|
สร้างความมั่งคั่งด้วยวิทยาการสมัยใหม่
วศินี คันฉ่อง กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 18 ธันวาคม 2546 คนส่วนใหญ่ในเมืองไทย ซึ่งมีฐานะปานกลางค่อนไปทางต่ำนั้น มีโอกาสน้อยที่จะสร้างความมั่งคั่ง ให้กับตนเองด้วยวิทยาการสมัยใหม่ เมื่อย้อนดูเส้นทางการพัฒนา ของประเทศที่พัฒนาแล้วในโลก เช่น อเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมนี เราพอจะเห็นถึงความสำคัญ ของความก้าวหน้าทางวิทยาการสมัยใหม่ อาทิ วิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ ที่มีส่วนสำคัญ ในการผลักดัน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น การเติบโตของสินค้าเทคโนโลยีของญี่ปุ่นในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นมายืนอยู่บนแถวหน้าของโลกได้ สำหรับประเทศไทยในปัจจุบันนี้ การส่งเสริมด้านความก้าวหน้าทางวิทยาการสมัยใหม่เพียงด้านเดียว ไม่อาจก่อให้เกิดพลังที่มากพอที่จะขับเคลื่อนประเทศโดยรวม ไปสู่ความมั่งคั่งได้ เพราะสภาพการณ์ในประเทศด้านต่างๆ ยังไม่มั่นคงพอที่จะมาเป็นฐานในการรองรับ การสร้างความมั่งคั่งแก่ประชาชนส่วนใหญ่ ด้วยวิทยาการสมัยใหม่ได้ ผู้เขียนพิจารณาถึงความไม่สอดรับกันระหว่างสภาพการณ์ในประเทศด้านต่างๆ กับการสร้างความมั่งคั่ง ด้วยวิทยาการสมัยใหม่ ดังนี้ 1.ด้านการศึกษา ถ้าเรามามองสภาพการศึกษาของประชาชนไทยโดยรวม จะพบว่า มีกลุ่มประชากรไม่มากนักในประเทศไทย ที่มีฐานะปานกลางขึ้นไป และสามารถเข้าถึงความรู้ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ของโลก ทำให้มีเฉพาะกลุ่มคนเหล่านี้ ที่มีโอกาสที่จะสามารถสร้างความมั่งคั่ง จากวิทยาการสมัยใหม่ เพราะพวกเขามีโอกาสได้รับการศึกษาสมัยใหม่ ที่ช่วยพาก้าวทันนวัตกรรมใหม่ๆ ของโลก และมีความรู้สะสมเพียงพอที่จะสร้างสรรค์ความคิด ซึ่งสามารถแปรรูป ไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าแล้ว เป็นที่นิยมไปทั่วโลกได้ หรือสามารถเข้าเป็นกลุ่มแรงงานที่มีทักษะในการทำงานสูง และสามารถเรียกค่าตอบแทนในการทำงานสูง แต่คนส่วนใหญ่ในเมืองไทย ซึ่งมีฐานะปานกลางค่อนไปทางต่ำลงไปนั้น จะมีโอกาสน้อยที่จะสร้างความมั่งคั่งให้กับตนเอง ด้วยวิทยาการสมัยใหม่ เพราะพวกเขามีการศึกษาต่ำ ถึงแม้ว่าได้รับการศึกษาในระดับชั้นเดียวกัน แต่คุณภาพในระดับความรู้ ก็แตกต่างกันระหว่างในเมืองกับชนบท อีกทั้งในเมืองไทย ต้นทุนการเข้าถึงการศึกษาสมัยใหม่นั้นสูงมาก ต้นทุนการศึกษาสมัยใหม่ อาทิ ตำรา หลักสูตรเสริมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาต่างประเทศ program computer ซึ่งหน่วยราชการเตรียมไว้ไม่เพียงพอกับความต้องการ ของนักเรียนทั่วประเทศ จากสภาพการณ์ข้างต้นเห็นได้ว่า เด็กนักเรียนคนหนึ่งจะมีโอกาสก้าวหน้าในการศึกษาสมัยใหม่ ก่อนอื่นควรมีฐานะดีพอ ที่จะรองรับค่าใช้จ่ายในการศึกษา ถึงแม้ว่าจะมีทุนการศึกษา หรือมีกิจกรรมที่คอยบริจาคอุดหนุนการเรียนการสอนต่างๆ ให้กับนักเรียนที่มีฐานะยากจน หรือโรงเรียนในพื้นที่ชนบทก็ตาม แต่ปัจจุบันก็ยังมีไม่มากพอ ที่จะยกระดับมาตรฐานคุณภาพการศึกษา แก่นักเรียนทั่วประเทศ ถ้าลองพิจารณานอกกรอบการสร้างสรรค์ความคิดภายใต้วิทยาการสมัยใหม่ แต่อยู่ภายใต้ความรู้ระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นแทน เราควรตระหนักว่า เงื่อนไขที่จะนำเราไปสู่ความมั่งคั่ง ไม่ใช่มีเฉพาะแค่ความคิดสร้างสรรค์และฝีมือในการผลิตเท่านั้น แต่ต้องมีเครือข่ายไว้เผยแพร่และกระจายสินค้าไปในวงกว้างที่สุดด้วย