|
ตำรวจลุยคดีรอยเนท
ทังแต่งบัญชี-อินไซด์
ผู้จัดการรายวัน (25 กุมภาพันธ์ 2546) ก.ล.ต.กล่าวโทษนายกิตติพัฒน์ เยาวพฤกษ์ ผู้บริหารรอยเนท จงใจแต่งบัญชีลวงบุคคลอื่น ปกปิดรายงานซื้อขายหลักทรัพย์ และอินไซด์ขายหุ้น เตรียมสอบเอาผิดผู้สอบบัญชี ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แบล็กลิสต์ตระกูลนี้ ไม่ให้ บริหารบจ.อื่นๆ ตำรวจลุยสอบเพิ่ม คาดชัดเจนสัปดาห์หน้า พร้อมเพิ่มมาตรการ ช่วยนักลงทุนใช้ข้อมูลเพื่อตัดสินใจ สั่งผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกต บจ.ให้ชัดในงบ รายไตรมาส ด้านสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยเรียกร้องผู้ถือหุ้นรายย่อยรอยเนทประชุมศุกร์ 28 ก.พ. นี้ เพื่อลงมติปลดนายกิตติพัฒน์-พรรคพวก วานนี้ (24 ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต.กล่าวโทษนายกิตติพัฒน์ เยาวพฤกษ์ และบริษัทรอยเนท จำกัด (มหาชน) ต่อกองบังคับ การสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจ(สศก.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมเสนอเรื่อง ดังกล่าวให้คณะกรรมการประสานงาน ดำเนิน คดีความผิดตามกฎหมายการเงินการคลังพิจารณาดำเนินการควบคู่ด้วย เนื่องจากพบว่า นายกิตติพัฒน์จงใจ ตกแต่งบัญชี เพื่อลวงผู้ถือหุ้น และบุคคลอื่นที่จะซื้อหุ้นบริษัทรอยเนท ส่งคดีรอยเนทให้สศก. นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่าบริษัทแต่งบัญชีว่ากำไร ทั้งที่การดำเนินงานขาดทุน นอกจากนี้ ใช้โอกาสขาย หุ้นบางส่วนก่อนเผยแพร่งบการเงินไตรมาส 3 ปี 2545 ซึ่งนายกิตติพัฒน์ทราบว่า ผู้สอบบัญชีจะตั้งข้อสังเกตและระบุผลกระทบการบันทึกบัญชีไม่ถูกต้อง ประกอบกับนายกิตติพัฒน์ไม่เคยรายงาน การซื้อขายหลักทรัพย์ ทั้งในฐานะกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ เนื่องจากต้องการปกปิดไม่ให้ผู้อื่นทราบความเคลื่อนไหวถือหลักทรัพย์ของตน การกระทำดังกล่าวทำเกิดความเสียหายผู้ถือหุ้นรอยเนท เป็นเหตุให้บริษัทรอยเนทผิดตามมาตรา 56 และนายกิตติพัฒน์ผิดตามมาตรา 56 ประกอบ 300 มาตรา 59 238 241 246 และ 312 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ตลท.เตรียมแบล็กลิสต์ นางภัทรียา เบญจพลชัย รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าข้อกำหนดตลาดหลักทรัพย์ ถ้าผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนใดถูกกล่าวโทษจากหน่วยงานทางการ ก็ชัดเจนว่าไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้บริหารบริษัท ซึ่งตลาด หลักทรัพย์ก็จะพิจารณาในเรื่องนี้ทันที แต่ขั้นตอนตัดสินขึ้นกับคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ (บอร์ด) ที่จะประชุมก่อนการประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทรอยเนท หลังจากนี้ตลาด