ชี้แข่งขันรุนแรง-กฎใหม่ ทำกำไรค้าปลีกอึมครึม

เศรษฐกิจการเงิน  กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2546

นักวิเคราะห์ชี้ 2 บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ "บิ๊กซี-แม็คโคร" จะเจอสนามแข่งขันรุนแรงยิ่งขึ้น ภายใต้กฎระเบียบใหม่ ที่ยุ่งยากแก่การปฏิบัติ โดยเฉพาะสถานที่ตั้งสาขาใหม่ ของบริษัทในอนาคต ถือเป็นแนวโน้ม ส่งผลกระทบ ต่อผลประกอบการ รายไตรมาส

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานอ้างความเห็นของนักวิเคราะห์กลุ่มหนึ่งว่า บริษัทค้าปลีกชั้นนำ 2 แห่งของไทยคือ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และสยาม แม็คโคร เผชิญกับการแข่งขันอย่างรุนแรงที่มาจากคู่แข่งต่างชาติอย่างเทสโก้ ของอังกฤษ และคาร์ฟูร์ จากฝรั่งเศส รวมทั้งกฎระเบียบใหม่ที่ใช้กำหนดสถานที่ตั้งของสาขาใหม่ของบริษัท ล้วนเป็นผลให้บริษัททั้งสองแห่งแจ้งผลประกอบการรายไตรมาสเพิ่มขึ้นไม่มากนัก

เทสโก้ มีส่วนแบ่งตลาด 31% พร้อมสาขา 52 แห่งทั่วประเทศ และแม็คโคร มีส่วนแบ่งตลาด 30% ด้วยสาขา 21 แห่ง ส่วนบิ๊กซีมีส่วนแบ่งตลาด 24% ด้วยสาขา 35 แห่ง และคาร์ฟูร์มีส่วนแบ่งตลาด 15% จากสาขาทั้งหมด 17 แห่ง

รายงานระบุว่า การขยายธุรกิจของกาสิโน กรุ๊ป ซึ่งถือหุ้นอยู่ในบิ๊กซี 67% ควรมีกำไรสุทธิในไตรมาสเพิ่มขึ้น 40% เท่ากับ 357 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน ในปีที่แล้วเล็กน้อย ส่วนกำไรของสยาม แม็คโคร น่าจะลดเหลือประมาณ 45% เทียบปีต่อปีเป็น 190 ล้านบาท ทั้ง บิ๊กซี และแม็คโคร มีกำหนดจะแจ้งผลประกอบการไตรมาส 2 ปีนี้วันที่ 15 ส.ค.นี้

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์หลายรายเห็นว่า กฎระเบียบในการจัดพื้นที่ใหม่ มีกำหนดบังคับใช้ภายในเดือน ส.ค.นี้ จะสร้างความอึดอัดให้กับบริษัท เรื่องการขยายสาขาและการเพิ่มยอดขายสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน

โดยบิ๊กซี มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อปัญหาท้าทายข้างต้น ด้วยการวางแผนตั้งสาขาใหม่ 4 แห่งในปีนี้ และเจาะลูกค้าที่อยู่ในกลุ่มคนอายุน้อยตามเทรนด์แฟชั่น และคาดว่า กลุ่มบริษัทค้าปลีก จะเติบโตมากขึ้นจาก 1.3 พันล้านบาท ในปีที่แล้ว เป็นประมาณ 8% ตลอดปีนี้

ส่วน แม็คโคร ดิ้นรนปรับเปลี่ยนการตลาด ยึดกลยุทธ์ระยะยาวหลังจากเจ็บปวดอยู่บ้างในช่วงสั้นๆ ซึ่งนักวิเคราะห์มองกำไรของบริษัทค้าปลีกปีหน้าขยายตัวไม่หวือหวา 10.5% ต่ำกว่าตัวเลขที่เคยแจ้งไว้ในปีที่แล้ว 942 ล้านบาท และนักวิเคราะห์จาก บล.ฟิลิป คาดว่า กลยุทธ์ของแม็คโครจะใช้เวลาอยู่บ้างเพื่อตามลูกค้าให้ทันมากขึ้น แต่หากกลยุทธ์นี้ได้ผลจะช่วยสร้างฐานลูกค้าที่ดีที่ยังเข้าไม่ถึง

"ขณะที่บิ๊กซีทำได้ดีในตอนนี้ เป็นผลจากการบริโภคในประเทศแข็งแกร่ง แต่ผมก็ยังกังวลถึงอนาคตการเติบโตของบริษัทในระยะยาว ซึ่งการขยายธุรกิจเป็นสิ่งจำเป็น และจะถูกจำกัดด้วยกฎระเบียบ" นักวิเคราะห์ของ บล.ฟิลิป กล่าว พร้อมแนะนำให้ขายหุ้นสยาม แม็คโคร แต่ให้ซื้อหุ้นบิ๊กซีที่ราคา 16 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาปัจจุบันอยู่ 15%

สำหรับหุ้นบิ๊กซีปัจจุบันซื้อขายกันที่ 11.3 เท่า ของคาดการณ์กำไรบริษัทปี 2546 และหุ้นได้ปรับขึ้น 15% ตลอดช่วงที่ผ่านมาในปีนี้ ขณะที่ราคาหุ้นสยาม แม็คโคร ปัจจุบันซื้อขายที่ 10.9 เท่าของคาดการณ์กำไรปี 2546 และที่ผ่านมาปีนี้หุ้นปรับลดลง 3% แล้ว

รายงานเพิ่มเติมว่า ไฮเปอร์มาร์เก็ตส์ ในไทยคาดว่าจะได้รับประโยชน์ จากการขยายตัวของผู้บริโภคที่ได้แรง กระตุ้นจากอัตราดอกเบี้ยต่ำและช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวมากถึง 6% ปีนี้

รายงานระบุว่า นอกจากการขยายธุรกิจแล้ว บิ๊กซีหวังปูทางไปหากลุ่มนักชอปปิงกระเป๋าหนักกว่า ที่มักจะเดินตามห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง

ส่วนสยาม แม็คโคร ขณะนี้กำลังตั้งเป้าแข่งขันกับผู้ค้าปลีกรายอื่น ร้านขายอาหาร และภัตตาคารต่างๆ ที่มีพื้นที่ซื้อขายแบบเก่าๆ ในที่โล่งหรือกลางแจ้ง โดยสนับสนุนให้มีแผนกอาหารสดในทุกสาขาเพื่อดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งค่อนข้างมีอนาคต

 

กลับหน้าแรก