SME และวิสาหกิจชุมชน บทเรียนจากยุโรป

โดย เสรี พงศ์พิศ   มติชนรายวัน   วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2546  หน้า 6

การทำธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อมไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่ใหม่คือวิธีคิดที่เรียกกันว่า การประกอบวิสาหกิจ(entrepreneurship) ซึ่งเป็นการสรุปบทเรียนจากประสบการณ์ทั่วโลกว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดประการหนึ่งในการดำเนินธุรกิจ คือ ความคิดสร้างสรรค์

ความคิดสร้างสรรค์ทำให้สามารถใช้ความรู้ภูมิปัญญาทั้งเก่าและใหม่ ทั้งท้องถิ่นและสากลผสมผสานในการจัดการทรัพยากร ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด สร้างความแตกต่าง สร้างเอกลักษณ์ สามารถแข่งขันในตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ

ความคิดสร้างสรรค์ทำให้คนค้นพบโอกาสธุรกิจใหม่ๆ รับรู้หรือรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคม และสามารถตอบสนอง ความใฝ่ฝันของผู้คน  และเสนออะไรที่สอดคล้องกับความรู้สึกนึกคิดและอารมณ์ของสังคมได้

ผู้คนวันนี้ใฝ่ฝันอยากกลับไปหาธรรมชาติ สนใจเรื่องสุขภาพ สมุนไพร อาหารปลอดสาร สิ่งแวดล้อมไม่เป็นพิษ ต้องการข้อมูลข่าวสาร ที่ทำให้เข้าใจโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วนี้ ต้องการสัมผัสกับวัฒนธรรมความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ต้องการความสงบ บรรยากาศเงียบๆ ต้องการค้นหาตัวเอง หาความหมายของชีวิต ต้องการความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น หนีจากความโดดเดี่ยว

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของการค้นหาระบบคุณค่าหรือสิ่งที่คนวันนี้แสวงหา ซึ่งเป็นฐานคิดที่สำคัญประการหนึ่ง ของการทำวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อม และวิสาหกิจชุมชน

ประเทศอิตาลีพัฒนา SME หลังสงครามโลกครั้งที่สองไม่กี่สิบปีมานี่เองกลายเป็นฐานรากของเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และเป็นต้นแบบของระบบเศรษฐกิจในประเทศแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเกือบทั้งหมด ตั้งแต่ตุรกี กรีก สเปน โปรตุเกส และประเทศในแอฟริกาเหนือ

อย่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลีซึ่งเคยยากจนมาก หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้คนอพยพไปทำงานในภาคอื่น และประเทศอื่น เพียงไม่ถึงสามสิบปี ภูมิภาคนี้กลายเป็นภาคที่มั่งคั่งไม่แพ้คนอื่นๆ ตอนเหนือของอิตาลีซึ่งพัฒนาไปก่อนแล้ว (เมืองเล็กๆ อย่างอูดิเน่ อย่างเวโรน่ายังสร้างทีมฟุตบอลใหญ่ได้เพราะมีทุนมาก)

อุตสาหกรรมเล็กๆ ที่มีผู้ประกอบการและคนงานไม่กี่คน จากครัวเรือน จากชุมชน ขยายออกไปสู่ตลาดใหญ่ในประเทศ และต่างประเทศ อย่าง Beneton เสื้อผ้าหลากสี เครื่องครัวเครื่องใช้อย่าง Zanussi, Zoppas และอื่นๆ และอีกนับร้อยๆ อย่างล้วนมาจากครอบครัวเล็กๆ หมู่บ้านเล็กๆ

เสื้อผ้า เครื่องหนัง เครื่องเรือน และอื่นๆ มาจาก SME เกือบหมด นับได้เป็นล้านๆ แห่ง มีคนงานเฉลี่ยต่อหนึ่งวิสาหกิจเพียง 4 คนเท่านั้น

อิตาลีมีชื่อเสียงการผลิตด้วยภูมิปัญญา สร้างเอกลักษณ์(brand image) เสื้อผ้าอิตาลีไม่ได้มาจากโรงงานใหญ่ มาจากบ้าน โรงงานเล็กๆ มีรูปลักษณ์หลากหลาย เปลี่ยนสไตล์ตลอดเวลาตามรสนิยมของตลาด จัดการเป็นเครือข่าย เป็นกลุ่มการผลิตที่เรียกกันว่า cluster

