ผลวิจัยเวบโป๊ เยาวชน 12-17ปี ลูกค้ารายใหญ่

จี้รัฐคิดวิธีคุมเวบลามก-เกมออนไลน์      กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  28  สิงหาคม พ.ศ. 2546

ศูนย์เศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาฯ เผยผลวิจัยธุรกิจสื่อลามกบนอินเทอร์เน็ต พบทั่วโลกมูลค่ามหาศาลถึง 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี มีผู้เข้าค้นหาข้อมูลด้านเพศถึง 68 ล้านครั้งต่อวัน ชี้ไม่ว่าจะปิด หรือตรวจจับมากเท่าไหร่ ก็ยังมีช่องทางเข้าถึง ได้ตลอดเวลา แฉเด็กไทยอายุ 13 เริ่มท่องเวบโป๊ โดยแอบดูช่วงทำการบ้าน ส่วนผู้ประกอบการ เวบลามก รายได้งามถึง 8 หมื่นต่อเดือนต่อ 1 หน้าเวบเพจ

นายสมา โกมลสิงห์ หัวหน้าทีมวิจัยเรื่องธุรกิจนอกระบบ ได้แถลงผลการศึกษากรณีการประกอบธุรกิจสื่อลามกบนอินเทอร์เน็ต ตามโครงการศึกษาปัญหา และพฤติกรรมนอกระบบของมนุษย์ ในสังคมไทยบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการเศรษฐกิจนอกระบบ ของศูนย์เศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายสมา กล่าวว่า ผลการศึกษาในต่างประเทศ ระบุว่าธุรกิจสื่อลามกอนาจารบนอินเทอร์เน็ตมีมูลค่าเฉลี่ยถึงปีละ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคิดเป็น 4% ของมูลค่าธุรกิจสื่อลามกอนาจารทุกประเภท ที่มีมูลค่าปีละ 57,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นมูลค่าสูงกว่าธุรกิจกีฬาที่ถือเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต่างประเทศนิยม

ผลการวิจัยของต่างประเทศ ยังพบว่า 30% ของเวบไซต์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเวบไซต์ลามกอนาจาร หรือปริมาณของเวบประเภทนี้จะมี 4 ล้านเวบ รวมทั้งสิ้นมากกว่า 3,000 ล้านหน้า มีผู้เข้าค้นหาข้อมูลด้านเพศประมาณ 68 ล้านครั้งต่อวัน ในแต่ละวันจะมีผู้ส่งอีเมลที่ระบุถึงยูอาร์แอลของเวบลามกให้ทั้งคนที่รู้จักและไม่รู้จัก และในแต่ละปีจะมีคนมากกว่า 75 ล้านคนเข้าเวบไซต์อนาจาร

สำหรับเด็กไทยนั้น นายสมา กล่าวว่า มีการเข้าเวบไซต์ประเภทนี้เฉลี่ยที่อายุ 13 ปี ขณะที่สหรัฐอเมริกาจะเข้าที่อายุ 11 ปี ทั้งยังพบว่าเยาวชนอายุ 12-17 ปี จะเข้าเวบไซต์เหล่านี้มากที่สุด และ 18% จะเข้าเวบไซต์ที่แสดงการมีเพศสัมพันธ์ ส่วน 90% ของเด็กที่เข้าเวบอนาจาร หรือเวบโป๊ จะเข้าไปดูเวบดังกล่าวระหว่างการทำการบ้าน

อย่างไรก็ตาม การบล็อกเวบอนาจารยังไม่ใช่มาตรการที่ได้ผล หรือปกป้องเด็กๆ ได้ เพราะในความเป็นจริงแล้ว เวบหรือถ้อยคำที่ไม่น่าจะสื่อไปถึงเวบอนาจารได้ ก็ยังสามารถลิงค์ต่อไปยังเวบไซต์เหล่านี้ได้ เช่น ชื่อของการ์ตูนอย่างโปเกมอน แอคชั่นแมน เป็นต้น รวมไปถึงเวบไซต์ประมูลดอทคอม ก็ยังเป็นช่องทางไปสู่เวบที่มีภาพลามกจำนวนมากได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ผลการปราบปรามวีซีดีเถื่อนที่ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ยังเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้ธุรกิจวีซีดีบนอินเทอร์เน็ตเติบโต โดยตำรวจไม่สามารถตามจับกุมได้ ทั้งยังจะเป็นการกระตุ้นตลาดส่วนนี้ให้เกิดการผลิตในประเทศขึ้นมาเสริม ไม่ใช่การนำเข้าเช่นในอดีต

