|
ความสุขของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ มติชนรายวัน วันที่ 19 มีนาคม 2546 การศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาพัฒนศึกษาศาสตร์ (Development Education) ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) เมื่อ พ.ศ. 2524 ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระอักษรอยู่นั้น มีการสอบใหญ่ที่สำคัญๆ 3 ครั้ง คือการสอบข้อเขียนเบื้องต้น (Qualifying exam) เมื่อเรียนมาได้หนึ่งภาคศึกษากว่าๆ แล้ว เพื่อที่จะให้ผู้ที่ได้เข้าเรียนรู้ตัวว่ายังจะเรียนต่อไปไหวหรือไม่ หากสอบผ่านก็เรียนต่อไปจนจบหลักสูตร การสอบข้อเขียนเบื้องต้นนี้บางทีก็เรียกว่าเป็นการสอบเพื่อไล่(ออก) แล้วจึงมีการสอบข้อเขียนพิสดาร (Comprehensive exam) เป็นการสอบข้อเขียนแบบสรุปรวมเนื้อหาของทุกๆ วิชาที่เรียนไปแล้วเพื่อตรวจดูความสามารถในการบูรณาการ (integration) ทางเนื้อหาวิชาและความคิด ถ้าสอบไม่ผ่านก็มีโอกาสสอบแก้ตัวอีกทีหนึ่ง ถ้าไม่ผ่านอีกครั้งก็ต้องออกไป หากสอบผ่านก็ลงมือทำวิทยานิพนธ์ต่อไป เมื่อทำวิทยานิพนธ์เสร็จแล้วก็ต้องสอบปากเปล่าชี้แจงป้องกันวิทยานิพนธ์เป็นครั้งสุดท้าย (ที่ประสานมิตรเรียกวิทยานิพนธ์ว่าปริญญานิพนธ์) ในการเตรียมการทบทวนวิชาเพื่อเตรียมสอบข้อเขียนเบื้องต้นที่เรียกกันสั้นๆ ว่า "ติว" ซึ่งพวกนักศึกษาปริญญาเอก ก็จัดกิจกรรมร่วมกันทำเอง ทำนอง "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" และ "รวมกันเราอยู่แยกกันเราตาย" นั่นแหละ กิจกรรมนี้จัดอยู่ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2525 ซึ่งสมเด็จพระเทพฯ ได้เสด็จฯ มาร่วมกิจกรรมทุกครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งในช่วงพัก สมเด็จพระเทพฯ มีพระราชกระแสรับสั่งกับพระสหาย ทั้ง 10 คนว่า "สิ่งที่คนเราทำให้กับตัวเอง มีอยู่ 2 อย่าง คือ การกินกับการเรียนหนังสือ นอกนั้นทำให้แก่ผู้อื่นทั้งนั้น" พระราชดำรัสเมื่อครั้งนั้นสร้างความฉงนให้กับพระสหายทุกคนเนื่องจากฟังดูแล้วก็หมายความว่าความสุขของคนเรา เพื่อตัวเราเองก็มีอยู่แค่การกินและเรียนหนังสือเท่านั้น ส่วนนอกนั้นเป็นกิจกรรมเพื่อคนอื่นและส่วนรวมทั้งสิ้น ครับ! 21 ปีผ่านไปเหมือนฝัน วันเวลาที่ผ่านไปได้พิสูจน์ให้พสกนิกรชาวไทยตระหนักอย่างแจ้งชัดว่าสมเด็จพระเทพฯ ของชาวไทยทั้งปวงนั้นทรงเป็นผู้เสียสละ มีพระทัยมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือผู้อื่นอย่างแท้จริง ทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์ เพื่อผู้อื่นในแทบทุกด้าน ในระยะนี้ ผู้เขียนได้รับอี-เมล์ที่มีผู้ส่งมาให้หลายท่านมีข้อความดังนี้ "เมื่อไม่นานมานี้ผู้โดยสารรถไฟฟ้า BTS ระหว่างสถานีสยามถึงพร้อมพงษ์ได้พบกับเรื่องที่ไม่คาดฝันที่ได้พบ นั่นคือการที่ได้พบสมเด็จพระเทพฯ และคณะของพระองค์ ก่อนหน้านี้ พสกนิกรได้พบสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินที่ห้างสยาม