แผ่นดินไทยจะไม่มีความยากจน

บ้านเขาเมืองเรา : ดร.ไสว บุญมา   กรุงเทพธุรกิจ   วันที่ 26 มิถุนายน 2546

ผมแน่ใจว่า นายกรัฐมนตรีของไทย ไม่มีทางจะกำจัดความยากจน ให้พ้นจากแผ่นดินไทยได้ภายใน 6 ปี นอกจากจะใช้วิธีในแนวของ มาดามอิเมลดา มาร์กอส

ในระหว่างการเยือน สหรัฐอเมริกา อย่างไม่เป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้ นายกรัฐมนตรีของไทยได้ย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า นโยบายของรัฐบาลนำโดยท่านนายกฯ และพรรคไทยรักไทยจะมีประสิทธิภาพถึงขนาดกำจัดความยากจน ให้พ้นจากแผ่นดินไทยภายใน 6 ปี

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งหนีความยากจนไปทำมาหากินอยู่ในสหรัฐ ผมฟังแล้วรู้สึกชอบกล ไม่ทราบว่าท่านนายกฯ กำลังหลอกตัวเอง หรือพยายามหลอกคนไทย ถามตัวเองว่าการจากเมืองไทยไปนาน ทำให้ผมขาดความรู้เรื่องเมืองไทยถึงขนาดนี้เชียวหรือ ไม่ระแคะระคายเลยว่าเมืองไทยมีคนเก่ง ถึงขนาดที่จะสามารถขจัดความยากจนให้พ้นไปจากแผ่นดินได้ในเวลาเพียง 6 ปี

ยังดีว่าท่านนายกฯ พูดกับคนไทย เป็นภาษาไทย ทำให้ฝรั่งไม่รู้เรื่อง ไม่อย่างนั้นคนไทยอาจต้องพยายามตอบคำถามฝรั่งว่าท่านจะทำอย่างไรเมืองไทยจึงจะปราศจากคนจน หากตอบไม่ได้ฝรั่งอาจหัวเราะเยาะเอา

ใจหนึ่งผมอยากให้นายกฯ ท่านนี้ มีความสามารถขนาดนั้นจริงๆ อยากให้เมืองไทยไม่มีความยากจน เพราะความยากจนที่ตนเองเคยประสบมามันแสนโหดร้าย จนยากที่จะหาอะไรมาเปรียบ

คิดว่าเมืองไทยยุคไม่มีความยากจน คงจะเป็นสวรรค์สำหรับพี่น้องชาวไทยที่อยู่ภายในประเทศ และเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ ประเทศด้อยพัฒนาจะแห่กันมาดูเมืองไทยเป็นตัวอย่าง ฝรั่งมังค่าจะพากันสรรเสริญ ทำให้คนไทยมีหน้ามีตาไม่ว่าจะย่างเท้าไปทางไหน

แต่อีกใจหนึ่งคอยแย้งว่า มันไม่น่าเป็นไปได้ เพราะการพัฒนาใช้เวลานานมาก นอกจากนั้น ในสังคมที่ชื่อว่าพัฒนาแล้วยังมีคนจน ไม่ว่าจะเป็นในญี่ปุ่น ในทวีปยุโรป หรือในทวีปอเมริกาเหนือ ทุกแห่งมีคนจนในสายตาของคนทั่วไป ฉุกคิดได้ว่าน่าจะมีวิธีเดียวที่จะทำให้แผ่นดินไทยปราศจากความยากจน นั่นคือ วิธีอิเมลดา

ในสมัยประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ปกครองประเทศฟิลิปปินส์ มาดามอิเมลดา ภรรยาของเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกเทศมนตรีกรุงมะนิลา ในระหว่างมาดามอิเมลดาดำรงตำแหน่งสำคัญนั้นอยู่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลกเลือกกรุงมะนิลาเป็นสถานที่ประชุมประจำปี ซึ่งเป็นงานใหญ่ มีรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติ นักธุรกิจชั้นนำด้านการเงินทั่วโลกพร้อมด้วยผู้ติดตามจำนวนมากเข้าร่วม

