ความหมายของการตีทะเบียนคนจน

โดย เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ  มติชนรายวัน   วันที่ 16  ธันวาคม 2546

ภาพที่อีวิตา ภริยานายพลเปรองแห่งอาร์เจนตินา โอบกอดคนจนวันละ 200 คน ตั้งแต่เช้ามืดจนค่ำ เป็นภาพที่คนอาร์เจนตินายุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 คุ้นชิน

เธอคัดเลือกคนจนจากจดหมายวันละ 120,000 ฉบับ ให้มาพบตัวต่อตัว นั่งนิ่งรับฟังปัญหา ผงกหน้าแสดงความเห็นใจ เสร็จแล้วก็สั่งหน่วยราชการช่วยเหลือและให้เงินค่ารถกลับบ้านคนละ 50 เปโซ

วันคริสต์มาสทุกปี เธอกับท่านนายพลส่งเค้ก จักรเย็บผ้า รองเท้า เสื้อผ้าให้ประชาชนอย่างละ 4-5 ล้านชิ้น

ช่วงปี 1949-1953 หน่วยราชการผลิตเอกสารโฆษณาผลงานของท่านผู้นำและภริยาออกมามากกว่า 33 ล้านรายการ สะพาน สิ่งก่อสร้าง อาคาร ล้วนจารึกชื่อท่านผู้นำ

พรรคเปรองยึดอุดมการณ์ความยุติธรรมทางสังคม ยังมีเครือข่ายยุวชนและองค์กรผู้หญิงที่เป็นกลไกเผยแพร่อุดมการณ์นี้ออกไปทั่วประเทศอีกเป็นล้านๆ คน

คนจนรักท่านผู้นำและภริยา คิดว่าตัวเองถูกทอดทิ้งมานาน เพิ่งมีเปรองและอีวิตานี่แหละที่เข้าใจ

ทว่าเวลายิ่งผ่านไป ความยากจนก็ไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่ที่เดิม ดูเหมือนผู้นำเห็นใจ แต่ยิ่งช่วยคนจนกลับยิ่งแย่ เกิดการแย่งชิงสวัสดิการและรออัศวินม้าขาว

รัฐเองก็ถูกดูดเข้าหลุมดำ ปัญหาความยากจนใหญ่เกินกว่าที่รัฐจะแตะต้อง

ประวัติศาสตร์โลกยังไม่มีคนจนใดดีขึ้นโดยไม่ทำงานหนัก ต่อสู้ดิ้นรนและรวมพลังกัน รัฐถูกฉุดเข้าไปจัดการปัญหาทุกอย่างให้กับคนทุกคน ทุกคนเชื่อรัฐ ทำตามรัฐอย่างเซื่องๆ สิ่งที่ตามหลังมาไวๆ คือ การเพิ่มการขาดดุลงบประมาณ เพิ่มกำลังคน ตลอดจนเครือข่ายของรัฐ และหนี้

ผู้นำมักทำทีเหยียดปัญหาคนจนกว่าเป็นปัญหาง่ายๆ ท่านจึงให้สัญญาง่ายๆ ทั้งที่ใจจริงท่านก็ยังคิดไม่ออก ท่านคิดไปทีละคืบ ตามแต่จะนึกได้

วันก่อนท่านยึดรถไฟมาเป็นของรัฐ เลยจัดให้ประชาชนมาชุมชนประกาศวันแห่งชัยชนะ เลียนแบบมุสโสลินีที่ไปดูงานมา

วันนี้คนตกงาน ท่านก็จัดชุมนุมอีก ท่านให้สัญญาอย่างหนักแน่นว่าสวัสดิการคนงานต้องดีขึ้น คนงานสบายใจและกลับไปแล้ว แต่ท่านผู้นำก็ยังตรองไม่ตกว่าจะดึงเอาเม็ดเงินตรงไหนมาโปะสวัสดิการ

อีวิตาตายก่อน เธอตายเยี่ยงเทพธิดา โชคดีของเธอ ไม่เช่นนั้นเธอก็คงเห็นภาพความย่อยยับของเปรองและประเทศอาร์เจนตินาที่เธอรัก ซึ่งจบลงด้วยการเดินขบวนของยุวชนโดยการหนุนหลังขององค์การศาสนา

