ข้อคิดน่าฟังจากสภาพัฒน์ นโยบายรัฐที่ต้องปรับปรุง

บทบรรณาธิการ   ประชาชาติธุรกิจ   วันที่  3 กรกฎาคม 2546    ปีที่ 27 ฉบับที่ 3493 (2693)

"กรอบแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน" ซึ่งเป็นผลงานการนำเสนอของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ พร้อมกับจัดการประชุมระดมความคิดเห็นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2546 ที่ผ่านมา อาจจะถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงชิ้นสำคัญของหน่วยงานที่ได้ชื่อว่าเป็น "คลังสมองของรัฐ" แห่งนี้เลยทีเดียว

นอกจากจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูล ประมวลผลตัว เลขโดยละเอียดแล้ว ยังนำมาแสดงเป็นดัชนีชี้วัดทั้ง 2 มิติ คือ การติดตามประเมินผลการพัฒนา โดยพิจารณาจากดัชนีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และพิจารณาผ่านดัชนีความอยู่ดีมีสุขของประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งในภาพรวม ผลการทำงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก็ปรากฏตัวเลขที่อยู่ในอัตราที่น่าพอใจ

บนฐานข้อมูลที่นำเสนออย่างตรงไปตรงมา ภายหลังการประเมินนโยบายด้านสำคัญๆ ของรัฐบาลตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สภาพัฒน์ให้ภาพที่ชัดเจนทั้ง 2 ด้าน โดยมิติหนึ่ง เม็ดเงินที่ใส่ลงไปเพื่อกระตุ้นรากหญ้าก็ให้ผลตอบแทนคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 36,000 ล้าน รายได้เฉลี่ยต่อคนก็เพิ่มขึ้น เท่าๆ กับที่ตัวเลขคนว่างงานก็ลดลงอย่างน่าพอใจ

แต่อีกมิติหนึ่งซึ่งเป็นข้อสังเกตเกี่ยวกับจุดอ่อนในการดำเนินนโนบาย ก็นำเสนอประเด็นที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นช่องว่างหรือความเหลื่อมล้ำจากการพัฒนายังถ่างกว้างออกไปเรื่อยๆ ขณะที่การพัฒนาความรู้และระบบการศึกษายังตามไม่ทันการพัฒนาและความเปลี่ยนแปลงด้านอื่นๆ

และ 3 ประเด็นข้อเสนอแนะให้รัฐบาลปรับปรุงการดำเนินนโยบาย อันได้แก่ 1.ยกระดับการพัฒนาสินค้า หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ให้มีมูลค่าสูงขึ้น และเชื่อมโยงหน่วยงานสนับสนุนอย่างเป็นระบบ 2.ปรับปรุงการบริหารการจัดการกองทุนหมู่บ้านให้กองทุนมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น และ 3.ปรับปรุงระบบบริหารจัดการการสร้างหลักประกันสุขภาพทั่วหน้า หรือที่รู้จักกันในนามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ให้เกิดความเหมาะสมและลดภาระทางด้านงบประมาณของรัฐบาลมากขึ้น

ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นข้อคิดที่น่ารับฟังอย่างยิ่ง เป็นแง่มุมที่เกิดจากข้อสังเกต การประมวลผล ติดตามประเมินการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งเนื้อแท้ของการนำเสนอมิได้ต่อต้าน โจมตี หรือปฏิเสธนโยบายรัฐบาลเลย เพียงแต่เมื่อเห็นจุดบกพร่องก็นำเสนอแนะแนวทางปรับปรุง แก้ไข เพื่อให้นโยบายเหล่านั้นเดินหน้าต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น แทนที่จะตั้งแง่ หรือแสดงปฏิกิริยาตอบโต้เชิงลบ สิ่งที่รัฐบาลพึงกระทำต่อข้อเสนอเหล่านั้นคือ เปิดใจกว้าง รับฟัง และนำไปเป็นฐานข้อมูลเพื่อการปรับใช้นโยบายให้ดียิ่งขึ้นในช่วงเวลานับจากนี้ไป

ประชาชาติธุรกิจ หน้า 2

 

กลับหน้าแรก