ประเทศยังยากจนอยู่เลย แล้วทำไมต้องให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพดี มีบ้าน มีรถ

คอลัมน์ เศรษฐกิจระบบสารสนเทศ  โดย ดร.ฉวีวรรณ สายบัว  ประชาชาติธุรกิจ  วันที่ 28 กรกฎาคม 2546

ความกินดีอยู่ดี หรือมาตรฐานความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคม ซึ่งหมายถึงการที่ผู้คนในสังคมมีสินค้าและบริการต่างๆ ทั้งที่จำเป็นและฟุ่มเฟือยตอบสนองความต้องการในการบริโภค

ซึ่งความต้องการดังกล่าวจะได้รับการตอบสนองหรือไม่ หรือได้รับการตอบสนองมากน้อยเพียงไร หรือได้รับการตอบสนองอย่างเท่าเทียมกันหรือแตกต่างกันอย่างไร ก็ขึ้นอยู่ในเบื้องต้นกับฐานะ และขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของประเทศ (national economic competency) หรือขึ้นอยู่กับระดับการเจริญเติบโต และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ (national economic growth and development)

มีทฤษฎีหรือแนวคิดหนึ่งที่สามารถใช้ชี้วัดว่าประเทศใดประเทศหนึ่งมีการพัฒนาไปถึงไหนแล้ว และแสดงให้เห็นในสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นว่า ความกินดีอยู่ดีหรือมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชาชนในสังคม จะสูงขึ้นตามการสูงขึ้นเป็นลำดับของการพัฒนาประเทศ ก็คือ ทฤษฎีหรือแนวคิดเรื่อง "ขั้นตอนการพัฒนา" (stages of development) ของ รอสเทาว์ (Rostow, 1971)

ซึ่งแนวคิดนี้ได้แบ่งระดับ หรือขั้นตอนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศออกมาเป็น 5 ขั้นตอน โดยลักษณะสำคัญในแต่ละขั้นตอน เป็นดังต่อไปนี้

ขั้นสังคมแบบปฐม/สังคมแบบโบราณ (Primitive society/traditional society)

- การดำเนินชีวิตเป็นแบบง่ายๆ การผลิตเป็น การผลิตเพื่อใช้และบริโภคเอง และวิธีการผลิตเป็นแบบดั้งเดิม เคยทำกันมาอย่างไรก็ทำต่อไปแบบนั้น

- ประชาชนยังมีความเชื่อในเรื่องภูตผีปิศาจ

- มีชนชั้นทางสังคม นายทุนที่ดินมีอิทธิพลมาก

- ยังไม่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต

- ยังไม่มีแนวความคิดในเรื่องการพัฒนาเศรษฐ กิจเกิดขึ้น

ขั้นเตรียมทะยาน (Precondition for take off)

- มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ ดีขึ้น

- ปัจจัยการผลิตมีการโยกย้ายจากภาคหนึ่งไปสู่อีกภาคหนึ่ง

- ไม่เพียงแต่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ แต่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านอื่น ทั้งสังคม วัฒน ธรรม และการเมือง

- มีการผลิตทั้งด้านเกษตรกรรมและอุตสาห กรรม

- มีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนา

- เริ่มนำเอาวิทยาการมาช่วยในการผลิต

- มีการแบ่งงานกันทำ ทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตสูงขึ้น

ขั้นทะยาน (Take off)

- อุปสรรคในการพัฒนาถูกทำให้หมดไปแล้วแม้จะไม่โดยสิ้นเชิง แต่ในภาคเศรษฐกิจทำหมดไปแล้ว

- เปอร์เซ็นต์การลงทุนต่อรายได้ประชาชาติเพิ่มจาก 5% เป็น 10%

- มีการเร่งรัดพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

- การเปลี่ยนแปลงทางด้านต่างๆ ที่จะส่งเสริมต่อการสูงขึ้นของรายได้ประชาชาติและมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชาชน

ขั้นเร่งรัดการขยายตัว (Drive to maturity)

- ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาการถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวาง

- ประสิทธิภาพในการผลิตได้รับการปรับปรุงในเกือบทุกภาคเศรษฐกิจ

- รายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้นมากกว่าการเพิ่มขึ้นของประชากร

- รายได้เฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้น

- สัดส่วนของประชากรในภาคเกษตรกรรมลดลง และความเป็นเมืองเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันพื้นที่ชนบทลดลง

ขั้นอุดมโภคา (High mass consumption/affluent economy)

กล่าวกันว่ามีเพียงประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้นที่ระดับของการพัฒนาเศรษฐกิจได้ผ่านเข้ามาถึงขั้นนี้แล้ว โดยลักษณะสำคัญของการพัฒนามาถึงขั้นนี้ก็คือ

