|
Harbinson Modalities
ก้าวแรกของการเริ่มเจรจาสินค้าเกษตร
รายงาน ประชาชาติธุรกิจ หน้า 12 วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2546 ปีที่ 26 ฉบับที่ 3456 (2656) ประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) จำนวน 145 ประเทศ ได้เริ่มเจรจาการค้ารอบใหม่ หรือที่รู้จักกันในนาม "Doha Development Agenda" ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2544 และมีกำหนดที่ต้องเจรจาให้เสร็จสิ้นทุกเรื่องภายในวันที่ 1 มกราคม 2548 โดยมีประเด็นสำคัญที่ประเทศกำลังพัฒนารวมทั้งประเทศไทยให้ความสำคัญมากที่สุดคือ การเจรจาเรื่องสินค้าเกษตร ล่าสุด Mr.Stuart Harbinson ประธานการเจรจาสินค้าเกษตร ได้เสนอร่างข้อตกลงว่าด้วยหลักการหรือวิธีการที่จะใช้สำหรับข้อตกลงสุดท้าย หรือ Modalities ฉบับแรกให้กับประเทศสมาชิก WTO เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2546 ซึ่งประเทศสมาชิกจะต้องหารือกันถึงร่าง Modalities ฉบับนี้ และแก้ไขเพื่อให้ได้ร่างฉบับที่ 2 ภายในเดือนมีนาคม หลังจากนั้นจะมีการเจรจากันอีกครั้งเพื่อจัดทำร่างฉบับที่ 3 ต่อไป สำหรับร่าง Modalities ฉบับแรกที่จัดทำโดย Mr.Harbinson จะประกอบไปด้วยประเด็นหลักๆ 3 ประเด็นด้วยกันคือ 1)การเข้าสู่ตลาด เช่น ภาษี และโควตา 2)การอุดหนุนภายใน และ 3)การอุดหนุนส่งออก โดยสูตรในการลดภาษีและการลดการอุดหนุนใช้สูตรเหมือนกับการเจรจาการค้าในรอบอุรุกวัย กล่าวคือ หากมีภาษีต่ำจำนวน % ที่จะต้องลดจะต่ำ แต่หากภาษีเริ่มต้นสูงจำนวน % ที่จะลดจะสูงตามไปด้วย ยกตัวอย่าง เช่น ใน Modalities กำหนดกรณีการลดภาษีไว้ 3 กรณี ได้แก่ 1)กรณีที่ภาษีสินค้าเกษตรของประเทศนั้นสูงกว่าร้อยละ 90 จะต้องลดภาษีลงเฉลี่ยร้อยละ 60 ของอัตราภาษีที่เก็บอยู่ หากเป็นสินค้าอ่อนไหวให้ลดภาษีได้ร้อยละ 45 ของอัตราภาษีที่เก็บ 2)กรณีภาษีสินค้าเกษตรต่ำกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 90 แต่มากกว่าร้อยละ 15 จะต้องลดภาษีลงเฉลี่ยร้อยละ 50 ของอัตราภาษีที่เก็บอยู่ หากเป็นสินค้าอ่อนไหวลดภาษีร้อยละ 35 ของอัตราภาษีที่เก็บ และ 3)กรณีภาษีสินค้าเกษตรต่ำกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 15 จะต้องลดภาษีลดเฉลี่ยร้อยละ 40 และอัตราขั้นต่ำร้อยละ 25 อย่างไรก็ตาม การอุดหนุนการส่งออกและการอุดหนุนภายในของประเทศพัฒนาแล้ว ถือเป็นปัญหาสำคัญของประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรเนื่องจากหลายประเทศมีการอุดหนุนภายในในปริมาณเงินสูงมาก เมื่อราคาสินค้าเกษตรในประเทศสูง ทำให้ต้องอุดหนุนการส่งออกเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ แต่วิธีการทำเช่นนั้น จะกลายเป็นการบิดเบือนราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลก สำหรับการอุดหนุนใน WTO แบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ ที่เรียกว่า Boxes เช่น Amber Box หมายถึง มาตรการอุดหนุนภายในทุกรูปแบบที่บิดเบือนการผลิตและการค้า ซึ่งในร่าง Modalities ฉบับนี้กำหนดให้ลดการอุดหนุนลงร้อยละ 60 ภายใน 5 ปี ส่วนประเทศกำลังพัฒนาให้ลดการอุดหนุนลงร้อยละ 40 ในเวลา 10 ปี อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการลดรวมทั้งอัตราที่จะลดภาษี ยังเป็นประเด็นที่ประเทศสมาชิกต้องหารือกันอีกครั้งว่า ควรจะอยู่ในระดับใด นอกจากนี้ท่าทีของหลายประเทศยังมีความแตกต่างกันเช่น สหภาพยุโรปและญี่ปุ่น ต้องการให้ปกป้องสินค้าเกษตร ขณะที่กลุ่มแคร์นส์ ต้องการให้ลดภาษีสินค้าเกษตร ลดการอุดหนุนภายในและอุดหนุนส่งออก ทำให้เห็นว่า ท่าทีของทั้งสองฝ่ายยังอยู่ห่างไกลกันมาก จนหลายฝ่ายเกรงว่าการเจรจารอบโดฮาจะต้องยืดเยื้อหรือล้มเหลวจากสาเหตุของความแตกต่างในเรื่องข้อเสนอของการเจรจาสินค้าเกษตรก็ได้ ทางด้าน ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) ให้ความเห็นว่า ไทยจะได้ประโยชน์จากการเจรจาสินค้าเกษตรภายใต้ WTO เนื่องจากปัจจุบันไทยไม่สามารถเปิดตลาดสินค้าเกษตรในบางประเทศได้ รวมทั้งหลายประเทศมีการอุดหนุนสินค้าเกษตรสูง ส่งผลให้ไทยไม่สามารถแข่งขันได้เท่าที่ควร ทั้งนี้หลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ที่มีท่าทีคัดค้านความตกลงสินค้าเกษตรมาก จะต้องพยายามเข้าใจว่า การเจรจาครั้งนี้เป็นการเจรจาแบบทุกเรื่องรวมกัน (single undertaking) ดังนั้น หากญี่ปุ่นต้องการได้เรื่องอื่นในการเจรจาหัวข้ออื่น ญี่ปุ่นอาจจะต้องยอมรับข้อเสนอในเรื่องสินค้าเกษตรหรือยอมประนีประนอมกับประเทศสมาชิก WTO อื่นๆ อย่างไรก็ตาม ดร.ศุภชัยเห็นว่า เรื่องสินค้าเกษตรถือเป็นกุญแจสำคัญของการเจรจาการค้าโลกรอบนี้ เพราะเป็นประเด็นที่ประเทศกำลังพัฒนาให้ความสนใจมากและต้องการให้มีการแก้ไข ดังนั้นหากการเจรจามีปัญหา เชื่อแน่ว่าจะกระทบกับการเจรจาเรื่องอื่นๆ ใน WTO ด้วย ขณะนี้ตนยอมรับว่า ท่าทีของแต่ละประเทศยังห่างกันมาก แต่เชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วจะสามารถตกลงกันได้ด้วยเจตจำนงทางการเมือง (political will)
|
| กลับหน้าแรก |