Discover เป็นการส่วนพระองค์ ในขณะที่ประทับที่พระราชวังสระปทุมวัน และบางครั้งก็เสด็จฯ ห้าง Emporium และร้านหนังสือ Kinokuniya พสกนิกรที่พบเห็นพระองค์ท่านอ่านหนังสือนานมากๆ การเสด็จฯ นั้นกระทำเป็นการส่วนพระองค์โดยสารรถไฟฟ้า BTS ในบ่ายแก่ๆ ของวันอาทิตย์กับพระสหายที่สนิท หรือนางสนองพระโอษฐ์สองสามคนเท่านั้น ไม่มีองครักษ์ติดตามใดๆ ทั้งสิ้น โดยไม่คำนึงว่าเป็นวันหยุด รถไฟฟ้าที่แน่นเอี๊ยด พสกนิกรที่โดยสารรถไฟฟ้าล้วนแต่จำพระองค์ได้ทั้งสิ้น บางคนก็ยืนตัวเกร็ง บางคนก็ขยับขยายที่ให้พระองค์นั่ง บางคนก็ถวายความเคารพ แต่บางคนก็ไม่เชื่อสายตาตัวเอง หลังจากนั้นพระองค์ทรงยืนเลือกหนังสือด้วยพระองค์เอง โดยที่ลูกค้าบางคนไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยทีเดียว หลังจากที่พระองค์เลือกเล่มที่ถูกพระทัยแล้ว พระองค์จะทรงต่อแถวเพื่อที่จะชำระเงิน พระองค์จะทรงชำระเงินโดยบัตรเครดิตซะเป็นส่วนใหญ่ เมื่อเรียบร้อยแล้วก็จะเสด็จขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อเสด็จฯ กลับวังสระปทุมทันที สร้างความปลื้มปีติใจให้แก่พสกนิกรผู้ได้ประสบพบเห็นพระจริยวัตรอันแสนจะธรรมดาของสมเด็จพระเทพฯ เจ้าฟ้าแห่งราชวงศ์จักรีแห่งสยามประเทศ" การส่งอี-เมล์แสดงความชื่นชมในพระบารมีของสมเด็จพระเทพฯ นี้เป็นการแสดงออกอย่างบริสุทธิ์ใจ และกระตือรือร้นของผู้ส่งเป็นที่ยิ่ง แต่ที่สำคัญยิ่งสำหรับผู้เขียนก็คืออย่างน้อยที่สุดสมเด็จพระเทพฯ ก็ยังคงทรงศึกษาด้วยพระองค์เอง จากการเลือกซื้อหาหนังสือด้วยพระองค์เอง ดังนั้น พระองค์ท่าน ยังทรงมีเวลาในการแสวงหาความสุขเพื่อตัวพระองค์ท่านเองบ้าง แต่ก็แน่นอนทีเดียว ในการแสวงหาความรู้นั้นสมเด็จพระเทพฯ ทรงเป็นนักวิชาการชั้นเยี่ยม กล่าวคือจะทรงแสวงหาความรู้สูงสุดเท่าที่พึงจะหาได้ โดยจะทรงศึกษาวิเคราะห์จนรู้แจ้ง รู้ถึงแก่นแท้ของวิทยาการนั้นๆ จริงๆ สมกับพระราชดำรัสของพระองค์ท่านตอนหนึ่งความว่า "ความรู้ที่เราเรียนนี้ มักเป็นความรู้กลางๆ หรือความรู้เฉลี่ย ซึ่งในทางปฏิบัติจริงๆ อาจจะยังใช้ไม่ได้ทันที ต้องการเรียนให้ได้ความรู้สูงสุดจริงๆ อันจะนำไปใช้งานได้จริงๆ เพราะความรู้กลางๆ ก็คงแก้ปัญหาได้กลางๆ เท่านั้นเอง" สุดท้ายนี้ขอนำปริศนาธรรม(โกอาน) ของสมเด็จพระเทพฯ ที่พระราชทานให้กับพระสหายภายหลังการสอบไล่วิชาสถิติเพื่อการวิจัย ที่ศาสตราจารย์พจน์ สะเพียรชัย เป็นพระอาจารย์ว่า "วิชาสถิตินี้ข้อสอบนี้ไม่ยากหรอกนะ แต่คนทำไม่ได้เอง" เผื่อท่านผู้อ่านที่เคารพจะขบปริศนาธรรมที่ลึกล้ำเหลือแสนข้อนี้แตกเป็นการเพิ่มปัญญาบารมีของท่านผู้อ่านเองโดยตรง ในศุภวาระอันเป็นมงคลยิ่งที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 4 รอบนักษัตร ประชานิกรชาวไทยทั้งผองขอน้อมเกล้าฯ ถวายพระพรให้ทรงพระเกษมสำราญยิ่งยืนนานเพื่อเป็นขวัญและธงไชยแก่ชาติไทยสืบไป หน้า 6
|
| กลับหน้าแรก |