ฝรั่งเศสมีชื่อเสียงในเรื่องการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การสร้างงาน สร้างธุรกิจ การบ่มเพาะให้เติบโตและยั่งยืน โดยความร่วมมือของภาคเอกชนและสนับสนุนโดยรัฐหลากหลายรูปแบบ

ฝรั่งเศสมีชื่อเสียงในการพัฒนาความคิดใหม่ๆ และหารูปแบบใหม่ๆ ในการส่งเสริม SME และวิสาหกิจชุมชนด้านวิชาการและด้านทุน เขามีรูปแบบการให้การสนับสนุนที่หลากหลาย คนจนคนไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันก็มีกองทุนให้กู้ยืมได้

อิตาลี ฝรั่งเศส และเยอรมนีมีชื่อเสียงในการจัดการการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยวธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม โดยครอบครัวและชุมชนเป็นผู้จัดการ บางแห่งจัดการการท่องเที่ยวเป็นกลุ่มหมู่บ้าน หรือทั้งตำบลร่วมกัน ต้อนรับนักท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น และทำให้คนจากในเมืองและท้องถิ่นอื่นได้มาพักผ่อนหย่อนใจ ได้ความสุขและความรู้ ได้อิ่มท้องและอิ่มใจ ได้ของดีๆ จากหมู่บ้านติดไม้ติดมือกลับไป

การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และวิสาหกิจชุมชนในยุโรปค่อยๆ พัฒนาขึ้นมาอย่างเป็นระบบในระยะหลายสิบปีที่ผ่านมาในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชุมชนหมู่บ้านในชนบทไปจนถึงระดับจังหวัด ระดับแคว้นหรือภาค ระดับชาติ ตั้งแต่เรื่องการค้นหาหรือสร้างความคิดใหม่ๆ ไปจนถึงการสนับสนุนด้านวิชาการ การผลิต การตลาด ด้านทุน ด้านกฎหมาย

เกิดหน่วยงาน องค์กร ที่ให้การส่งเสริมสนับสนุนด้านต่างๆ เหล่านี้ขึ้นมามากมาย และมีการรวมตัวกันเป็นชมรม สมาคม สหพันธ์ อย่าง Boutiques de Gestion อันเป็นหน่วยงานเล็กๆ ที่ให้การส่งเสริมการริเริ่ม การบ่มเพาะและการตั้งหลักของ SME และวิสาหกิจชุมชนในฝรั่งเศส ตั้งมาเมื่อปี 2522 วันนี้มีสาขาอยู่ 120 แห่งทั่วฝรั่งเศส ได้ส่งเสริมให้เกิด SME และวิสาหกิจชุมชนมาเกือบหนึ่งแสนแห่ง และประเมินอย่างเป็นทางการได้ว่า ประสบความสำเร็จกว่าร้อยละ 70

คนที่ทำงานเต็มเวลาในองค์กรเล็กๆ เหล่านี้มีไม่มาก แต่มีอาสาสมัครมากมาย จากหลากหลายอาชีพที่มีประสบการณ์การทำงานมาก่อน สามารถให้คำแนะนำ ให้กำลังใจและแรงบันดาลใจคนที่มีเริ่มทำอะไรเล็กๆ หรือคนที่เคยทำแล้วแต่ล้มเหลวมาก่อน

ฝรั่งเศสเป็นคนริเริ่มชวนประเทศต่างๆ ก่อตั้งสหพันธ์ธนาคารเพื่อการส่งเสริม SME และวิสาหกิจชุมชนโดยเรียกชื่อว่า สหพันธ์ธนาคารจริยธรรมและทางเลือกของยุโรป(FEBEA) มีสมาชิก 15 ธนาคารจากประเทศต่างๆ ในยุโรป รวมทั้งไปริเริ่มก่อตั้งองค์กรการเงินรูปแบบต่างๆ ในประเทศกำลังพัฒนาเพื่อส่งเสริมการประกอบการของคนจน คนที่ไม่มีทางกู้เงินธนาคารทั่วไปได้

