|
เกณฑ์อำนาจเหนือตลาดคลอดแล้ว
มติชนรายวัน วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2545 ประเดิม"ค้าปลีกค้าส่ง-มอเตอร์ไซค์" "ห้างโลตัส-แม็คโคร-ฮอนด้า"เข้าข่าย พาณิชย์คลอดเกณฑ์อำนาจเหนือตลาดแล้ว เริ่ม 2 ธุรกิจ ค้าปลีก-ค้าส่ง ส่วนแบ่งตลาดเกิน 20% ยอดขายเกิน 2.7 หมื่นล้าน ส่วนมอเตอร์ไซค์ ส่วนแบ่งเกิน 33.33% ยอดขายเกิน 5 พันล้าน ชี้โลตัส-แม็คโคร-ฮอนด้าเข้าข่าย นายอดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ว่า ที่ประชุมเห็นชอบเกณฑ์อำนาจเหนือตลาด 2 กลุ่มคือเรื่องค้าปลีกค้าส่ง และรถจักรยานยนต์ จากคณะอนุกรรมการ โดยการค้าปลีกค้าส่ง แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1.หากเป็นรายเดียว ต้องมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 20% ขึ้นไป และมียอดขายไม่ต่ำกว่า 27,000 ล้านบาทต่อปี และ 2.หากมี 3 รายใหญ่รวมกัน ยอดขายรวมกันจะต้องเกิน 33.33% และมียอดขายรวมกันไม่ต่ำกว่า 45,000 ล้านบาท แต่ถ้าผู้ประกอบการรายใด มีส่วนแบ่งการตลาดไม่ถึง 10% จะไม่ถือว่าเข้าข่ายอำนาจเหนือตลาด นายอดิศัยกล่าวว่า ส่วนเกณฑ์อำนาจเหนือตลาดรถจักรยานยนต์ กำหนดไว้ 2 ส่วน 1.หากเป็นรายเดียว บริษัทที่มีอำนาจเหนือตลาดต้องมีส่วนแบ่งการตลาดเกิน 33.33% และมียอดขายเกิน 5,000 ล้านบาทต่อปีขึ้นไป และ 2.หาก 3 รายขึ้นไป มีส่วนแบ่งการตลาดรวมกันเกิน 66.66% และมียอดขายรวมกันเกิน 10,000 ล้านบาท บริษัทที่มีส่วนแบ่งการตลาดไม่ถึง 10% ไม่ถือว่ามีอำนาจเหนือตลาด การคำนวณเกณฑ์อำนาจเหนือตลาดของค้าปลีกค้าส่ง คิดจากยอดขายรวมที่มีปีละกว่า 2.7 แสนล้านบาท และจักรยานยนต์มียอดขายรวม 3.2 หมื่นล้านบาท นายอดิศัยกล่าวว่า หลักการในการใช้จะพิจารณาทั้งสองส่วน หากผู้ประกอบการรายเดียวไม่เข้าเกณฑ์อำนาจเหนือตลาดก็จะมาดูว่าหาก 3 รายรวมกันเข้าเกณฑ์หรือไม่ โดยจะนำเกณฑ์ดังกล่าวเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.)สัปดาห์หน้า หลังผ่าน ครม.แล้วจะสามารถใช้เกณฑ์ดังกล่าวได้ทันที นายอดิศัยกล่าวว่า หากดูตามเกณฑ์อำนาจเหนือตลาดดังกล่าว ในขณะนี้มีผู้ประกอบการค้าปลีกขนาดใหญ่และบริษัทรถจักรยานยนต์เข้าข่ายเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดแล้ว แต่ยังไม่สามารถบอกว่าได้ว่าเป็นใคร เมื่อประกาศว่าบริษัทใดมีอำนาจเหนือตลาดแล้ว คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าจะเข้าไปติดตามการดำเนินงานเพื่อไม่ให้บริษัทดังกล่าวใช้อำนาจที่ตนมีอยู่แข่งขันโดยไม่เป็นธรรม กับผู้ประกอบการรายอื่น นายอดิศัยกล่าวว่า สาเหตุที่กำหนดอำนาจเหนือตลาดในส่วนของธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง และธุรกิจรถจักรยานยนต์ก่อน เนื่องจากมีการร้องเรียนเข้ามาจึงต้องตัดสินก่อน ส่วนธุรกิจอื่นๆ เช่น ธุรกิจสื่อสาร จะมีการกำหนดเกณฑ์อำนาจเหนือตลาดต่อไป ทั้งนี้ มาตรา 25 ตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า ห้ามผู้มีอำนาจเหนือตลาด กำหนดหรือรักษาระดับราคาซื้อหรือขายสินค้า หรือค่าบริการอย่างไม่เป็นธรรม กำหนดเงื่อนไขในลักษณะที่เป็นการบังคับโดยทางตรงหรือทางอ้อมอย่างไม่เป็นธรรมให้ผู้ประกอบธุรกิจอื่น ซึ่งเป็นลูกค้าของตนที่จำกัดการบริการ การผลิต การซื้อหรือการจำหน่ายสินค้า หรือต้องจำกัดโอกาสในการเลือกซื้อหรือขายสินค้า โดยโทษตามมาตรา 25 คือ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าทำผิดซ้ำโทษทวีคุณ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายเนวิน ชิดชอบ เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สอบสวนและสรุปความผิดของค้าปลีกรายใหญ่ 4 ราย คือเทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี แม็คโคร และคาร์ฟูร์ ว่า ดำเนินธุรกิจไม่เป็นธรรมกับซัพพลายเออร์ และส่งเรื่องให้คณะกรรมการชุดใหญ่แต่ยังไม่มีการตัดสินเรื่องนี้ เนื่องจากยังไม่มีเกณฑ์อำนาจเหนือตลาด เมื่อมีเกณฑ์อำนาจเหนือตลาดแล้ว สามารถพิจารณาลงโทษได้ ข่าวแจ้งว่า ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ผู้นำตลาดได้แก่ เทสโก้ โลตัส มีส่วนแบ่งตลาด 16.63% มียอดขายรวม 46,428 ล้านบาท รองลงมาคือ แม็คโคร มีส่วนแบ่งตลาด 13% ยอดขาย 36,530 ล้านบาท และบิ๊กซี ส่วนแบ่งตลาด 6.54% มียอดขาย 18,257 ล้านบาท ส่วนรถจักรยานยนต์ บริษัทไทยฮอนด้า มีส่วนแบ่งตลาด 74.59% มียอดขาย 24,045 ล้านบาท รองลงมาคือ ไทยซูซูกิ ส่วนแบ่ง 11.93% ไทยยามาฮ่า 9.96% ดังนั้นเทสโก้ โลตัส แม็คโคร และบิ๊กซี รวมกันมีส่วนแบ่งเกิน 33.33% และมียอดขายเกิน 45,000 ล้านบาท เข้าข่ายมีอำนาจเหนือตลาด แต่บิ๊กซีมีส่วนแบ่งไม่ถึง 10% จึงไม่เข้าข่าย ผู้ที่เข้าข่ายจึงมี 2 รายคือ เทสโก้ โลตัส และแม็คโคร ส่วนรถจักรยานยนต์นั้นฮอนด้า เข้าข่ายมีอำนาจเหนือตลาดชัดเจน และเคยถูกร้องเรียนว่า บังคับตัวแทนจำหน่ายให้ขายรถจักรยานยนต์ฮอนด้ายี่ห้อเดียว ห้ามขายยี่ห้ออื่น
|
| กลับหน้าแรก |