หลักทรัพย์จะพิจารณา 3 เรื่อง คือการประชุมผู้ถือหุ้นบริษัท ตลาดหลักทรัพย์จะส่งตัวแทนร่วมสังเกตการณ์ว่า การดำเนินการถูกต้องหรือไม่ แต่การดำเนินการใดๆต้องขึ้นกับผู้ถือหุ้น ที่จะใช้สิทธิใช้เสียงตนเอง รวมถึงสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยที่จะแสดงบทบาทปกป้องนักลงทุนเต็มที่ นอกจากนี้ต้องตรวจสอบสถานะผู้บริหาร บริษัทรวมถึงสถานะบริษัท หลังจากงบการเงินปี 2545 ออก เพื่อพิจาณาว่าบริษัทจะดำเนินการทางธุรกิจต่อไปได้หรือไม่ หรือต้องเข้าข่ายฟื้นฟูกิจการ ซึ่งขึ้นกับผลประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทด้วยว่าจะเปลี่ยนผู้บริหารอย่างไร สอบผู้สอบบัญชี นายประสงค์ วินัยแพทย์ รองเลขาธิการ สำนักงานก.ล.ต. เปิดเผยว่าขณะนี้ ก.ล.ต.อยู่ระหว่าง ตรวจสอบผู้สอบบัญชีว่า บกพร่องในหน้าที่หรือไม่ เพราะงบการเงินรอยเนทผิดพลาดตั้งแต่ไตรมาส 1/2545 จึงต้องตรวจสอบว่าผู้สอบบัญชีมีส่วนเกี่ยว ข้องหรือไม่ เพราะหากผู้สอบบัญชีบกพร่องหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง สำนักงานก.ล.ต. สามารถกล่าวโทษผู้สอบ บัญชีได้ เพราะถือว่ามีความผิดทางวินัย เช่น พักการเป็นผู้สอบบัญชี หรือเพิกถอนการเป็นผู้สอบบัญชีบริษัทจดทะเบียน เป็นต้น แต่การตรวจสอบต้องอาศัยผู้ชำนาญวิชาชีพการบัญชีมาช่วยตรวจสอบ ส่วนการเปรียบเทียบปรับผู้เกี่ยวข้องทั้ง 7 ราย สำนักงานก.ล.ต.ส่งหนังสือไปแล้ว ขึ้นกับผู้ถูกกล่าวโทษยอมรับหรือไม่ หากยอมรับจะส่งให้คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับดำเนินการต่อไป ซึ่งจะใช้เวลาพิจารณาเปรียบเทียบปรับ 1 สัปดาห์ สศก.ลุยสอบดะ ด้านพ.ต.อ.บุญสืบ ไพรเถื่อน ผู้กำกับการ 2 กองกำกับการสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจ กล่าวว่าหลังได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบคดีที่ ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้บริหารรอยเนทจะศึกษาข้อมูลและอ่านรายละเอียดการกล่าวโทษ ก่อนจะเรียกเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต.ให้ปากคำ พร้อมนำเอกสารข้อมูลยืนยันการกล่าวโทษ ว่าบุคคลนั้นๆ มีความผิดอะไร มีหลักฐานอะไรยืนยัน ก่อนจะเรียก ผู้ถูกกล่าวหาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อ คาดว่าสัปดาห์หน้าจะชัดเจนเรื่องนี้ ทางด้านนายมนตรี ฐิรโฆไท นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย เปิดเผยว่าสมาคมฯเชิญกลุ่ม ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท รอยเนท (ROYNET) และนาย กิตติพัฒน์ ประธานกรรมการบริษัทหารือร่วมกัน วันนี้ (25 ก.พ.) การประชุมครั้งนี้จะประชุมภายใน จะมีวาระเสนอปลดกลุ่มผู้บริหารตระกูลเยาวพฤกษ์ออกจากกรรมการบริษัท และจะเลือกผู้ที่เหมาะสมเป็นกรรมการ พร้อมรับฟังนายกิตติพัฒน์ ชี้แจงแผนงานบริษัทที่นายกิตติพัฒน์จัดทำ โดยต้องการให้ผู้ถือหุ้นรอยเนทร่วมประชุมในวันศุกร์ 28 ก.