เยอรมนีอาจจะมีชื่อเสียงในเรื่องอุตสาหกรรมใหญ่ๆ วันนี้ก็ปรับตัวมาทำอะไรกลางๆ และเล็กๆ ย้ายอุตสาหกรรม(ผลิตรถยนต์) ไปประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยและอื่นๆ เยอรมนีเองหันมาเน้นเรื่องการประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

ดร.กุนเธอร์ ฟาลติน ศาสตราจารย์ เศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยเบอร์ลิน ริเริ่มปฏิบัติสิ่งที่ตนเองสอนนักศึกษา นำเข้าชาดีที่สุดจากอินเดียเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ประสบความสำเร็จเพราะเขาคิดอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่น แม้แต่บริษัทชายักษ์ใหญ่ทั้งหลายก็ยังสู้วิธีคิดวิธีจัดการของเขาไม่ได้ วันนี้เขานำเข้าชาปีละกว่า 500 ตัน มีเงินหมุนเวียนกว่า 400 ล้านบาทต่อปี แล้วยังนำเข้าเก้าอี้นั่งสบายโครงหวายสานด้วยผักตบชวาจากเมืองไทยอีก

ลูกศิษย์ลูกหาของเขาเป็นนักประกอบการที่ประสบความสำเร็จมากมาย เขาบอกว่า ถ้ามีความคิดสร้างสรรค์ ไม่มีเงินทุนก็ยังสร้างธุรกิจได้

ในวันที่ 26-27 มีนาคมนี้ สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ธ.ก.ส. และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมร่วมกันจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการโดยเชิญฝรั่ง 4 คน จากเยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส ที่มีความรู้ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในเรื่อง SME และวิสาหกิจชุมชนจะมาบอกเล่าวิธีคิด วิธีทำ และบทเรียนจากยุโรปให้คนไทยฟัง ทั้ง 4 ท่านนี้ประกอบด้วย

ศาสตราจารย์ฟาลติน นักเศรษฐศาสตร์ผู้ชำนาญด้านทฤษฎีและปฏิบัติ SME ดร.มัสสิโม ดันเจลิลโล จากอิตาลี นายดาเนียล การ์เร ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Boutique de Gestion จากปารีส และ ฌอง ปอล วิจีเอร์ ประธานสหพันธ์ธนาคารจริยธรรมและทางเลือกของยุโรป

เป็นโอกาสดีของคนที่ทำงานส่งเสริมสนับสนุน SME และวิสาหกิจชุมชน ไม่ว่าจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ที่ส่งเสริมด้านวิชาการ การจัดการ การผลิต การตลาด ทุน กฎหมาย

เป็นโอกาสดีสำหรับคนที่กำลังดำเนินการอยู่หรือคิดอยากทำอะไรสักอย่าง ที่จะมาเรียนรู้เรียนลัดจากคนที่ทำมาก่อน จากประเทศที่ประสบความสำเร็จและสร้างรากฐานมั่นคงให้ระบบเศรษฐกิจของตนเอง

เราจะได้เรียนรู้ว่า คนเล็กๆ กลุ่มเล็กๆ ชุมชนเล็กๆ ไม่ว่าในเมืองหรือในชนบทมีศักยภาพที่จะคิดและทำอะไรใหญ่ๆ สำหรับตนเองและสังคมโดยรวมได้ ทำให้เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็งและเศรษฐกิจประเทศชาติมั่นคงได้

เราไม่ได้ต้องการเลียนแบบ แต่ต้องการเรียนรู้ ต้องการเป็นตัวของเราเอง เพราะเรามีอะไรมากมายที่เป็น "ทุน" ทั้งความรู้ภูมิปัญญา ความหลากหลายทางชีวภาพและทุนทางสังคม

เราต้องการเพียงการเรียนรู้ที่เหมาะสม ที่ไม่ใช่ลองผิดลองถูกจนเสียหาย แต่เรียนรู้เพื่อจะได้ทำถูกและเติบโตแบบยั่งยืน

 

กลับหน้าแรก