|
สมรภูมิ Cancun
โดย ผู้จัดการออนไลน์ รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์, จากท่าพระจันทร์ถึงสนามหลวง วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2546 เสียงเพรียกหาเพื่อนพ้องน้องพี่เพื่อไปชุมนุม ณ เมือง Cancun ประเทศเม็กซิโก ดังกังวานมาเป็นเวลากว่าครึ่งปี บัดนี้ กองทัพประชาชน เตรียมพร้อมในที่ตั้ง และกำลังขับเคลื่อนสู่สมรภูมิ Cancun เพื่อทำสงครามการเจรจาการค้า กองทัพชาวนาเม็กซิกัน นำโดย Popular Civic Front of Pucbla ผสานกับขบวนการประชาชน ดังเช่น Mexican Action Network Against Free Trade เป็นกองทัพหน้าในการบุกยึดพื้นที่ Kilometre Zero อันเป็นที่ตั้งของศูนย์การประชุม หรือ Convention Centre ส่วนหนึ่งเพื่อแสดงการต่อต้านองค์การการค้าโลก อีกส่วนหนึ่งเพื่อทดสอบกำลัง และความสามารถของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของรัฐบาลเม็กซิกัน ไม่มีใครคาดเดาว่า สมรภูมิ Cancun จะ นองเลือด มากเท่าสมรภูมิ Scattle เมื่อสี่ปีที่แล้วหรือไม่ ขบวนการประชาชนระหว่างประเทศมิได้มีเป้าประสงค์ที่จะก่อการนองเลือด หากการนองเลือดเกิดขึ้นก็ต้องเป็นผลจากการตัดสินใจของรัฐบาลเม็กซิกันในการใช้ตำรวจ และทหารปราบปรามขบวนการต่อต้านองค์การการค้าโลกอย่างรุนแรง นคร Cancun เป็นสถานที่จัดการประชุมระดับรัฐมนตรีขององค์การการค้าโลกระหว่างวันที่ 10-14 กันยายน 2546 การประชุมดังกล่าวนี้มีผลต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการเจรจาการค้าพหุภาคีรอบโดฮา (WTO Doha Round) และมีผลอย่างสำคัญมิเฉพาะต่อการจัดระเบียบการค้าระหว่างประเทศเท่านั้น หากยังมีผลต่ออนาคตและชะตากรรมขององค์การการค้าโลกอีกด้วย การประชุมระดับรัฐมนตรี (Ministerial Conference) มีขึ้นครั้งแรกในปี 2525 ขณะที่ยังมิได้สถาปนาองค์การการค้าโลก ภายใต้ข้อตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า (GATT) มีการประชุมระดับรัฐมนตรีรวม 6 ครั้ง เมื่อมีการก่อตั้งองค์การการค้าโลกในปี 2538 การประชุมระดับรัฐมนตรีถูกกำหนดให้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการจัดระเบียบการค้าระหว่างประเทศ โดยกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อย 2 ปีต่อหนึ่งครั้ง การประชุม ณ เมือง Cancun นับเป็นการประชุมองค์การการค้าโลกระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 5 (ดูตาราง) การประชุมเท่าที่ผ่านมามีทั้งที่สำเร็จและล้มเหลว ครั้งที่ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าคือ การประชุม ณ เมือง Seattle ในปี 2542 ขบวนการต่อต้านองค์การการค้าโลกมีจุดประสงค์หลักในการโค่นล้มองค์การการค้าโลก และมีจุดประสงค์รองในการคว่ำการประชุมระดับรัฐมนตรี ณ เมือง Cancun ขบวนการประชาชนเหล่านี้มีฉันทมติว่า ระบบการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบันเป็นระบบที่ไม่เป็นธรรม ประเทศเล็กเสียเปรียบประเทศใหญ่ ประเทศด้อยพัฒนาถูกเอาเปรียบโดยประเทศที่พัฒนาแล้ว องค์การการค้าโลกเป็นกลไกของประเทศมหาอำนาจและบรรษัทระหว่างประเทศ ในการหาประโยชน์จากการผลักดันการขยายระเบียบการค้าระหว่างประเทศ โดยไม่นำพาว่า การเปิดเสรีทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สร้างภาวะทุกข์เข็ญแก่ประชาชนผู้ยากไร้ในโลกที่สามอย่างไรบ้าง ขบวนการต่อต้านองค์การการค้าโลกเกือบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับขบวนการต่อต้านโลกานุวัตร เนื่องเพราะองค์การการค้าโลกเป็นกลไกของกระบวนการโลกานุวัตร แต่ภายในขบวนการเหล่านี้ มีจุดยืนและความคิดเห็นแตกต่างกันมาก บางกลุ่มต้องการโค่นล้มองค์การการค้าโลก เนื่องเพราะไม่ต้องการเดินบนเส้นทางทุนนิยม กลุ่มเหล่านี้ชูคำขวัญ Other Worlds Are Possible แต่บางกลุ่มต้องการผลักดันการจัดระเบียบการค้าระหว่างประเทศให้มีความเป็นธรรมมากขึ้น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและทรัพยกรธรรมชาติมากขึ้น และมีความเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์มากขึ้น ในท่ามกลางความหลากหลายของขบวนการต่อต้านองค์การการค้าโลก นับแต่องค์กรดังเช่น Attac, Focus on the Global South, Continental Social Alliance, Friends of the Earth, Greenpeace, Global Exchange ไปจนถึง Oxfam มีความพยายามในการประสานงานในการชุมนุม ณ เมือง Cancun ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ร่วมชุมนุมประท้วงอย่างน้อย 20,000 คน และอาจมีมากถึง 50,000 คน ทั้งๆ ที่คณะผู้จัดการประชุมจะพยายามสกัดมิให้ NGOs เข้าสู่เมือง Cancun ก็ตาม Jose Bove ผู้นำเกษตรกรฝรั่งเศสผู้มีสมญานามว่า McHero เป็นคนหนึ่งที่ถูกกันมิให้เข้าเมือง Cancun ขบวนการต่อต้านองค์การการค้าโลกเปลี่ยนโฉมไปค่อนข้างมาก นอกจากจะดูดดึงปัญญาชนและนักเคลื่อนไหวทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายเสรีนิยมเป็นฐานกำลังที่กว้างขวางขึ้นแล้ว ยังให้ความสนใจในการผลิตงานวิชาการเกี่ยวกับองค์การการค้าโลกและระเบียบการค้าระหว่างประเทศมากขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้รู้เท่าทันประเทศมหาอำนาจและบรรษัทระหว่างประเทศ รวมทั้งกำหนดจุดยืนเกี่ยวกับการจัดระเบียบการค้าระหว่างประเทศเพื่อเกื้อประโยชน์โลกที่สามและกลุ่มประชาชนผู้ยากไร้ องค์กรเอกชนที่มีบทบาทในการผลิตงานวิชาการดังกล่าวนี้ ได้แก่ Focus on the Global South, Global Exchange, Global Development Network เป็นต้น สมรภูมิ Cancun มิได้ปรากฏบนท้องถนน ณ ที่ซึ่งขบวนการต่อต้านองค์การการค้าโลกอาจต้อง ต่อสู้ กับตำรวจและทหารเม็กซิกันเท่านั้น หากยังปรากฏในศูนย์การประชุมอีกด้วย บนโต๊ะการเจรจา ฝ่ายใต้ต้องต่อสู้กับฝ่ายเหนือ แม้องค์การการค้าโลกจะยึดกฎหมายลงคะแนนเสียง หนึ่งประเทศหนึ่งคะแนนเสียง (One Country, One Vote) แต่ฝ่ายใต้ต้องเสียเปรียบในด้านวิทยายุทธ์ และอำนาจต่อรอง ในขณะที่ฝ่ายเหนือมีผู้ชำนาญการเฉพาะเรื่องจำนวนมาก แม้กฎกติกาขององค์การการค้าโลกเพียงหนึ่งบรรทัด หรือหนึ่งย่อหน้า ก็สามารถนำเสนอบทวิเคราะห์เป็นคุ้งเป็นแคว ฝ่ายใต้มิได้มีวิทยายุทธ์ชนิดเทียบเทียมได้ ลำพังแต่จะทำความเข้าใจกฎกติกาเหล่านั้นก็แสนยากเสียแล้ว ฝ่ายเหนือยังมีไม้ตายในด้านอำนาจต่อรอง ด้วยการหยิบยกผลประโยชน์ระดับทวิภาคีมากดดันให้บางประเทศในฝ่ายใต้ยอมรับกติกาใหม่บางกติกา การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ทั้งระดับพหุภาคีและทวิภาคี