พ.นี้ให้มากที่สุด เพื่อจะช่วยแก้ปัญหา โดยเฉพาะการปลดตระกูลเยาวพฤกษ์จากการบริหาร บริษัท หากผู้ถือหุ้นประชุมน้อยอาจแก้ไขอะไรไม่ได้คงต้องใช้เวลาอีกนานที่จะแก้ไข เอสเอ็มอีต้องมีที่ปรึกษาการเงิน นอกจากดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้อง ก.ล.ต.เห็นว่าจำเป็นต้องเสริมมาตรการ เพื่อช่วยนักลงทุนใช้ข้อมูลเพื่อตัดสินใจ โดยเพิ่มข้อกำหนดให้บริษัทขนาดกลาง และเล็กต้องมีที่ปรึกษาการเงินช่วยเตรียมข้อมูลที่จะเปิดเผยประชาชน ในการเสนอขายหลักทรัพย์ เพื่อให้บุคคลที่ 3 ช่วยผู้ลงทุนตรวจทานความ ถูกต้องข้อมูลที่เปิดเผย และจะประสานงานกับตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้มีมาตรการเตือน นักลงทุน ให้ระมัดระวังใช้งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็น หรือมีข้อสังเกตการปฏิบัติไม่ถูกต้อง ตามมาตรฐานบัญชี เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งการบริษัทรอยเนทแก้ไขงบการเงิน ให้เป็นไปตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป เนื่องจากพิจารณาแล้ว เห็นด้วยกับความเห็นผู้สอบบัญชี ที่แสดงความเห็นไว้ในงบการเงินงวดไตรมาส 3 ปี 2545 ว่า นโยบายรับรู้รายได้ การประมาณการรับคืนสินค้า และประมาณค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่รอยเนทใช้อยู่ไม่เหมาะสม และไม่เป็นไปตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป ต่อมาบริษัทรอยเนทแก้ไขงบการเงิน ทำให้แสดงผลขาดทุน 36 ล้านบาท จากเดิมกำไร 22 ล้าน บาท ประกอบกับช่วงดังกล่าวเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ผู้บริหารบริษัทรอยเนท โดยไม่รายงานให้ ก.ล.ต.ทราบ ก.ล.ต.จึงตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่ได้จากการตรวจค้นสถานที่ทำการบริษัทรอยเนท 3 แห่ง การสอบถ้อยคำผู้เกี่ยวข้อง เช่น ผู้สอบบัญชี ผู้บริหาร และพนักงาน เจ้าหน้าที่การตลาดบริษัทหลักทรัพย์ ร้านค้า ซึ่งเป็นลูกค้า รวมประมาณ 50 ราย และตรวจสอบบริษัทหลักทรัพย์ และธนาคาร พาณิชย์ที่เกี่ยวข้องสรุปผลตรวจสอบ และพิจารณา ความผิด ดังนี้ ข้อหาแต่งบัญชี 1. การทำบัญชีไม่ถูกต้อง ไม่ตรงความเป็นจริง และลงข้อความเป็นเท็จในเอกสาร รวมทั้งบอกกล่าว ข้อความเท็จเกี่ยวกับฐานะการเงินหรือผลดำเนินงาน เป็นความผิดตามมาตรา 56 ประกอบ 300 มาตรา 238 และ 312 การตรวจสอบพบว่าตั้งแต่ต้นปี 2545 บริษัทรอยเนทขยายช่องทางจำหน่ายสินค้า โดยวางขายอินเทอร์เน็ตการ์ดผ่านร้านค้าต่างๆ และถือเป็นวิธีปฏิบัติร้านค้าว่า หากร้านค้ายังไม่สามารถขายสินค้าได้ บริษัทจะยังไม่เรียกเก็บเงิน ซึ่งตามมาตรฐานบัญชี