มาดามอิเมลดาพยายามทุกวิถีทางที่จะบันดาลให้กรุงมะนิลาเป็นที่เจริญหูเจริญตาของแขกจากต่างประเทศ โดยเฉพาะมะนิลาจะต้องปราศจากแหล่งเสื่อมโทรม หรือสลัม ผมเห็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับกำจัดสลัมของมาดามอิเมลดา และยังจำติดตามาจนทุกวันนี้

ผมเคยอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของกรุงมะนิลา ย่านชานเมืองที่มีชื่อว่าตำบล บิคุตาน ในตำบลบิคุตานมีหมู่บ้าน และแหล่งที่อยู่อาศัยหลากหลายแห่ง กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ในจำนวนนี้มีแห่งหนึ่ง ซึ่งเกิดจากชาวฟิลิปปินส์ บุกรุกเข้าไปในที่ว่างของทางราชการ สร้างที่อยู่อาศัย ใครผ่านไปย่อมรู้ได้ทันทีว่าที่นั่นคือ สลัม เพราะที่อยู่อาศัยส่วนมากเป็นกระท่อม ทำด้วยสารพัดวัสดุ ผุบ้างดีบ้าง จากสังกะสีใหม่ๆ ไปจนถึงกล่องไม้เก่าๆ ปลูกอยู่อย่างแออัด

ก่อนถึงวันประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลกไม่นาน มาดามอิเมลดาสั่งให้พนักงานเทศบาลสร้างรั้วสังกะสีปิดรอบแหล่งเสื่อมโทรมนั้นอย่างมิดชิด แล้วทาด้วยสีเขียวเย็นตา ตรงหน้าประตูทางเข้ามีป้ายเขียนด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ติดไว้อย่างชัดเจน

ข้อความที่แผ่นป้ายอ่านว่า ศูนย์สันทนาการบิคุตาน มาดามอิเมลดาสามารถกำจัดสลัมได้ด้วยวิธีซึ่งไม่มีใครนึกถึงมาก่อน ตามคำนิยาม สลัมกลายเป็นศูนย์สันทนาการในพริบตา !

ผมแน่ใจว่านายกรัฐมนตรีของไทย ไม่มีทางจะกำจัดความยากจนให้พ้นจากแผ่นดินไทยได้ภายใน 6 ปี นอกจากจะใช้วิธีในแนวของมาดามอิเมลดา มาร์กอส

การกำจัดความยากจนด้วยวิธีอิเมลดาอาจทำได้หลายอย่างด้วยกัน

ในเบื้องแรก เราอาจให้คำนิยามว่า ผู้ที่มีชีวิตอยู่ในแผ่นดินไทยถือว่าไม่ยากจน เพราะเขามีปัจจัยเบื้องต้นพอประทังชีวิตได้ ไม่อย่างนั้นเขาย่อมอดตายหรือไม่ก็ตายเพราะสาเหตุอื่นแล้ว

ประการที่ 2 หากใครบอกว่าตัวเองยากจน เราจะถือว่าคนๆ นั้นไม่ใช่คนของแผ่นดินไทย เป็นคนต่างด้าว ประการที่ 3 รัฐบาลตั้งโครงการแจกเงินให้คนไทยภายในประเทศวันละ 1 บาทแล้วให้คำนิยามความว่า คนที่มีรายได้อย่างน้อยวันละ 1 บาทไม่ใช่คนจน

นอกจากวิธีเปลี่ยนคำนิยามแล้ว ผมมองไม่เห็นว่าท่านนายกฯ จะมีวิธีไหนที่จะกำจัดความยากจน ให้พ้นไปจากแผ่นดินไทยภายใน 6 ปี แต่ก็อีกนั่นแหละ ผมอาจจะนึกไม่ถึง เพราะในสมัยหนึ่งได้ข่าวว่าท่านนายกฯ คนนี้ มีความสามารถระดับมหัศจรรย์ ท่านสามารถกำจัดการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ได้ภายใน 6 เดือน !

 

กลับหน้าแรก