|
ทางเลือกสำหรับ
ศก.ไทย
ต่อการขยายตัวของอียู
มองมุมใหม่ : ดร.เอื้อมพร ตสาริกา กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 2 8 กุมภาพันธ์ 2546ในมุมมองของบรรดาประเทศที่มิได้เป็นสมาชิกของอียู เช่น ไทยควรจะเตรียมการอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยมากที่สุด ในเรื่องนี้ไทยจะต้องหันมาพิจารณาในแง่สัจธรรมให้มาก กล่าวคือ ไทยเราเป็นสมาชิกหนึ่งในบรรดาประเทศสมาชิกในอาเซียน และต้องยอมรับว่าในบรรดาสมาชิกอาเซียนด้วยกัน เรายังเสียเปรียบสมาชิกประเทศอื่นอีกในหลายเรื่อง เช่น ฟิลิปปินส์ก็มีประเทศ "ลูกพี่" คือสหรัฐ คอยช่วยเหลืออยู่ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และการทหาร มาเลเซียก็มีอังกฤษเป็นลูกพี่ หากดูโดยผิวเผินจากภายนอก คนทั่วไปอาจจะเห็นว่า ผู้นำชอบทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับอังกฤษ ต่อต้านอังกฤษในรูปแบบต่างๆ แต่โดยเนื้อแท้แล้ว ทั้งสองประเทศนี้คอยอุปถัมภ์ค้ำชูกันอยู่ตลอดเวลา ยกตัวอย่างที่เห็นได้ง่าย คือประชาชนชาวมาเลเซีย สามารถเดินทางไปอังกฤษได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่ประชาชนอีกหลายชาติ เช่น คนไทยจะเดินทางเข้าอังกฤษแต่ละครั้ง ต้องผ่านขั้นตอนมากมาย อินโดนีเซียก็มีเนเธอร์แลนด์ คอยอุปถัมภ์ค้ำชูอยู่ในเกือบทุกๆ เรื่อง นี่เป็นตัวอย่างโดยย่อ ยังมีเรื่องอื่นๆ อีกมากที่เราควรจะนำมาพิจารณา เพื่อเข้าถึงสัจธรรมของเรื่อง และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ให้ทันกับโลก จึงจะได้ชื่อว่าทำตัวให้เข้ากับสภาวะโลกานุวัตน์ ไม่ต้องถึงสภาวะโลกาภิวัตน์ในขณะนี้ก็ได้ เพียงพยายามตามให้ทันประเทศอื่นก็น่าจะเป็นที่พอใจพอสมควรแล้ว ไม่ต้องถึงกับเกินโลก เมื่อไม่นานมานี้ สิงคโปร์กับสหรัฐ ก็ได้ทำข้อตกลงระหว่างกันเกี่ยวกับการค้าการลงทุน ซึ่งจะส่งเสริม และเอื้ออำนวยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศทั้งสอง ส่วนเวียดนามกับสหรัฐ ก็ได้ทำข้อตกลงความร่วมมือทางเกษตร และเรื่องอื่นๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน หากเวียดนามได้พัฒนาด้านการเกษตรก้าวหน้าไปได้มากเท่าใด ไทยเรา ก็จะต้องตกอยู่ในสถานะที่น่าเป็นห่วงมากขึ้น พม่าก็เช่นกัน ถ้าสามารถจัดการบ้านการเมืองภายในได้เรียบร้อย แล้วหันมาพัฒนาทั้งด้านการเกษตร และอุตสาหกรรมอย่างเต็มที่เมื่อใด เมื่อนั้นพม่าก็จะเป็นคู่แข่งของไทยชนิดที่น่ากลัวทีเดียว ที่ได้อารัมภบทมายืดยาวจนอาจดูเหมือนจะออกนอกเรื่อง แต่เพื่อต้องการให้เราหันมาช่วยกันพิจารณา และมองเห็นสัจธรรมข้อที่ว่า เราไม่ควรยึดติดในสิ่งใดหรือประเทศใดหรือตลาดใดมากจนเกินไป