รอยเนทจะยังไม่สามารถรับรู้รายได้จากการวางขายสินค้าดังกล่าว แต่นายกิตติพัฒน์ ผู้บริหารที่มีอำนาจควบคุม และสั่งการงานทุกๆ ด้านของบริษัท โดยเฉพาะส่วนเกี่ยวกับการตลาด ระบบคอมพิวเตอร์ และบัญชี รวมทั้งเป็นผู้ที่รับทราบวิธีบันทึกบัญชีที่ถูกต้อง จัดการให้บริษัทรอยเนทรับรู้การวางขายสินค้าที่ ร้านค้าเป็นรายได้ทันที มีผลให้งบการเงินรอยเนทแสดงผลดำเนินงาน จากขาดทุนเป็นกำไรมาตลอด เมื่อผู้สอบบัญชีสอบถามและตั้งข้อสงสัย ลักษณะบันทึกบัญชี ดังกล่าว นายกิตติพัฒน์ก็ไม่แจ้งข้อเท็จจริงให้ผู้สอบบัญชีทราบ ก.ล.ต.จึงเห็นว่านายกิตติพัฒน์ สั่งการหรือยินยอมให้บริษัทรอยเนททำบัญชีไม่ถูกต้อง ไม่ตรงความเป็นจริงและลงข้อความเป็นเท็จในเอกสาร รวมทั้งบอกกล่าวข้อความเท็จเกี่ยวกับฐานะการเงินหรือผลดำเนินงาน ซึ่งทำให้บริษัทรอยเนทผิด ตามมาตรา 56 และนายกิตติพัฒน์ผิดตามมาตรา 56 ประกอบ 300 มาตรา 238 และ 312 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 2. การไม่รายงานการซื้อขายหลักทรัพย์ของ ผู้บริหารตามมาตรา 59 และไม่รายงานการได้มาหรือ จำหน่ายหลักทรัพย์ ที่ทำให้การถือครองหลักทรัพย์ผ่านทุก 5% ตามมาตรา 246 การตรวจสอบพบว่า นายกิตติพัฒน์ซื้อขายหุ้นรอยเนทผ่านบัญชีตนเอง และบัญชีบุคคลอื่น รวมทั้งขายหลักทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์ โดยไม่เคยรายงานตามหน้าที่ผู้บริหาร 83 รายการ และไม่ได้รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหุ้นทุกๆ 5% อีก 9 รายการ ส่วนใหญ่การซื้อขายดังกล่าว เกิดขึ้นช่วงเวลา ที่งบการเงินรอยเนทแสดงผลดำเนินงานไม่ถูกต้อง ก.ล.ต.จึงเห็นว่า นายกิตติพัฒน์มีเจตนาปกปิด หรือหลีกเลี่ยงรายงานซื้อขายหลักทรัพย์ผู้บริหารตาม มาตรา 59 และการรายงานการได้มา หรือจำหน่ายหลักทรัพย์ ที่ทำให้การถือครองหลักทรัพย์ผ่าน ทุก 5% ตามมาตรา 246 เพื่อไม่ต้องการให้ผู้ลงทุนทั่วไป ทราบความเคลื่อนไหวการถือครองหุ้นของตน เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 3. ใช้ข้อมูลภายใน (อินไซด์) ขายหลักทรัพย์ ซึ่งเอาเปรียบผู้ลงทุนทั่วไป เป็นความผิดตามมาตรา 241 ก.ล.ต. ตรวจพบว่านายกิตติพัฒน์ขายหุ้นบริษัทรอยเนทบางส่วน ช่วงที่ผู้สอบบัญชีแจ้งให้นายกิตติพัฒน์ทราบว่า ผู้สอบบัญชีจะตั้งข้อสังเกต งบการเงินไตรมาส 3 ปี 2545 เกี่ยวกับการรับรู้ รายได้จากการขายที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานบัญชี และจะระบุผลกระทบการทำงบการเงินไม่ถูกต้องในรายงานดังกล่าวด้วย ข้อเท็จจริงนี้เป็นสาระสำคัญการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้นบริษัทรอยเนท ที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน การกระทำดังกล่าวเป็นขายหลักทรัพย์โดยอาศัยข้อมูลภายใน ที่ยังไม่ได้เปิดเผยสาธารณชน เพื่อประโยชน์ของตนเอง และบุคคลอื่นเป็นการเอาเปรียบ ผู้ลงทุนทั่วไป และเป็นความผิดตามมาตรา 241 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 4. ความผิดของผู้บริหารรายอื่นนอกจากนายกิตติพัฒน์ ก.