|
สนธิ ชี้อีก
7 ปีคนเลิกถือดอลลาร์
แนะซื้อทองเก็บฟันกำไร150%
มหภาค ผู้จัดการออนไลน์ วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 สนธิ ชี้ต่อไปคนจะเลิกเชื่อถือเงินดอลลาร์ หันไปซื้อทองแทน คาดอีก 7 ปี คนที่ซื้อทองเก็บจะได้กำไรถึง 150 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเศรษฐกิจไทยสนธิ แนะให้ลดการส่งออกให้น้อยลง เพราะถ้าต่างชาติล้มไทยก็ล้มด้วย พร้อมย้ำให้ไทยเตรียมรับมือกับโรคติดต่อร้ายแรงอย่างคงเส้นคงวา โดยให้รักษาสุขภาพให้สมบูรณ์อยู่เสมอ และให้ความสำคัญกับการรักษาความสะอาด เชื่อหากไทยรอดพ้นวิกฤตโรคร้าย จะเป็นโอกาสทองของไทยที่จะโกยรายได้เข้าประเทศได้อีกมาก นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ กล่าวในงานสัมมนา เรื่อง สถานการณ์เศรษฐกิจ กับสถานการณ์การเมืองของโลก ในภาวการณ์ปัจจุบัน ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2546 โดยได้บรรยายถึงสถานการณ์การเมืองของสหรัฐฯ และการเมืองไทย รวมถึงการเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์โรคติดต่อที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ทั้งนี้นายสนธิ ได้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์การเมืองของสหรัฐฯ ว่าเป็นแบบคอร์เปอเรชั่น หรือ แบบบรรษัท โดยใช้กลไกทางการตลาดเข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งดูได้จากผู้นำของสหรัฐฯ ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น บิล คลินตันและนายจอร์ช ดับเบิลยู บุช ซึ่งทั้ง 2 คนนี้ต่างก็มาจากภาคเอกชน และมาจากธุรกิจ พลังงาน และธุรกิจการค้าอาวุธ แต่ทั้ง 2 ยุคของผู้ปกครองสหรัฐฯ ต่างกันตรงที่ยุคของบิล คลินตัน จะเป็นยุคจะไม่แสวงหาพลังงาน แต่เป็นยุคที่เน้นการค้าเป็นหลัก โดยการใช้เงินดอลลาร์รุกตลาดการค้า เพื่อเปลี่ยนระบบให้สหรัฐฯ เป็นการค้าระบบเสรีนิยม ซึ่งนายสนธิเชื่อว่า จากปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่อไปคนจะเลิกเชื่อถือเงินดอลลาร์ หันไปซื้อทองแทน คาดอีก 7 ปี คนที่ซื้อทองเก็บจะได้กำไรถึง 150 เปอร์เซ็นต์ ด้านนายจอร์ช ดับเบิลยู บุช จะเป็นพวกอนุรักษ์นิยมและจะเป็นยุคที่ให้ความสำคัญกับเรื่องพลังงานและอาวุธ ซึ่งจะเห็นได้จากเหตุการณ์ปล้นน้ำมันในสงครามอิรัก โดยจะมีความเชื่อว่าการที่จะให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการนั้น จะต้องทำการรุกทางการทหารเท่านั้น โดยจะไม่ให้ความสนใจเรื่องการค้ามากนัก การปกครองของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทั้ง 2 คนนี้มีการคิดที่แตกต่างกัน ซึ่งอีกคนหนึ่งสนใจเรื่องการค้า แต่มีคนหนึ่งสนใจเรื่องการให้กำลังทางการทหารในการปกครองประเทศ ซึ่งจะสังเกตว่าตอนที่คลินตันได้เป็นประธานาธิบดี ไทยเราจะไม่ค่อยถูกกีดดันทางการค้าสักเท่าไหร่ เรามีแต่การเปิดประตูให้หลายประเทศเข้ามาเจรจาทางการได้ตลอด แต่พอมาถึงการปกครองในยุคของบุช จะเห็นว่าเราถูกกีดกันทางกางการค้าในหลายรูปแบบ ทั้งเรื่องภาษี และเรื่องสารปนเปื้อนต่างๆ นายสนธิกล่าว ส่วนสถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบันนั้น หลังจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2544 โดยที่พรรคไทยรักไทยได้เป็นพรรคที่เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งถือได้ว่าเป็นรัฐบาลชุดที่บริหารประเทศได้อย่างมีเสถียรภาพ ทำให้สถานการณ์การเมืองของไทยนิ่ง และมีความมั่นคง ส่งผลให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นที่จะลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น ทั้งนี้รัฐบาลชุดปัจจุบันได้ทำการปฏิรูปประเทศมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการประกาศสงครามกับระบบข้าราชการไทย การมีโครงการเอื้ออาทรต่างๆ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะเป็นโครงการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับคนยากจน โดยต้องการที่จะให้คนจนมีความเป็นอยู่ที่แข็งแกร่งขึ้น เพราะเนื่องจากในปัจจุบันกฎหมายของไทยได้ถูกร่างขึ้นตามชนชั้นปกครอง แต่ไม่ได้ร่างขึ้นเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับคนชั้นล่าง ฉะนั้นรัฐบาลจึงต้องลงไปช่วยเหลือ จึงทำให้เกิดโครงการเอื้ออาทรดังกล่าวขึ้น ตอนนี้ไทยได้มีการเปิดเสรีกันมากไม่ว่าจะเป็นการเปิดเสรีในเรื่องของการศึกษา โรงพยาบาล ซึ่งทุกอย่างเสรีหมดโดยให้ราคาเข้ามาเป็นตัวกำหนดกลไกตลาด โดยที่ไม่มีการพิจารณาสถานภาพของชนชั้นของไทยที่มี 4 ประเภท คือ 1.