"ปัจจุบันทราบข้อมูลมาว่า ประเทศญี่ปุ่นก็สนใจเข้ามาถ่ายทำวีซีดีลามกในประเทศไทย โดยใช้คนไทยเป็นผู้แสดง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีมาตรการใดๆ ออกมาจัดการได้ และการเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตจะไม่จำกัดว่าใครเป็นผู้ซื้อ เด็กๆ ก็สามารถเข้าถึงสื่อเหล่านี้ได้" นายสมา กล่าว

เขายังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในประเทศ ศึกษามาตรการของต่างประเทศว่าเคยออกมาตรการใดมาใช้ เพื่อสกัดกั้นปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อลามก หรือเกมออนไลน์ เพื่อดูว่าสิ่งใดสามารถนำมาปรับใช้ได้หรือไม่ได้กับประเทศไทย หรือจะต้องคิดกระบวนวิธีใหม่ และยังเห็นว่าในต่างประเทศมีการรวมตัวของเวบไซต์ลามกอนาจารเพื่อออกมาตรการขึ้นมาควบคุมกันเอง ถือเป็นการกีดกันสิ่งไม่พึงประสงค์ของสังคมออกไป ซึ่งถือเป็นกระบวนการป้องกันตัวเองอย่างหนึ่ง โดยรัฐไม่ต้องเข้ามาแทรกแซง

นายสมา กล่าวอีกว่า สำหรับการสำรวจในประเทศไทยนั้น ทีมวิจัยได้สุ่มศึกษาจาก 1,000 เวบไซต์ที่เข้าถึงได้จากประเทศไทย และมีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ซึ่งในจำนวนนี้มี 643 เวบไซต์ที่สามารถเข้าถึงได้ โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 15 กลุ่ม

สำหรับกลุ่มที่สูงสุดคือคลังภาพ มีทั้งหมด 285 เวบไซต์ คิดเป็น 45% ของเวบไซต์อนาจารที่เข้าถึงได้ทั้งหมด , แชท เวบเบอร์ด 68 เวบไซต์ หรือ 11% , ฟรีมูฟวี่ คลิป 45 เวบไซต์ คิดเป็น 7% , ขายวีซีดี 41 เวบไซต์ คิดเป็น 6% แอบถ่าย 26 เวบไซต์ คิดเป็น 4% สวิงกิ้งกับค้าบริการทางเพศ มีทั้งหมด 12 เวบไซต์เท่ากัน หรือประมาณ 2% เป็นต้น

ทั้งนี้ สามารถแบ่งประเภทเวบไซต์เหล่านี้ออกเป็น 4 ประเภท คือ เผยแพร่สื่อลามกอนาจารที่ถือเป็นเรื่องปกติ 71% โต้ตอบได้ทันที 11% สังคมไม่อาจยอมรับได้ 10% และขายสินค้าลามกอนาจาร 7%

อย่างไรก็ตาม ทางทีมวิจัยได้ศึกษาเวบไซต์ตัวอย่าง www.gboysiam.com/picpost/picpost.tht ซึ่งเป็นเวบไซต์ที่มีเนื้อหาหลักเรื่องการให้บริการกระดานข่าว ซึ่งเริ่มทำธุรกิจเผยแพร่ต่อสาธารณะเมื่อ 1 พ.ค.2546 และมีรายได้จากพื้นที่โฆษณาบนหน้าเวบ พบว่าภายใน 4 เดือน มีจำนวนกระทู้เกิดขึ้น 1,773 กระทู้ เฉลี่ยมีผู้เข้าใช้บริการ 10,000 คนต่อวัน และจำนวนแผ่นป้ายโฆษณาจะเพิ่มมากขึ้น เมื่อปริมาณผู้เข้าใช้บริการมากขึ้น ซึ่งเมื่อคำนวณรายได้จากแผ่นป้ายโฆษณาแล้ว ผู้ประกอบการรายนี้จะมีรายได้ประมาณ 80,000 บาทต่อเดือน ต่อ 1 หน้าเวบเพจ

นายสมา กล่าวด้วยว่า ยังมีเวบที่มีช่องทางสร้างรายได้จากสิ่งลามกอนาจารอื่นๆ อีกด้วย เช่น ขายสินค้าและวัตถุลามก ได้แก่ ซีดีรอม อุปกรณ์ทางเพศ และยา โดยมีการเรียกเก็บค่าบริการในการเข้าใช้บริการหรือการเป็นสมาชิกในเวบไซต์ ซึ่งเมื่อคำนวณจากต้นทุนการประกอบการที่มีต้นทุนสูงสุด 35,000 บาท รายได้เหล่านี้จะทำให้ถึงจุดคุ้มทุนตั้งแต่ 1-6 เดือน

 

กลับหน้าแรก