ล.ต.พบว่าผู้บริหารและอดีตผู้บริหารบริษัทรอยเนท นอกจากนายกิตติพัฒน์ รวม 7 ราย ไม่รายงานการซื้อขายหลักทรัพย์ตามหน้าที่ผู้บริหาร เป็นความผิดตามมาตรา 59 และ 1 ใน 7 รายข้างต้น ไม่รายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ที่ทำให้การถือครองหลักทรัพย์ผ่านทุก 5% ตามมาตรา 246 ก.ล.ต.จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการเปรียบเทียบ ความผิดต่อไป ก.ล.ต.ไม่ได้ดำเนินการกล่าวโทษ ผู้บริหารดังกล่าว เช่นเดียวกับนายกิตติพัฒน์ เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานว่าบุคคลเหล่านี้มีส่วนร่วม บันทึกบัญชีเป็นเท็จของบริษัท รอยเนท หรือใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหลักทรัพย์ มาตรการป้องกันปัญหาอนาคต นอกจากดำเนินการตามกฎหมายต่อกรณีรอยเนท ก.ล.ต.ยังกำหนดมาตรการเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวอนาคตอีก โดยเน้นความถูกต้องข้อมูลที่จะสะท้อนฐานะการเงิน และผลดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนดังต่อไปนี้ ให้บริษัทที่จะจดทะเบียนในตลาดใหม่ต้อง มีที่ปรึกษาการเงิน ช่วยเตรียมข้อมูลที่จะเปิดเผยประชาชน ในการเสนอขายหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาทางการเงินต้องดูแลบริษัทต่อไปอีก 1 ปี หลังจากบริษัทเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนแล้ว จากเดิมที่เคยยกเว้นข้อกำหนดดังกล่าว ขณะเดียวกัน จะกำหนดให้บริษัทที่ออก หลักทรัพย์ ต้องให้ข้อมูลและความร่วมมือที่ปรึกษาการเงินด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ผู้ลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจ มีบุคคลที่ 3 ช่วยกลั่นกรองระดับหนึ่ง คุมเข้มงบการเงินรายไตรมาส ก.ล.ต.มีแผนงานจะตรวจทานงบการเงินรายไตรมาสบริษัทจดทะเบียนโดยให้ความสำคัญรายงาน ผู้สอบบัญชี หากพบว่าผู้สอบบัญชีมีข้อสังเกตที่มีนัยสำคัญจะประสานงานกับตลาดหลักทรัพย์เพื่อ ส่งสัญญาณเตือน เพื่อให้ผู้ลงทุนระมัดระวังใช้งบการเงินดังกล่าว และจะเร่งสั่งการบริษัทชี้แจงข้อเท็จจริง หรือแก้ไขงบการเงินให้ถูกต้องโดยเร็ว พร้อมเปิดเผยการสั่งการของ ก.ล.ต. ต่อสาธารณชน ในการนี้ได้ขอความร่วมมือผู้สอบบัญชี ระบุลักษณะแสดงความเห็นงบการเงินให้ชัดเจน เพื่อให้นักลงทุนทราบว่าประเด็นที่ผู้สอบบัญชีมีความเห็น กระทบงบการเงินระดับใด จะช่วยให้ผู้ลงทุนวิเคราะห์ข้อมูลสะดวกยิ่งขึ้น นายประสารเปิดเผยว่าการกล่าวโทษบริษัท รอยเนท