|
เศรษฐศาสตร์ "เอื้ออาทร"
จับกระแส : เบ็ญจวรรณ เผ่าจินดามุข กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 แรงจัดสำหรับสารพัดโครงการ "เอื้ออาทร" ที่ทยอยออกสู่ตลาด ด้วยบทบาทที่ "ครบเครื่อง" จนอาจนำไปสู่ "สูตรสำเร็จ" ของรัฐบาล ในการก้าวถึงเป้าหมายทางสังคม และเศรษฐกิจ การเมือง พร้อมกันในคราวเดียว มองจากมุมทางสังคม บ้านเอื้ออาทร คอมพิวเตอร์เอื้ออาทร ไปจนถึงแท็กซี่เอื้ออาทร คือ นวัตกรรมเชิงนโยบาย ที่ "ตอบโจทย์" การเข้าถึง "โอกาส" ในกลุ่มคนระดับรากหญ้าได้อย่างเบ็ดเสร็จ รวดเร็ว ไม่ต้องเท้าความไปถึงผลทางการเมืองซึ่งตามมามหาศาล หากพิจารณาในมุมเศรษฐกิจ โครงการ "เอื้ออาทร" ก็คือหนึ่งในกลไกกระตุ้น Domestic Demand โดยพยายาม "ปิดการขาย" ให้รวดเร็ว เป็น Quick Marketing สร้างน้ำย่อยให้เกิดขึ้นในกลุ่มสินค้าที่รัฐบาลเชื่อว่ามีความต้องการรออยู่ โมเดลของสารพัด "เอื้ออาทร" จึงออกมาคล้ายๆ กัน เริ่มจากการสร้างกระแส โดย ใช้กลยุทธ์ Pricing เพื่อเปิดดีมานด์ ที่ (รัฐบาลเชื่อว่า) แอบซ่อนอยู่ แบเบอร์ออกมา จากนั้นก็ถึงเวลาที่ผู้ประกอบการเดิมในตลาดจะเข้ามามีส่วนร่วมทั้งทางตรง คือเป็นสายการผลิตให้กับภาครัฐ และอานิสงส์ทางอ้อมจากการ "บูม" ของตลาด ซึ่งส่งผ่านไปยังอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ ทั้งพอแลเห็นเลาๆ ว่า รัฐได้พยายามใช้กลไกของเอื้ออาทร เป็นเครื่องมือวางรากฐานทางเศรษฐกิจระยะยาว โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์เอื้ออาทร ซึ่งอาจตามมาด้วยการสนับสนุนให้ใช้โปรแกรมโอเพ่น ซอร์ส รวมไปถึงอินเทอร์เน็ตราคาถูก และซอฟต์แวร์ที่จำเป็นของธุรกิจขนาดย่อม แม้กระทั่งโครงการแท็กซี่เอื้ออาทร ผ่อนวันละ 500-600 บาท ซึ่งมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นรถที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวี ก็ถูกผูกเข้ากับการลดใช้พลังงานน้ำมัน โดยใช้ "ราคา" และ "กระแส" เป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เรียกร้องให้ประชาชนหันมา "ช่วยชาติ" ซึ่งกลายเป็นประโยคนามธรรมจับต้องได้ยาก มองจากตรงนี้การแทรกแซงตลาด โดยสร้าง "ผู้เล่นชั่วคราว" ในสารพัดโครงการ "เอื้ออาทร" ทรงเสน่ห์ เหลือหลาย บนแพลตฟอร์มของ Dual Track .....ปัญหาก็คือ โมเดลของการแทรกแซงรูปแบบนี้ ไม่มีใครต้องจ่ายจริงหรือ? และถ้ามี ...."ใคร ?" คือผู้เสียประโยชน์ สำหรับคนที่คุ้นชินกับตลาดเสรี เศรษฐศาสตร์แบบ "เอื้ออาทร" ย่อมหมายถึงการ "บิดเบือน" กลไกตลาด และนำไปสู่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ไม่เกื้อหนุนให้เกิดการแข่งขันเสรี เห็นชัดจากผลของคอมพิวเตอร์ไอซีที ซึ่งทำให้ธุรกิจสั่งประกอบเครื่องรายย่อยยอดขายหดวูบ ปรากฏการณ์ที่บ่งชี้ว่าสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในประเทศถูกกำกับโดยการแทรกแซงของรัฐบาลกำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งอาจทำให้ภาคเอกชน ไม่มั่นใจในชะตากรรมของ แต่ละบท แต่ละเกมที่ตัวเองเข้าไปเป็น "ผู้เล่น" เมื่ออนาคตไม่ได้กำหนดจาก "ตลาด" หากแต่มี "รัฐบาล" เป็นตัวชี้เป็นชี้ตาย เหล่านี้อาจเป็นเรื่องเล็กของรัฐบาลซีอีโอ แต่ในมุมของนักธุรกิจ สภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการแข่งขัน คือ "ต้นทุน" ที่ไม่มีตัวตน แต่มีน้ำหนักมากต่อการตัดสินใจของพวกเขา
|
| กลับหน้าแรก |