ซึ่งผู้เขียนเห็นว่า มีความเป็นไปได้ที่จะสร้างความมั่งคั่งแก่ตนจากสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นเหล่านี้ แต่อย่างดีที่สุด ในการขยายตลาดคาดว่า จะเป็นไปได้ในระดับจังหวัดและพื้นที่ข้างเคียงเท่านั้น ถ้าจะให้หากำไรมากกว่านั้น โดยขยายตลาดสินค้าของตน ไปไกลทั่วประเทศและต่างประเทศ เห็นว่า คงมีคนเพียงส่วนน้อยอยู่ดีที่สามารถทำได้ เพราะในการขยายตลาดของสินค้าเหล่านี้ น่าจะตกอยู่ภายใต้การตัดสินใจเลือก ของบริษัทที่มีทุนใหญ่เป็นสำคัญ ว่าจะหยิบสินค้าท้องถิ่นอะไรและสูตรต้นตำรับของใครมาร่วมลงทุน 2.สภาพทางเศรษฐกิจบางแง่มุม เช่น ก.ทักษะแรงงาน ผู้เขียนเห็นว่า ประเทศเรายังคงพึ่งพิงการลงทุนจากต่างประเทศสูง และตราบใดที่ประเทศเรา ยังคงใช้เงื่อนไข ด้านค่าแรงราคาถูก แต่ทักษะต่ำมาแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในการจูงใจให้บรรษัทข้ามชาติเข้ามาลงทุน หรือสร้างความได้เปรียบของสินค้าส่งออกโดยการลดต้นทุนในการผลิตด้วยแรงงานราคาถูก จะส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรม ที่เข้ามาเปิดในประเทศ หรือแม้แต่โรงงานในประเทศเอง จะเป็นการผลิตเน้นการใช้แรงงานไม่ใช่เทคโนโลยี อีกทั้งแรงงานส่วนใหญ่ในประเทศเป็นแรงงานไร้ฝีมือ และพวกเขายังประสบกับปัญหาค่าแรงราคาถูก มีสวัสดิการสังคมต่ำ ทำให้โอกาสที่กลุ่มคนเหล่านี้ จะพัฒนาตัวเอง หรือลงทุนด้านการศึกษาของลูกหลานของตน ให้เป็นแรงงานที่มีฝีมือ หรือให้มีความรู้ในวิทยาการสมัยใหม่ และสร้างความมั่งคั่งจากความรู้นั้นจึงเป็นไปได้ยาก การที่เราสนับสนุนด้านการศึกษาในวิทยาการสมัยใหม่เพียงด้านเดียว จะไม่เพียงพอในการนำพาประเทศ ไปสู่ความมั่งคั่งได้ดั่งที่คาดหวังไว้ เพราะมีปัจจัยทางเศรษฐกิจอื่นๆ อาทิ เงื่อนไขในการลงทุนของประเทศที่กล่าวมาข้างต้น เข้ามาเป็นอุปสรรคที่ทำให้ประชาชนในประเทศ ประสบกับปัญหาในการลงทุนด้านการศึกษาของตน หรือของลูกหลาน ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีงบประมาณอุดหนุนด้านการเรียนรู้เทคโนโลยี หรือนวัตกรรมความรู้ใหม่ๆ ให้แก่ประชาชนแล้ว พวกเขายังประสบกับปัญหา ในการเข้ารับสวัสดิการทางการศึกษาจากรัฐบาล ข.ด้านความเหลื่อมล้ำกันของรายได้ จากปัญหาด้านการศึกษา และด้านแรงงานที่กล่าวมาข้างต้น ในบางแง่มุม ของความก้าวหน้าในวิทยาการสมัยใหม่ อาทิ เทคโนโลยี กลับมาตอกย้ำปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำของรายได้ในประเทศ ให้ยิ่งรุนแรงหนักขึ้นไปอีก เพราะบุคคลที่จะได้ประโยชน์ โดยมากอยู่ในกลุ่มบุคคลที่มีฐานะค่อนข้างดีมาตั้งแต่ต้น และได้รับการศึกษาสูง ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ ไม่เป็นเช่นนั้น ส่งผลให้ช่องว่างของรายได้ระหว่างคนรวย กับคนจนยิ่งห่างไกลกันมากขึ้น ความก้าวหน้าในวิทยาการสมัยใหม่ อาทิ เทคโนโลยี จะเข้ามาเป็นปัจจัยที่สามารถสร้างความมั่งคั่ง ให้กับประชาชนในประเทศ ได้อย่างทั่วถึงกันขนาดไหน ล้วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกันกับบริบทแวดล้อมทางสังคม ดังนั้น เราควรสนับสนุนในการสร้างความก้าวหน้าทางวิทยาการสมัยใหม่ ไปพร้อมๆ กับการสนับสนุนให้มีการปรับปรุงยกระดับสังคมในด้านอื่นๆ เช่น ปฏิรูปกฎหมายให้ตามทันยุคสมัย สร้างปัจจัยที่เอื้อในการเปิดโอกาสให้แรงงาน สามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตของตนได้ กระจายโอกาสทางการศึกษา เปิดที่ทางให้อุดมการณ์ประชาธิปไตยสมบูรณ์มากกว่านี้ เป็นต้น
|
| กลับหน้าแรก |