โครงการท่อส่งก๊าซ… รัฐบาลอย่าปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ

บรรจง นะแส  กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  8 กรกฎาคม 2546

โครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซไทย-มาเลย์ ได้พัฒนาโครงการและพัฒนาความขัดแย้งมาถึงจุดที่สำคัญอีกครั้ง เมื่อ ผบ.ตร. ได้ตัดสินใจส่งกำลังตำรวจตระเวนชายแดนประมาณ 4 กองร้อยพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ครบครันลงพื้นที่ของเช้าตรู่ วันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา

โดยอ้างว่า เพื่อคุ้มครองการปฏิบัติงานของคนงานบริษัทรับเหมาที่เข้ามาดำเนินการก่อสร้างในโครงการ กองกำลัง 4 กองร้อยพร้อมอาวุธที่ปรากฏต่อสาธารณชนของสื่อต่างๆ ทำให้ประชาชนทั่วไปตื่นตระหนกกันไปทั่ว ประสาอะไรกับพี่น้องในตำบลตลิ่งชัน ตำบลสะกอม ที่ตั้งอยู่รายรอบพื้นที่โครงการจะไม่ใจสั่นขวัญแขวนกับเหตุการณ์ดังกล่าว

"เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ…." "คนคัดค้านมีแค่หยิบมือ" รวมไปถึงการด่ากราดฝ่ายร่วมคัดค้านโครงการว่า "เป็นพวก NGOs ที่รับเงินต่างชาติมาขัดขวางการพัฒนาประเทศ…" พรั่งพรูออกมาจากปากของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ผมฟังแล้วอึ้งและคิดไม่ถึงว่าทำไมท่านนายกฯ ถึงได้โกรธง่าย อารมณ์รุนแรงถึงขนาดนั้น

ผมลองยกเหตุผลหลัก 3-4 ข้อของการคัดค้านโครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซไทย-มาเลย์ ที่ฝ่ายคัดค้านสงสัยและรอคำอธิบายมา 3- 4 ปีแล้ว แต่ไม่มีคำตอบ เช่น

1. แต่เดิม (ก่อนปี พ.ศ.2539) ก๊าซจากแหล่ง JDA ที่ถูกแบ่งกันว่า ประเทศไทยและมาเลเซียแบ่งกันคนละครึ่ง 50 : 50 ประเทศมาเลย์ก็ลากท่อจากปากหลุมไปทางทะเลไปขึ้นฝั่งที่ประเทศของเขา ก๊าซในส่วนของเราก็ลากท่อไปทางทะเลไปเชื่อมต่อกับแหล่งบงกช และแหล่งเอราวัณ บางส่วนก็ขึ้นโรงแยกก๊าซที่มีอยู่แล้วที่อำเภอขนอม จ.นครศรีธรรมราช

และก็ไปโรงแยกที่มาบตาพุด จ.ชลบุรี ปี พ.ศ.2539 สภาพัฒน์ได้วางแผนพัฒนาภาคใต้ โดยกำหนดเขตอุตสาหกรรมในพื้นที่ อ.จะนะ อ.นาหม่อม ในจังหวัดสงขลา โดยบอกว่าจะใช้ประโยชน์จากก๊าซ มาถึงวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีออกมาพูดว่า จะไม่มีเขตอุตสาหกรรมในพื้นที่ดังกล่าว

คำถามจึงมีว่า เราเอาก๊าซนั้นมาที่ฝั่ง ณ อ.จะนะ เพื่ออะไร ก๊าซสำรองเรามีอยู่เท่าไหร่ แผนการใช้ก๊าซในอนาคตเป็นอย่างไร และวันนี้เราต้องจ่ายค่าก๊าซจากแหล่งยานาดา ในประเทศพม่าตามสัญญา ไม่ใช้ก็ต้องจ่าย (TAKE OR PAY) ไปแล้วเท่าไหร่ ตกเดือนละเท่าไหร่ ใครรับผิดชอบ ประชาชนไทยใช่ไหม…?

