ย้อนรอย APEC สู่โลกแห่งความแตกต่าง และหุ้นส่วนเพื่ออนาคต

คอลัมน์ Road to APEC ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 04 สิงหาคม 2546  ปีที่ 27 ฉบับที่ 3502

ในวันที่ 20-21 ตุลาคมนี้ ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับผู้นำเอเปก ครั้งที่ 11 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ไทยเป็นเจ้าภาพในระดับการประชุมผู้นำ หลังจากที่ไทย เคยเป็นเจ้าภาพในระดับการประชุมรัฐมนตรีเอเปกครั้งที่ 4 เมื่อ 11 ปีที่แล้ว หากจะมองย้อนกลับไปจะเห็นได้ว่ากลุ่มความร่วมมือ เอเปก ที่มีสมาชิก 21 ประเทศ มีประวัติย้อนหลังไปถึง 12 ปี

เอเปก หรือกลุ่มความร่วมมือเอเชีย-แปซิฟิก (Asia Pacific Economic Corporation : APEC) เริ่มก่อตั้งในปี 1989 ที่กรุงแคนเบอร์รา ออสเตรเลีย โดยมีสมาชิกก่อตั้ง 12 ราย ได้แก่ ออสเตรเลีย, บรูไน, แคนาดา, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, เกาหลี, มาเลเซีย, นิวซีแลนด์, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไทย และสหรัฐ สำหรับการประชุมครั้งแรกเป็นเพียงการประชุมในระดับรัฐมนตรี เช่นเดียวกับการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ในปี 1990 ที่สิงคโปร์

ต่อมาในปี 1991ระหว่างการประชุมรัฐมนตรี เอเปก ครั้งที่ 3 ที่กรุงโซล เกาหลี ได้ออก "แถลงการณ์กรุงโซลว่าด้วยเอเปก" ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับธรรมนูญของ เอเปกและในปีนี้ APEC รับสมาชิกใหม่ประกอบด้วย จีน, ฮ่องกง และไต้หวัน และในการประชุมรัฐมนตรีเอเปก ครั้งที่ 4 ที่กรุงเทพฯ ในปี 1992 ถือเป็นครั้งสุดท้ายที่เอเปก เป็นเวทีสำหรับรัฐมนตรี

ในปี 1993 ได้รับการจารึกไว้ว่าเป็นการประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปกครั้งแรกที่เมืองซีแอทเทิล สหรัฐ และผู้นำได้ออกแถลงการณ์ว่าด้วย "วิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจของผู้นำเอเปก" ระบุว่า APEC จะนำไปสู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในลักษณะที่ไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยรวม และการมีระบบการค้าพหุภาคีแบบเปิด และในการประชุมครั้งนั้นมีสมาชิกใหม่คือ เม็กซิโกและปาปัวนิวกินี

การประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปกครั้งที่ 2 ที่เมืองโบกอร์ อินโดนีเซีย ในปี 1994 ถือเป็นการประชุมครั้งสำคัญที่สุดของเอเปก โดยมีแถลงการณ์โบกอร์ว่าด้วยเจตนารมณ์ร่วมของเอเปกซึ่งได้กําหนดเป้าหมายของเอเปก ที่จะมีการเปิดเสรีทางการค้า และการลงทุนในภูมิภาคภายในปี 2010 สำหรับประเทศพัฒนาแล้ว และปี 2020 สำหรับประเทศกำลังพัฒนา และการดำเนินการของเอเปกประกอบด้วย 3 เสาหลัก คือ การเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน การอำนวยความสะดวก ด้านการค้าและการลงทุน และความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและวิชาการ และในปีนั้นก็มีชิลีเข้าเป็นสมาชิกใหม่

การประชุมครั้งที่ 3 ที่นครโอซากา ญี่ปุ่น ในปี 1995 รับรองแผนปฏิบัติการโอซากาซึ่งเป็นแผนการนำปฏิญญาโบกอร์เพื่อการเปิดเสรีการค้าและการลงทุนไปปฏิบัติ

ส่วนการประชุมครั้งที่ 4 ที่อ่าวซูบิก ฟิลิปปินส์ ในปี 1996 รับรอง "แผนปฏิบัติการมะนิลา" ประกอบด้วย แผนปฏิบัติการของสมาชิกเอเปกแต่ละราย, แผนปฏิบัติการร่วม และกิจกรรมร่วม ในด้าน ECOTECH

การประชุมครั้งที่ 5 ที่เมืองแวนคูเวอร์ แคนาดา ในปี 1997 รับเปรู เวียดนาม และรัสเชียเข้าเป็นสมาชิก และการประชุมครั้งต่อมาซึ่งเป็นครั้งที่ 6 จัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ในปี 1998 ส่วนการประชุมครั้งที่ 7 จัดขึ้นที่เมืองโอกแลนด์ นิวซี แลนด์ ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ไทยได้รับเลือกให้เป็น เจ้าภาพจัดการประชุมเอเปกในปี 2003

ในปี 2000 การประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 8 จัดขึ้นที่กรุงบันดาร์ เสรี เบกาวัน ประเทศบรูไน ส่วนในปี 2001 จัดการประชุม ครั้งที่ 9 ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ได้มีการพิจารณาทบทวนเป้าหมายของโบกอร์และแผนปฏิบัติการโอซากา โดยให้ความเห็นชอบเอกสาร "ข้อตกลงเซี่ยงไฮ้" และมีการออกแถลงการณ์เฉพาะเกี่ยวกับการต่อต้านการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในสหรัฐ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001

สำหรับในปีที่ผ่านมามีการจัดประชุมครั้งที่ 10 ที่เมืองลอสคาบอส เม็กซิโก โดยสาระสำคัญคือผลักดันการดำเนินงานตามความตกลงเซี่ยงไฮ้ และออกแถลงการณ์ผู้นำประณามเหตุการณ์ก่อการร้ายในรัสเซีย และที่บาหลี อินโดนีเซีย พร้อมทั้งสนับสนุนการต่อต้านการก่อการร้าย และการส่งเสริมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

สำหรับการประชุมเอเปก 2003 ที่จัดขึ้นในไทย ได้กำหนดประเด็นหลักไว้คือ  "A World of Differences : Partnership for the Future" โดยอธิบายภายใต้ 5 ประเด็นย่อย ได้แก่ 1.เศรษฐ กิจบนพื้นฐานของความรู้เพื่อประโยชน์ของทุกคน 2.การส่งเสริมความมั่นคงของมนุษย์ 3.โครงสร้างระบบการเงินระหว่างประเทศเพื่อโลกแห่งความแตกต่าง 4.วิสาหกิจเติบโตใหม่ : วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและธุรกิจขนาดเล็ก 5.การดำเนินการตามข้อผูกมัดด้านการพัฒนา

พร้อมกันนั้นไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุม APEC ในระดับรัฐมนตรีด้านต่างๆ เช่น การเงิน, การค้า, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม, สาธารณสุข, การประชุมในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส การประชุมเครือข่ายผู้นำสตรี การประชุมของภาคธุรกิจต่างๆ รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ ตลอดทั้งปี

 

ประชาชาติธุรกิจ หน้า 15

 

กลับหน้าแรก