จากนั้นทหารก็ยืดอำนาจ แต่ประชาชนยังอาลัยรัก เปรองจึงได้กลับมาเป็นประธานาธิบดีด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น

แต่คราวนี้ท่านผู้นำก็ด่วนสิ้นไปเสียก่อน ปล่อยให้อิสซาเบลซึ่งเป็นภริยาอีกคนขึ้นเป็นประธานาธิบดี แต่ก็ไปไม่รอด พื้นเพเดิมของอิสซาเบลเป็นนักเต้นบัลเลต์และจบเพียงประถมหก ทหารจึงกลับมาปฏิวัติอีก

มรดกที่เปรองและอีวิตาทิ้งไว้ให้กับคนรุ่นหลังคือ หนี้มหาศาล

รัฐบาลรุ่นหลังต้องขายทรัพย์สินของรัฐทุกอย่าง กระทั่งแหล่งแร่ที่ขึ้นชื่อ กระนั้นก็ยังไม่พอ ในที่สุดทนไม่ไหวต้องประกาศพักชำระหนี้เมื่อปี 1991

หลังจากนั้นจึงต้องหันมายอมรับความจริง การช่วยคนจนเป็นสิ่งดี แต่ไม่ใช่ทิ้งมรดกหนี้ให้ประเทศ

การเมืองยุคหลังเปรองเริ่มขุดคุ้ย พบความฉาวโฉ่จากการบริหารประเทศ มีการกล่าวโทษประธานาธิบดีเมเนม และรัฐมนตรีการคลังคัลวาโยว่าคอร์รัปชั่น ถึงแม้จะหลุดคดี แต่ก็ต้องหนีออกนอกประเทศ ยิ่งสาวก็ยิ่งลึกลงไปข้างล่างเรื่อยๆ

วันนี้อาร์เจนตินามีคำตอบเล็กๆ แล้ว บางทีท่านผู้นำเองนั่นแหละ คือต้นตอของปัญหา ความปรารถนาดีของท่านมีช่องโหว่ให้คนหาประโยชน์ และกลุ่มทุนของท่านนั่นเองที่เป็นต้นเหตุของความไม่เท่าเทียมกันในสังคม

ตัดกลับมาบ้านเรา ช่างคล้ายอีวิตา นายกรัฐมนตรีไทยอ่านจดหมายนักเรียนขอทุนด้วยน้ำตาคลอเบ้าเสียงสั่นเครือ สั่งให้เอาเงินหวยบนดินมาช่วยเป็นทุนการศึกษา จดหมายนักเรียนไทยเหมือนคนจนอาร์เจนตินา รวมกันแล้วเป็นแสนๆ ฉบับ ไม่รู้ฉบับไหนจะโชคดีบ้าง

นายกรัฐมนตรีไทยคิดหนัก เอาหวยขึ้นมาบนดินได้แล้วก็ยังไม่พอ มีคนจองขอใช้เงินเต็มไปหมด จะต้องเอาอะไรขึ้นมาอีก ระดมกองทุนอะไร สักอีกกี่กอง ภาระการช่วยคนจน ทำให้นายกรัฐมนตรีไทยนึกถึงตอนที่ท่านเป็นเด็ก จึงให้นักเรียนนักศึกษาที่ต้องการทำงานแจ้งความจำนงมาพร้อมกับคนจน ท่านลั่นคำหนักแน่นว่าจะจัดการให้

ไม่นานคนจนจำนวนมากก็มาตีทะเบียน อิ่มเอิบด้วยความหวัง ความหมายของมัน ก็คือ การให้ความหวัง

แต่อีกด้านหนึ่งเป็นกระบวนการดึงเอาประชาชนมาเป็นพวก มีเพียงท่านผู้นำเท่านั้นที่เป็นพวกเดียวกับประชาชน ส่วนคนอื่นไม่ใช่ อาจเป็นศัตรู

พวกนั้นมันค้าน...นักวิชาการ นักหนังสือพิมพ์ แล้วก็พวกฝ่ายค้าน สมชื่อมัน พวกเก่าๆ หน้าเดิม มันคอยแขวะวันประกาศชัยชนะ อีกแค่ 6 ปีเอง

หน้า 7

 

กลับหน้าแรก