รัฐบาลอบายมุข

โดย วัลลภ ตังคณานุรักษ์  มติชนรายวัน  วันที่  8  ธันวาคม พ.ศ. 2546  ปีที่ 26 ฉบับที่ 9404

ใครเลยจะคาดคิดว่ารัฐบาลที่มาพร้อมสโลแกน "คิดใหม่ ทำใหม่" ที่พยายามทำโครงการต่างๆ มากมาย จนสามารถเรียกศรัทธาจากประชาชนมาได้โดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น "โครงการบ้านเอื้ออาทร" "โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค" "กองทุนหมู่บ้านละล้าน" "โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์" "โครงการหนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียนคุณภาพ" "โครงการประกันชีวิตเอื้ออาทร" กำลังจะกลายร่างไปสู่การมีสโลแกนใหม่ในทำนอง "คิดผิด ทำผิด" ได้ถึงขนาดนี้ ด้วยการพยายามจะให้มีการเปิด "บ่อน" ขึ้นเพียงเพื่อต้องการ "เงิน" มาสนองตอบนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลยุคนี้ และพยายามแสดงออกดังนี้

1.เพื่อให้เกิดความชอบธรรมต่อการเปิด "บ่อน" ขึ้น รัฐบาลจึงนำเสนอเรื่องนี้ "ซ่อนไว้" ภายใต้อภิมหาโปรเจกต์ที่เรียกชื่อเสียโก้ว่า "เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์" พร้อมอธิบายเหตุผลง่ายๆ ว่า "บ่อน" เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งในสถานที่แห่งนี้ เพื่อกลบเกลื่อนให้เรื่อง "บ่อน" เป็นเรื่องเล็ก ทั้งๆ ที่มีเป้าหมายหลักชัดเจนอยู่ที่การเปิด "บ่อน" และ "ต้องการเงินจากบ่อนเป็นสำคัญ"

2.เพื่อให้เกิดความชอบธรรมมากขึ้นอีกต่อการเปิด "บ่อน" รัฐบาลจึงได้เสนอตัวเลขที่จะได้กำไรอย่างงามจากการเปิด "บ่อน" ว่าจะนำไปใช้สำหรับช่วยเหลือกลุ่มคนพิการ กลุ่มผู้ติดเชื้อเอดส์ เหมือนดังที่ทำสำเร็จมาแล้วกับการนำเงินกำไรจาก "หวย" ไปมอบเป็นทุนการศึกษาแก่เด็ก ซึ่งเป็นการคิดโดยไม่จำแนกว่า เรื่องของการเล่น "หวย" นั้น คนพอยอมรับได้ว่าเป็นการเสี่ยงโชคที่ไม่หนักหนานัก แต่การเล่นพนันใน "บ่อน" นั้นคือการก้าวสู่ประตูแห่งหายนะ ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และประเทศโดยรวม

3.เพื่อให้เกิดความชอบธรรมมากยิ่งขึ้นไปอีกต่อการเปิด "บ่อน" รัฐบาลจึงได้เสนอแนวคิดว่าจะให้ประชาชนลงประชามติเหมือนการลงคะแนนเลือกตั้ง หากคะแนนให้เปิดมีมากกว่าไม่ให้เปิด "ก็จะเปิด"

แต่แปลกนักที่ก่อนการลงคะแนนนั้น บุคคลระดับนายกรัฐมนตรีได้ใช้คลื่นวิทยุพูดไปทั่วประเทศโน้มน้าวใจประชาชนและลงรายละเอียดว่าหากจะเปิด น่าจะมีอยู่สักสี่แห่ง ในภูมิภาคต่างๆ พร้อมทั้งปรามผู้คัดค้านในเชิงว่า "ไม่รู้เรื่องดีพอ" หรือในทำนองว่า "ค้านมากเดี๋ยวไม่มีที่นั่งสภา" ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดแจ้งถึงจุดยืนว่า "จะเปิดบ่อน" อย่างแน่นอน

ภายใต้สิ่งที่น่าคิดยิ่งนักก็คือ ภาวะลุกลี้ลุกลนต่อการที่จะ "เร่งให้มีการเปิดบ่อนขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ" ดังคำพูดที่กล่าวว่า "ต้องได้ข้อสรุปภายในต้นปี 2547 นี้" ทำให้ต้องใคร่ครวญว่า "จะเอาเงินกำไรมหาศาลจากบ่อนไปทำอะไรหรือ" จนลืมตระหนักถึงผลกระทบทางสังคมที่จะตามมาอีกมากมายในอนาคต

ผู้ได้พบเห็นผลกระทบจากคนติดพนันมามาก ไม่ว่าจะเป็นภรรยาต้องพาลูกหนีสามีที่ติดพนัน พ่อบ้านที่ติดพนันแล้วลงมือทำร้ายภรรยาเพื่อแย่งชิงทรัพย์ไปเล่นพนัน ครอบครัวที่ล่มจมหมดตัวเพราะติดพนัน การตามล่าฆ่ากันเพราะทวงหนี้พนัน การขายได้แม้แต่กระทั่งร่างกาย ยาเสพติดหรือลูกเพื่อให้ได้เงินมาเล่นพนัน ฯลฯ

ซึ่งก็ตรงดังที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมไว้ถึงทางเสื่อมแห่งโภคะหรือทรัพย์ 6 ประการว่า "ดูกรบุตรเศรษฐี อริยสาวกย่อมไม่เสพทางเสื่อมแห่งโภคะ 6 คือ การประกอบเนืองๆ ซึ่งการดื่มน้ำเมา คือสุราและเมรัย การประกอบเนืองๆ ซึ่งการเที่ยวไปในตรอกต่างๆ ในเวลากลางคืน การเที่ยวดูมหรสพเป็นนิตย์ การประกอบเนืองๆ ซึ่งการพนัน การประกอบเนืองๆ ซึ่งการคบคนชั่วเป็นมิตร และการประกอบเนืองๆ ซึ่งความเกียจคร้าน"

ความเป็นเช่นนี้แล้ว จะส่งเสริมทำไมกับอบายมุขให้เต็มบ้านเมือง เพราะความเป็นรัฐบาลนั้น มีหน้าที่สำคัญที่จะทำให้คนในชาติประกอบแต่ความดี ทำสิ่งดีเพื่อชาติบ้านเมืองมิใช่หรือ การที่รัฐบาลออกมาส่งเสริมความชั่วร้ายเสียเองนั้น คงหนีไม่พ้นการเป็นก้าวเข้าสู่จุดเสื่อมและจะถูกเรียกขานเป็น "รัฐบาลอบายมุข" อย่างหนีไม่พ้นเสียแล้ว

จึงเรียนมาด้วยความห่วงใยยิ่ง

หน้า 6

 

กลับหน้าแรก