- ประชาชนมีรายได้สูงมาก จึงทำให้มีสินค้าฟุ่มเฟือยบริโภคกันอย่างทั่วถึง

- คนได้รับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยมีมาก บวกกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง ซึ่งอยู่ในขั้นที่มีการพัฒนามากแล้ว

เมื่อนำเอาประเทศไทยมาเทียบเคียงกับลักษณะสำคัญในแต่ละขั้นตอนซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอน ตามทฤษฎีขั้นตอนการพัฒนา ของรอสเทาว์ข้างต้น ก็พอจะบอกได้ว่าการพัฒนา หรือการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันเรายังไปไม่ถึงไหนกันเลย เรายังติดอยู่ (กับกับดัก) ในระดับหรือในระหว่างขั้นตอนที่ 1 และขั้นตอนที่ 2 อยู่เลย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าประเทศเรายังมีความด้อยพัฒนา มีความล้าหลังในทุกด้านอยู่มาก เพราะระดับรากฐานหรือระดับโครงสร้างและสถาบันต่างๆ ในสังคมแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย สิ่งเหล่านี้ดึงให้ประเทศไทยโดยส่วนรวม ติดหรือไม่มีการปรับเปลี่ยน หรือปรับเปลี่ยนไม่ได้ ประเทศจึงยังจมอยู่ในความยากจน และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมากกว่า 50% ยังคงอยู่ในภาคเกษตรกรรม

เมื่อบ้านเมืองและผู้คนยังยากจน ย่อมมีปัญหาการขาดแคลนรายได้ ความมั่งคั่ง หรือทรัพยากรที่จะนำไปใช้ในการผลิต และการเสาะแสวงหาสินค้าและบริการทุกชนิด เพื่อตอบสนองความต้องการ ในการบริโภคเพื่อความกินดีอยู่ดีของทุกคนในสังคมได้

และเมื่อทรัพยากรยิ่งหายาก ขาดแคลน หรือมีอยู่อย่างจำกัด การใช้ทรัพยากรจึงจะต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ (efficienly) ประหยัด (econo mically) และบังเกิดประสิทธิผลสูงสุด (effectively)

เพราะฉะนั้นทรัพยากรที่มีอยู่และที่จะหามาได้จึงควรจะถูกจัดสรร  หรือถูกใช้ไปในกิจกรรมที่มีความหมาย ความสำคัญในอันดับต้นๆ ก่อน คือ ควรจะถูกจัดสรรไปในการลงทุนและการผลิตต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดเป็นกำลังการผลิตที่สร้างให้เกิดการจ้างงาน รายได้ เงินออมภายในประเทศ และรายได้เงินตราต่างประเทศในระยะยาว หรือเป็นการถาวร หรือที่ก่อให้เกิดการเติบโตและพัฒนาอย่างยั่งยืน (sustainable growth and development)

เมื่อคนมีงานทำ มีรายได้ และมีฐานะดีขึ้น หรือร่ำรวยมั่งคั่งขึ้นแล้ว จากฝีมือและการออกแรงทำ งาน หรือการประกอบอาชีพทำมาหากินของตน ก็ย่อมจะมีอำนาจซื้อมากขึ้น ก็สามารถที่จะเลือกซื้อเลือกบริโภคสินค้า และบริการต่างๆ ทั้งที่จำเป็นในการดำรงชีวิต (อาหาร เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และบริการสุขภาพอนามัย) และสำหรับมาตรฐานความเป็นอยู่ที่สูงขึ้น เช่น มีบ้าน มีรถ และสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตอื่นๆ เช่นเดียวกับผู้คนในสังคมเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้ว

แต่ดังกล่าวเมื่อความเป็นจริงจนถึงปัจจุบัน ก็คือ การที่บ้านเมืองและผู้คนยังยากจนอยู่เลย หรือยังเป็นประเทศยากจนอยู่เลย แล้วทำไมจะต้องให้คนไทยทุกคนได้มีสุขภาพดีหรือมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าโดยมีโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่สร้างปัญหามากมาย ให้มีบ้านโดยมีโครงการบ้านเอื้ออาทร หรือโครงการสร้างบ้านสำหรับคนมีรายได้น้อย (และส่งเสริมการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ด้วยมาตรการส่งเสริมสนับสนุนต่างๆ) เพื่อเป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือส่งเสริมให้คนซื้อรถกันมากๆ โดยสนับสนุนสินเชื่อทางการค้า (เงินดาวน์ต่ำ หรือไม่ต้องมีเงินดาวน์ ผ่อนน้อยและผ่อนยาว) เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่นกัน

การกระทำดังกล่าวจึงถือว่าเป็นการดำเนินมาตรการที่ผิดของรัฐบาลทักษิณ ในการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจไทย ทำให้เศรษฐกิจไทยยิ่งเกิดการบิดเบือน ยิ่งให้โครงสร้างที่มันไม่สร้างการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนได้เลย

ประชาชาติธุรกิจ หน้า 6

 

กลับหน้าแรก