และนายกิตติพัฒน์ต่อสศก. และคณะกรรมการประสานงานการดำเนินคดีความผิดตามกฎหมายการเงินการคลังควบคู่กันเป็นกรณีแรกหลังตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพื่อรักษาความเชื่อมั่นนักลงทุน และส่งสัญญาณปรามผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนอื่น ที่อาจกระทำคล้ายคลึงกัน ไม่ให้ดำเนินการเพราะทางการจัดการเข้มงวด "มาตรการต่างๆ ข้างต้นจะได้ผลดี ต้องอาศัยนักลงทุนที่ต้องสนใจวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อปกป้องตนเองด้วย เพราะหากนักลงทุนสนใจมาก จะส่ง ผลบริษัทจดทะเบียนสนใจเรื่องเหล่านี้ด้วย เป็นสัญญาณเตือนไม่ให้บริษัทจดทะเบียนทำลักษณะเดียวกัน" นายประสารกล่าว นายประสารกล่าวว่า บุคคลที่ถูกกล่าวโทษ จากก.ล.ต. จะมีผลกระทบขออนุญาตกระจายหุ้นอนาคตซึ่งทำไม่ได้ แต่การจะเป็นผู้บริหารบริษัท จดทะเบียนต่อไปได้หรือไม่ ขึ้นกับการพิจารณาของตลาดหลักทรัพย์ ข้อมูลที่ก.ล.ต.เปิดเผยเพื่อประกอบการประชุมผู้ถือหุ้นวันศุกร์ที่ 28 ก.พ. หากนายกิตติพัฒน์เข้าข่ายไม่มีคุณสมบัติ เป็นผู้บริหาร (แบล็กลิสต์) ก็ยังเข้าประชุมผู้ถือหุ้นได้ เพราะยังเป็นกรรมการบริษัท แม้จะไม่ถือหุ้นในบริษัทแล้ว หรือเข้าข่ายถูกแบล็กลิสต์ก็ตาม ขึ้นกับการประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 28 ก.พ. นี้ว่าผลประชุมจะออกมาอย่างไร โทษคุก 10 ปีปรับสูงสุด 1 ล้านบาท โทษสูงสุดตามมาตรา 312 พ.ร.บ.หลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ซึ่งกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใด ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงานนิติบุคคลใด ตามพ.ร.บ.นี้ หรือยินยอมให้กระทำการต่อไปนี้ 1. ทำให้เสียหาย ทำลาย เปลี่ยนแปลง ตัดตอน หรือปลอมบัญชีเอกสาร หรือหลักประกัน บุคคล ดังกล่าว หรือที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลดังกล่าว 2. ลงข้อความเท็จ หรือไม่ลงข้อความสำคัญ ในบัญชี หรือเอกสารนิติบุคคลนั้น หรือ 3. ทำบัญชีไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน หรือไม่ตรงความเป็นจริง ถ้าการกระทำหรือยินยอมให้กระทำ เพื่อลวง นิติบุคคลดังกล่าว หรือผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์อันควรได้ หรือลวงบุคคลใดๆ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปี และปรับตั้งแต่ 5 แสนถึง 1 ล้านบาท ก่อนหน้านี้สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยเข้าชื่อทำหนังสือถอดถอนผู้บริหารตระกูล เยาวพฤกษ์ จากการบริหารบริษัทรอยเนท ประกอบด้วย นายกิตติพัฒน์ เยาวพฤกษ์ นายมนตรี เยาวพฤกษ์ นางดวงพร เยาวพฤกษ์ นายอนันท์ จารุโกศล นางสาวนิภาพร เพิ่มพูนสินชัย และนายณัฐพล กาชู คะแนนเสียง 11,505,200 หุ้น ผู้ถือหุ้นรวม 30 ราย คิดเป็น 18.86% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วของ บริษัทรอยเนท
|
| กลับหน้าแรก |