ล้วนเป็นการเล่นเกมเพื่อแลกเปลี่ยนประโยชน์ หรือ Trade-Off Game ผลการเจรจานอกจากจะขึ้นอยู่กับอำนาจต่อรองของประเทศคู่เจรจาแล้ว ยังขึ้นอยู่กับกระบวนการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์อีกด้วย หากการเล่นเกมมีลักษณะเป็นการเล่นเกมเชิงลบ หรือ Negative Linkage การเจรจาอาจจบลงโดยที่ประเทศคู่เจรจามิได้รับประโยชน์มากเท่าที่ควร ตัวอย่างของ Negative Linkage ได้แก่ การกำหนดจุดยืนในการเจรจาว่า หากไม่มีการลดเงินอุดหนุนการผลิตด้านเกษตรกรรม จะไม่มีการเจรจาเรื่องการเปิดเสรีการค้าบริการ ประเทศโลกที่สาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอฟริกา ประกาศอย่างชัดเจนว่า จะไม่ยอมพิจารณาประเด็นใหม่ที่เรียกว่า Singapore Issues (จากการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 1 ปี 2539) อันได้แก่ กติกาว่าด้วยการลงทุน นโยบายการแข่งขัน การจัดจ้างจัดซื้อของรัฐบาล (Government Procurement) และการอำนวยความสะดวกด้านการค้า (Trade Facilitation) หากประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา ไม่กำหนดเงื่อนเวลาที่ชัดเจนในการลดเงินอุดหนุนด้านเกษตรกรรม สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปสร้างความแค้นเคืองแก่โลกที่สาม ด้วยการเพิ่มเงินอุดหนุนการเกษตรในปี 2545 ทั้งๆ ที่มีพันธะในการลดเงินอุดหนุนดังกล่าวตามข้อตกลงในการเจรจาการค้าพหุภาคีรอบอุรุกวัย จนการประชุม ณ เมือง Cancun ทำท่าจะล้มเหลวตั้งแต่การประชุมยังไม่เริ่มต้น แต่แล้วสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปช่วยประคองให้การประชุมมีชีวิตต่อไป ด้วยการยื่นข้อเสนอการจัดระเบียบการค้าสินค้าเกษตรระหว่างประเทศ โดยที่ในเวลาไล่เลี่ยกัน ภาคีองค์การการค้าโลกบรรลุข้อตกลงในการให้ประเทศด้อยพัฒนา ซื้อยารักษาโรคสำคัญในราคาถูกได้ การรวมกลุ่มประเทศที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนับเป็นยุทธวิธีสำคัญในการเพิ่มอำนาจต่อรอง ดังกรณีประเทศผู้ส่งออกธัญพืช 18 ประเทศที่รวมตัวเป็น Cairns Group และประเทศด้อยพัฒนา 20 ประเทศ ที่รวมตัวกันเป็น Group of 20 โดยมีบราซิล สาธารณรัฐประชาชนจีน อินดีย และแอฟริกาใต้เป็นผู้นำ การเจรจาการค้าพหุภาคีรอบโดฮา (WTO Doha Round) ถูกกำหนดให้เป็น Development Round ซึ่งมีนัยเกี่ยวกับการจัดระเบียบการค้าระหว่างประเทศเพื่อเกื้อกูลกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจของโลกที่สาม แต่การเจรจามีความคืบหน้าน้อยมาก จนเกินกำหนดเวลาเกือบทุกหัวข้อการเจรจา มิหนำซ้ำสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปยังย่ำยีสปิริตแห่งโดฮา ด้วยการสืบทอดนโยบายการอุดหนุนการผลิตด้านเกษตรกรรม อันขัดต่อเจตนารมณ์ของการเจรจาการค้าพหุภาคีรอบอุรุกวัยอีกด้วยในประการสำคัญ นานาประเทศมิได้สนใจการเจรจาการค้าพหุภาคีรอบโดฮาเท่าที่ควร เพราะต่างหันเข็มมุ่งไปสู่การทำข้อตกลงการค้าทวิภาคี ภายใต้บรรยากาศดังกล่าวนี้ หากการประชุมระดับรัฐมนตรี ณ เมือง Cancun จบลงโดยไม่มีข้อตกลงเป็นชิ้นเป็นอัน ก็มิใช่เรื่องน่าประหลาดใจ แต่คำถามพื้นฐานที่พึงหาคำตอบ ก็คือ องค์การการค้าโลกควรจะมีอนาคตอย่างไร? |
| กลับหน้าแรก |