ควรจะมองดูทางเลือกอื่น เพื่อเตรียมรับกับสถานการณ์ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นไว้บ้าง มิใช่ให้เลิกคบหาสมาคมเลิกค้าขายกับคู่ค้าเดิมแล้ว หันไปหาตลาดใหม่คู่ค้าใหม่โดยสิ้นเชิง ตรงกันข้าม เราต้องสร้างความเข้มแข็ง กับความสัมพันธ์ดั้งเดิมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง กับประเทศต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็ต้องหามิตรภาพใหม่ๆ กับประเทศที่เราเคยมองข้ามไม่เคยสนใจ โดยเคยคิดว่า ไม่ค่อยคุ้มค่ากับเวลา และการลงทุนเมื่อเทียบ กับการค้าขาย หรือติดต่อกับประเทศ หรือตลาดที่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว เช่น ตลาดสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน เป็นต้น สำหรับบางประเทศ เช่น โรมาเนีย เราอาจจะมองว่าเป็นประเทศเล็กๆ และยากจน จะเอาอะไรมาค้าขาย ในข้อนี้เราไม่ควรลืมว่า แม้จะเป็นประเทศเล็ก แต่เราสามารถเดินทางจากโรมาเนีย ติดต่อเข้าออกกับประเทศยุโรปกลาง และยุโรปตะวันออกอื่นๆ ได้อย่างสะดวก และใช้เวลาเดินทางน้อยมาก เสียค่าใช้จ่ายไม่มาก ค่าครองชีพถูก เหมาะที่จะไปลงทุน เพื่อการส่งออกต่อไปยังประเทศอียูอื่นๆ ได้ไม่ยาก เมื่อโรมาเนียได้เข้าเป็นสมาชิกอียูเมื่อใด เมื่อนั้นเราก็จะได้รับความสะดวก สำหรับสินค้าที่จะส่งเข้าไปยังอียูในนามของโรมาเนีย ยังมีประเทศที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมาก เช่น บัลแกเรีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดียิ่งกับเยอรมนี มีบริษัทเยอรมนีไปลงทุนมาก ไทยเองก็น่าจะมองหาลู่ทาง และรีบเข้าไปสร้างพื้นฐานทางการค้า และการลงทุนเอาไว้ เมื่อบัลแกเรียได้เข้าเป็นสมาชิกในระยะเวลาอีกไม่นานนี้ ไทยจะได้มีช่องทางอีกทางหนึ่ง ในการส่งสินค้าไทย ไปยังอียูโดยผ่านทางบัลแกเรีย และเท่าที่ทราบบัลแกเรีย ยังมีความต้องการสินค้าจากไทยอยู่หลายอย่าง รวมทั้งบริการด้านอื่นๆ เช่น ร้านอาหาร นวดแผนโบราณ หรือนวดแผนไทย สิ่งเหล่านี้ไทยควรไม่รอช้า ที่จะเข้าไปทำการศึกษาหาลู่ทาง และตัดสินใจเริ่มตั้งแต่ระยะแรก สินค้าและบริการเหล่านี้ เราอาจไม่ได้มุ่งแต่เฉพาะต่อคนพื้นเมือง แต่เราสามารถจะให้บริการแก่ชาวต่างชาติ เช่น คณะทูต และคนในองค์การระหว่างประเทศ ที่ประจำการอยู่ในประเทศนั้น ซึ่งในประเทศเหล่านี้ หาสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ และรับประทานอาหารที่อร่อยๆ ได้ยาก หรือไม่มีเลย เพราะเคยเป็นประเทศที่เป็นสังคมปิดมาก่อน แม้ว่าขณะนี้จะเป็นประเทศเสรีนิยมแล้ว แต่ก็ยังหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ หาความสะดวกสบายได้น้อย ในโรมาเนียขณะนี้ประเทศนอกอียูที่เข้าไปลงทุนมากที่สุด คือ ตุรกี จีน และเกาหลี ตุรกีลงทุนด้านสร้างศูนย์การค้า และส่งสินค้าเสื้อผ้า และอาหารเข้าไปจำหน่าย จีนส่งเสื้อผ้า และอาหารเช่นกัน สำหรับเกาหลีส่งเครื่องไฟฟ้า รถยนต์และเสื้อผ้า โดยเฉพาะตุรกี และจีนประสบความสำเร็จมาก ตุรกีมีความได้เปรียบเพราะมีดินแดนติดกับโรมาเนีย การขนส่งสะดวก ส่วนจีนนั้น เนื่องจากในสมัยอดีตประธานาธิบดีเชาเชสกู โรมาเนียกับจีนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาก คนจีนจึงหลั่งไหลเข้าไปสร้างถิ่นฐาน ทำมาหากินในโรมาเนียกันมาก ขณะนี้จีนกำลังมีโครงการพัฒนาสวนสาธารณะเก่า ซึ่งถูกปล่อยให้เป็นที่รกร้างมานาน เนื่องจากขาดเงินทุน โดยจีนมุ่งจะทำให้เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่แบบครบวงจร หากสำเร็จสถานที่แห่งนี้ จะเป็นแหล่งรวมสรรพสินค้า และบริการต่างๆ ในเมืองหลวงของโรมาเนียเป็นแห่งแรก หากนักธุรกิจไทยสนใจ น่าจะมีทางติดต่อกับนักธุรกิจจีน โดยการร่วมทุนทำกิจการร่วมกัน เช่น เปิดร้านอาหารไทย เปิดร้านเสื้อผ้า และบริการนวดแผนไทย สำหรับคณะทูต และเจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศในโรมาเนีย เป็นต้น นอกจากนี้ การบินไทย ก็น่าจะพิจารณาการเปิดทำการบินระหว่างไทย โรมาเนีย บัลแกเรีย ระยะแรกๆ อาจจะไม่คุ้มทุน แต่ในระยะยาวน่าจะเป็นผลดี เพราะในปัจจุบันยังไม่มีสายการบินใด ที่บินตรงจากกรุงเทพฯ ไปโรมาเนีย และบัลแกเรียเลย ต้องบินอ้อมไปเปลี่ยนเครื่องบินที่ลอนดอนบ้าง โคเปนเฮเกนบ้าง อัมสเตอร์ดัมบ้าง เป็นต้น เมื่อมีการบินไปมาระหว่างประเทศเหล่านี้ นอกจากรับส่งคนโดยสารแล้ว ยังสามารถขนส่งสินค้าอื่นๆ รวมทั้งเครื่องประกอบอาหารไทยไปเปิดร้านอาหารไทยในประเทศเหล่านั้นด้วย ที่กล่าวมาเป็นความคิดเห็นส่วนตัวจากที่ได้พบ และได้ยินมา ซึ่งจะพยายามนำมาเสนอท่านผู้อ่านเป็นระยะๆ ว่าในประเทศไหนมีศักยภาพในด้านใดบ้าง ผู้อ่านส่วนใหญ่อาจคุ้นเคยกับเรื่องเหล่านี้กันดีอยู่แล้ว แต่บางเรื่องก็อาจเป็นเรื่อง "ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น" หรือ "เมื่อผงเข้าตาต้องให้คนอื่นเขี่ยให้" เป็นต้น ผู้เขียนคิดว่านี่เป็นข้อคิดเห็นที่น่าจะเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ หากเราไม่ปิดกั้นตัวเอง หรือผูกมัดอยู่กับประเทศหนึ่งประเทศใดจนเกินไป เพื่อให้เป็นผลในทางรูปธรรม ควรมีการพูดจาหารือในรายละเอียดกันต่อไปว่า จะเริ่มต้นอย่างไร และต้องเตรียมการอย่างไรบ้าง เช่นจะไปลงทุนในเรื่องใดซึ่งแต่ละเรื่องมีข้อเท็จจริง และรายละเอียดในทางปฏิบัติต่างกัน
|
| กลับหน้าแรก |