่อยู่ใต้น้ำย่อมใหญ่โตมหาศาลกว่าที่เห็นโผล่จากน้ำหลายเท่า ฐานของภูเขาน้ำแข็งสามารถทำให้เรือที่ไม่เคยแพ้อย่างเรือไททานิคล่มมาแล้วฉันใด ภูเขาน้ำแข็งแห่งการคอร์รัปชั่นก็สามารถทำให้กระทรวงสาธารณสุขล่มได้ฉันนั้น หากผู้บริหารยังกระหยิ่มยิ้มย่องว่า มูลค่าการทุจริตที่ถูกค้นพบมีเพียงจำนวนน้อยนิด หน้า 6
|
| กลับหน้าแรก |