2. ปี พ.ศ.2548 ทาง ปตท. ตั้งงบประมาณเพื่อวางท่อจากแหล่ง JDA ตามแผนเดิมที่จะเอาก๊าซของไทย 50% ไปขึ้นฝั่งทางทะเลตามแผนงานที่ปรากฏก่อนปี 2539 ใช่ไหม แล้วท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซที่มาขึ้นฝั่งที่ อ.จะนะ ก็คือก๊าซที่ส่งไปยังมาเลย์ (เพราะว่าเราไม่มีอุตสาหกรรมรองรับและก๊าซของประเทศไทยก็เหลืออยู่เป็นจำนวนมาก)

หากมีการปฏิเสธว่า ไม่ใช่ ไม่จริง คำตอบง่ายนิดเดียว ก็คือ กางสัญญา 4 ฉบับที่ทางรัฐบาลไทยไปทำไว้กับรัฐบาลมาเลย์สมัยอดีตนายกรัฐมนตรี (นายชวน หลีกภัย) โดยไม่ยอมฟังคำทักท้วงของใคร สัญญาฉบับที่ 4 ไปเซ็นในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลรักษาการด้วยซ้ำ

3. ฝ่ายคัดค้านมีข้อมูลและฟันธงไว้ว่า โครงการโรงแยกก๊าซและท่อส่งก๊าซไทย-มาเลย์ คือ โครงการหนึ่งที่จะทำให้ประเทศชาติเสียผลประโยชน์มหาศาล ทั้งในทางเศรษฐกิจที่เป็นตัวเงินและอื่นๆ แค่ง่ายๆ การร่วมกันลงทุนกันฝ่ายละ 20,000 ล้านบาท (สองหมื่นล้านบาท) ก๊าซที่ได้ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ได้แก่ ประเทศมาเลย์ ประเทศไทยเราได้ประมาณ 10% แต่ลงทุนเท่ากันแค่นี้ก็เห็นกันจะจะแล้วหากถามว่าจริงๆ แล้วผลประโยชน์ตกกับใคร

คำตอบคือ ประเทศมาเลเซียและบริษัทองค์กรร่วมคือ ทรานส์ไทย-มาเลเซีย ฝ่ายไทยก็คือผู้ถือหุ้นใน ปตท. ร่วมกับนายทุน

นักการเมืองที่กว้านซื้อที่ชาวบ้านไว้ในราคาถูกๆ เอามาขายแพงๆ ในตอนนี้ ตลอดถึงผู้รับเหมาวางท่อบนบก ในทะเล สร้างโรงแยกก๊าซ งานถมดิน.. นี่คือผลประโยชน์อันจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ให้แจงว่าประเทศชาติได้อะไร เท่าไหร่ อย่างไร ท่านไม่ยอมอธิบาย

4. เมื่อเช้าวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ออกมาให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ ว่าสัญญาของโครงการทั้ง 4 ฉบับได้ผ่านการตรวจสอบมาอย่างดีจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ขอรับรองว่าไม่เสียเปรียบแน่นอน

อยากถามว่า สัญญาที่รัฐบาลก่อนๆ เคยไปทำไว้กับบริษัทยูโนแคล ประเทศไทย ในการขุดเจาะสำรวจสัมปทานก๊าซส่วนใหญ่ในอ่าวไทยจนถึงปัจจุบัน ผลเป็นอย่างไร

รัฐบาลแทบจะต้องกราบเท้าบริษัทยูโนแคลในการต่อรองแต่ละครั้ง ไม่ว่ากรณีให้เราต้องซื้อก๊าซ (ของเราเอง) ด้วยเงินสกุลดอลลาร์ การลดค่าเงินบาทในปี พ.ศ.2540 รัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณไปเท่าไหร่ บริษัทยูโนแคลรับกำไรไปเท่าไหร่ ปล่อยให้เขามีอำนาจมีอภิสิทธิ์เหนือแหล่งทรัพยากรของชาติไปอีกนานเท่าไหร่ ใครรู้บ้าง…?

และอยากถามว่า สัญญาดำเนินการโครงการบำบัดน้ำเสียคลองด่านก็คงผ่านการพิจารณามาอย่างดี ที่ถึงวันนี้ประเทศชาติต้องสูญเสียงบประมาณเป็นหมื่นๆ ล้านไปกับขบวนการคอรัปชั่น ฉ้อโกง ชาติ ประชาชน กลุ่มคัดค้านไม่เห็นด้วยกับโครงการ ไม่ได้คัดค้านแบบหัวชนฝา เราต้องการเหตุผล ต้องการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ และไม่ได้มีอยู่เพียงกลุ่มชาวบ้านหยิบมือเดียว คณาจารย์กว่า 1,300 ท่าน สมาชิกวุฒิสภา กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านเหล่านี้ต่างเรียกร้องว่าโครงการนี้ต้องยุติและต้องทบทวน

รัฐบาลอย่าได้พยายามปิดฟ้าด้วยฝ่ามืออีกต่อไปเลย เพราะฝ่ามือปิดได้เฉพาะดวงตาของท่านเท่านั้น ท่านไม่สามารถปิดหู ปิดตาประชาชนทั้งประเทศได้หรอก

กลับหน้าแรก