ชนชั้นเกษตรกรรม 2.อุตสาหกรรม 3.ข้อมูลข่าวสารและ4.ชนชั้นที่ใช้ปัญญา ซึ่งนายกฯ ได้มองเห็นตรงจุดนี้ จึงเกิดโครงการเอื้ออาทรขึ้น เพื่อสร้างให้คนจนแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการลงทุนจากรัฐบาลทั้งหมด นายสนธิกล่าว ส่วนเรื่องการการทำสงครามกับระบบข้าราชการไทยของรัฐบาลชุดนี้ นายสนธิมองกว่า การเปลี่ยนแปลงระบบของข้าราชการไทยของรัฐบาล ได้มีการทำอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งบางเรื่องก็ยังไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหนทำ เช่น การย้ายปลัดกระทรวงแบบข้ามห้วย คือ ให้นายบรรพตหงส์ทอง ที่เดิมเป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยถูกย้ายให้มานั่งเป็นปลัดกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งแต่เดิมการย้ายปลัดกระทรวงจะไม่มีการย้ายกันข้ามกระทรวง แต่รัฐบาลก็ได้ทำให้มีการเปลี่ยนแลงตามความเหมาะสม ส่วนเรื่องปัญหาการปราบปรามผู้มีอิทธิพล รวมถึงเรื่องการปราบหวยเถื่อน ที่รัฐบาลต้องการที่จะให้สิ่งที่ผิดกฎหมาย ขึ้นมาให้มาเป็นสิ่งถูกกฎหมายให้ได้ เพื่อให้ได้ง่ายต่อการควบคุม ท่านนายกฯ ต้องการที่จะเปลี่ยนระบบราชการใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลา และไม่สามารถเปลี่ยนได้ในสมัยรัฐบาลสมัยแรกด้วย ดังนั้น นายกฯ จึงได้ประกาศที่จะรัฐบาลให้ถึง 8 ปี ซึ่งขณะนี้การปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างๆ นั้น ถือได้ว่า เป็นการกวนน้ำให้ขุ่น แล้วจึงเอามากรอง เช่น การปราบผู้มีอิทธิพล และปราบหวยเถื่อน ซึ่งทำให้คนบางกลุ่มได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ซึ่งผมกล้าพูดได้เลยว่า รายได้ของตำรวจภูธร ก็คือรายได้จากหวยเถื่อน ส่วนรายได้ของตำรวจนครบาล ก็คือการเก็บส่วย ตามที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ นายสนธิกล่าว นายสนธิยังกล่าวต่อว่าระบบเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันนั้น มีการพึ่งพาการส่งออกมากเกินไป เพราะเหมือนกับเราเอาเศรษฐกิจของเราไปผูกกับต่างชาติเป็นหลัก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ซึ่งถ้าหากระบบเศรษฐกิจของชาติเหล่านั้นล้ม ประเทศไทยก็จะต้องล้มไปด้วย ซึ่งการค้าของไทย ควรที่จะทำการค้าขายในกลุ่มประเทศเอเชียด้วยกันประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ และส่วนอีก 70 เปอร์เซ็นต์ ควรที่จะทำการค้าขายกันเอง อย่างไรก็ตามผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องโรคติดต่อ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต โดยที่เป็นโรคติดต่ออื่นๆ ที่ไม่ใช่โรคซาร์ส โดยนายสนธิเชื่อว่า ถ้าเกิดโรคติดต่อขึ้นมาอีก ก็อาจจะเกิดมาจากประเทศจีนอีก เพราะเป็นประเทศที่มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และเรื่องการรักษาความสะอาดก็ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งในเรื่องนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขของประเทศจีนเองก็ยอมรับ ซึ่งการเตรียมตัวของไทยที่จะไว้รับมือกับโรคติดต่อร้ายแรงเช่นนี้ ไทยควรที่จะให้ความสำคัญในเรื่องโรคติดต่ออย่างคงเส้นคงวา ไม่ใช่พอเกิดโรคติดต่อขึ้นมาก็ค่อยคิดป้องกัน แต่ไทยควรที่จะสร้างค่านิยมให้คนรักสุขภาพ และทำให้ร่างการแข็งแรงอยู่เสมอ และควรที่จะรักความสะอาด ซึ่งถ้าเกิดโรคติดต่อร้ายแรงขึ้น ประชาชนคนไทยก็สามารถรับมือได้
|
| กลับหน้าแรก |