|
ควรลอยตัวก๊าซหุงต้มได้แล้ว
ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 หากมีการนำระบบกึ่งลอยตัวมาใช้เป็นครั้งที่สาม ในช่วงปลายปีนี้ เมื่อราคาก๊าซฯ ในตลาดโลกสูงขึ้น รัฐจะต้องใจแข็ง และยอมให้ราคาขายปลีกในประเทศเพิ่มขึ้นตามกติกาที่ได้วางไว้ ในที่สุดรัฐบาลก็ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องคือ การยกเลิกมาตรการตรึงราคาน้ำมัน ที่มีการใช้มาตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2546 โดยลดราคาขายปลีกให้ต่ำลงตามราคาในตลาดโลก และกลับไปใช้กลไกตลาดเช่นเดิม ซึ่งจะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน และดีเซลเปลี่ยนแปลง และเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยไม่ต้องให้เป็นไปตามการตัดสินใจทางการเมือง ทั้งนี้ในกรณีที่จำเป็นรัฐยังสามารถใช้กลไกของกองทุนน้ำมัน เข้ามาแทรกแซงได้เป็นการชั่วคราวอยู่แล้ว การตรึงราคาน้ำมันนั้น หากทิ้งไว้นานกว่านี้จะก่อให้เกิดผลเสียอย่างมากต่อระบบการค้าน้ำมันในประเทศไทย เพราะระบบการตรึงราคาจะทำให้ผู้ใช้น้ำมันเคยตัวกับระบบการอุปถัมภ์โดยรัฐ ทำให้การปรับราคาน้ำมัน เป็นการตัดสินใจทางการเมือง และการขึ้นราคาน้ำมันในอนาคต อาจมีผลกระทบทางการเมืองอย่างรุนแรงเช่นในอดีต อีกทั้งยังทำให้กิจการค้าน้ำมัน ขาดการแข่งขัน และมีการดำเนินการอย่างไม่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังมีก๊าซหุงต้ม ที่ยังคงมีการควบคุมราคาในทุกระดับ และยังมีการชดเชยราคาโดยกองทุนน้ำมัน แม้ว่าในปัจจุบันราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลวในตลาดโลก ได้ลดลงมาก ทำให้การชดเชยจากกองทุนน้ำมันลดลง จากกิโลกรัมละ 5 บาทเมื่อต้นปีนี้ แต่ในปัจจุบันยังมีการชดเชยในระดับ 0.53 บาทต่อกิโลกรัม และยังมีหนี้เก่าจากการชดเชย อีกหลายพันล้านบาท เนื่องจากรัฐไม่ยอมให้ราคาขายปลีกก๊าซฯ สูงขึ้น ซึ่งในปัจจุบันอยู่ในระดับเพียง 14.81 บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็นลิตรแล้วเท่ากับ 8.1 บาทต่อลิตรเท่านั้น นับว่าถูกกว่าน้ำมันเบนซิน และดีเซลมาก จึงต้องมีการเก็บเงินเข้ากองทุน จากน้ำมันเบนซินออกเทน 95 เบนซินออกเทน 91 และดีเซลในอัตราลิตรละ 50 สตางค์ 30 สตางค์ และ 50 สตางค์ตามลำดับ คิดเป็นเงินประมาณ 900 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อนำไปชดเชยก๊าซหุงต้ม การนำเงินกองทุนที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันเบนซิน และดีเซลมาอุดหนุนผู้ใช้ก๊าซฯ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องในหลักการ และไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้น้ำมันด้วย หลายคนเชื่อว่าก๊าซฯ เป็นสินค้าของคนจนในขณะที่น้ำมัน เป็นสินค้าของคนรวย แต่หากพิจารณาจากข้อมูลการใช้พลังงานแล้ว จะเห็นว่า ในปัจจุบันน้ำมันเบนซิน และดีเซลมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย ผู้มีรายได้น้อย ชาวไร่ ชาวนา ล้วนแต่มีรถจักรยานยนต์ซึ่งใช้น้ำมันเบนซิน มีรถอีแต๋น และเครื่องจักรกลการเกษตรอื่นๆ ซึ่งใช้น้ำมันดีเซล แต่ใช้ก๊าซฯ ในการหุงต้มค่อนข้างน้อยเพราะยังใช้ฟืน และถ่านเป็นหลัก การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดที่สุดคือ การยกเลิกการควบคุมราคาก๊าซฯ โดยในชั้นแรกอาจนำระบบ "กึ่งลอยตัว" มาใช้เพื่อให้ราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มเปลี่ยนแปลงตามราคาในตลาดโลกในระดับหนึ่ง โดยยังใช้กองทุนน้ำมันคอยปรับเพื่อไม่ให้ราคาขายปลีกมีความผันผวนเกินไป ภายใต้ระบบกึ่งลอยตัวนี้ รัฐจะไม่คุมราคาขายปลีก และค่าการตลาดแต่จะติดตามอย่างใกล้ชิดว่าไม่มีการเอาเปรียบผู้บริโภค อย่างไรก็ตามรัฐจะกำหนดราคา ณ โรงกลั่น และราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น โดยจะต้องกำหนดกติกา ในการปรับราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นที่ชัดเจน เพื่อให้การปรับราคาเป็นไปโดยอัตโนมัติ ราคาก๊าซหุงต้มในตลาดโลกโดยปกติจะเคลื่อนไหว ในทิศทางเดียวกันกับราคาน้ำมัน แต่จะมีความผันผวนมากกว่า ฉะนั้นในช่วงฤดูหนาวราคาก๊าซฯ จะสูงมาก และในช่วงฤดูร้อนราคาจะลดลงมาก หากมีการตรึงราคาก๊าซฯ ในช่วงฤดูหนาวการชดเชยอาจสูงถึง 10 บาทต่อกิโลกรัมในบางปี ในกรณีที่มีการนำระบบกึ่งลอยตัวมาใช้ เพื่อมิให้มีราคาก๊าซฯ ในช่วงฤดูหนาวสูงเกินไป ในช่วงฤดูร้อน ก็จะต้องไม่ยอมให้ราคาขายปลีกลดลงมากเกินไป โดยการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน เอาไว้สำหรับนำไปชดเชย ในช่วงฤดูหนาว เช่น อาจกำหนดกติกาว่าหากราคาก๊าซฯ ในตลาดโลกสูงขึ้น 1 บาทต่อกิโลกรัมก็จะปรับราคาขายส่งขึ้น 50 สตางค์ต่อกิโลกรัมแต่ทั้งนี้ราคาขายปลีกต้องไม่เกิน 16 บาทต่อกิโลกรัมโดยอีก 50 สตางค์ จะได้รับการชดเชยจากกองทุนน้ำมัน ในทางกลับกันหากราคาก๊าซฯ ในตลาดโลกลดลง 1 บาทต่อกิโลกรัม ก็จะลดราคาขายปลีกลง 50 สตางค์ และเก็บเงินเข้ากองทุน 50 สตางค์ แต่ทั้งนี้ราคาขายปลีกจะไม่ต่ำกว่า 11 บาทต่อกิโลกรัม กติกาจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่รัฐบาล เพียงแต่ขอให้มีความชัดเจน และปฏิบัติตามกติกาที่ตนเองตั้งก็แล้วกัน เนื่องจากในปัจจุบันการชดเชยได้ลดลงมากและเป็นไปได้ว่าจะเริ่มมีเงินไหลเข้ากองทุนจากก๊าซฯ ในเร็วๆ นี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่รัฐ จะนำระบบกึ่งลอยตัวมาใช้ในช่วงกลางปีนี้ ที่จริงแล้วในช่วงสามปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้นำระบบกึ่งลอยตัวมาใช้แล้วถึงสองครั้ง และก็ยกเลิกไปแล้วสองครั้ง พอราคาจะลอยลง รัฐก็ปล่อยให้ลอยลง แต่พอราคาตลาดโลกสูงขึ้นซึ่งตามกติกาจะต้องเพิ่มราคาขายปลีก รัฐก็ห้ามขึ้นราคาขายปลีก ซึ่งเท่ากับเป็นการยกเลิกระบบกึ่งลอยตัวไปโดยปริยาย หากมีการนำระบบกึ่งลอยตัวมาใช้เป็นครั้งที่สาม ในช่วงปลายปีนี้เมื่อราคาก๊าซฯ ในตลาดโลกสูงขึ้น รัฐจะต้องใจแข็ง และยอมให้ราคาขายปลีกในประเทศ เพิ่มขึ้นตามกติกาที่ได้วางไว้ มิฉะนั้นระบบกึ่งลอยตัว ก็จะล้มเหลวอีกเหมือนสองครั้งก่อน ผมเชื่อว่าการยกเลิกการควบคุมราคาก๊าซฯ ซึ่งควรดำเนินการควบคู่ไป กับมาตรการส่งเสริมการแข่งขัน ในธุรกิจก๊าซฯ จะมีผลในการเปลี่ยนโฉมหน้าของธุรกิจก๊าซฯ ของไทยโดยสิ้นเชิง ผู้ที่ได้ประโยชน์จากนโยบายดังกล่าว ก็คือผู้บริโภคนั่นเอง โดยเฉพาะในรูปของความปลอดภัย และบริการที่ดีขึ้น และการกระจายการจำหน่ายก๊าซฯ ไปทั่วประเทศโดยเฉพาะในท้องที่ห่างไกล ที่สำคัญที่สุดก็คือ การยกเลิกการควบคุมราคาก๊าซฯ จะทำให้การกำหนดราคาก๊าซฯ ไม่เป็นการตัดสินใจทางการเมืองอีกต่อไป ซึ่งจะทำให้โครงสร้างราคาน้ำมัน และก๊าซฯ สะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริง มีการใช้น้ำมัน และก๊าซฯ อย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีการใช้ผิดประเภท รวมทั้งมีความเป็นธรรมแก่ผู้ใช้น้ำมันทุกประเภทด้วย เพราะผู้ใช้น้ำมันเบนซิน และดีเซลไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยให้ผู้ใช้ก๊าซฯ โดยเมื่อมีการใช้หนี้กองทุนน้ำมันหมดแล้ว ก็ควรยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนฯ จากน้ำมันเบนซิน และดีเซลโดยเร็วที่สุด
|
| กลับหน้าแรก |