|
เรื่อง
หนี้เชิงนิเวศ (Eco Dept)
วิทยาลัยวันศุกร์ ครั้งที่ 131 วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2545 นำเสวนาโดย ร.ศ. ด.ร.เริงชัย ตันสกุล , ผ.ศ.ประสาท มีแต้ม ,คุณ วิลาศ เตชะไพบูลย์ หนี้คืออะไร ถ้าเรามีรายจ่ายมากกว่ารายรับ ก็เป็นหนี้ นิเวศ คือ ที่อยู่อาศัย (เช่นหมู่บ้านเมืองทองนิเวศ เป็นต้น) แล้วหนี้เชิงนิเวศคืออะไร · ธรรมชาติมีการทวงหนี้คืนจากการหยิบยืมธรรมชาติมาใช้มาก เช่นการเกิดพายุ น้ำท่วม ทำให้คนตายมากมาย ความสมดุลของธรรมชาติเป็นสิ่งที่เปราะบางมาก ถึงแม้ธรรมชาติจะสามารถปรับฟื้นตัวได้ดี แต่ถ้าเลยจากจุดๆหนึ่งแล้ว ระบบนิเวศนั้นก็จะพังทลายลงอย่างมิอาจกลับคืนได้อีก แต่ที่สำคัญจุดนี้มันอยู่ตรงไหน? เราไม่อาจรู้ได้ · หนี้ในทางเศรษฐศาสตร์นั้นเกี่ยวพันโดยตรงกับการก่อให้เกิดผลกระทบทางธรรมชาติ แล้วธรรมชาติมันก็จะตีกลับมาหาเราให้เราจะต้องเป็นผู้ใช้หนี้ ประเทศร่ำรวยที่เป็นเจ้าหนี้ จะกลายเป็นลูกหนี้ทันทีถ้ามองไปที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมา ประเทศฮอนดูรัสเกิดพายุเฮอริเคนครั้งใหญ่ แต่ยังต้องจ่ายหนี้แก้เจ้าหนี้ต่างชาติก่อนเงินที่เหลือจึงนำไปช่วยคนในประเทศเอง ทั้งที่เกิดจากอากาศแปรปรวนที่เป็นเหตุของพายุครั้งร้ายแรงนี้ เป็นเพราะภาวะเรือนกระจกที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศเจ้าหนี้ทั้งสิ้น · เกียวโตคอนเวนชัน ในอนาคตจะใช้ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมา เป็นเงินแท้จริงที่ประเทศที่ปล่อยเกินจะต้องจ่าย มีการคำนวณว่าถ้าประเทศอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ 8 ประเทศ หรือ G8 ยังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เหมือนเดิม ในอีก 50 ปีข้างหน้า เราต้องไปหาโลกใหม่อยู่อีก 2 โลก ถ้าดูความสมบูรณ์โดยคิดที่ปี 1970 เป็น 100% ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 65% ใน 32 ปี · ประเทศหนึ่งมาสั่งให้เราผลิตของแล้วซื้อไป แต่จริงๆแล้วค่าของที่ซื้อไปไม่ได้รวมค่ามลภาวะของเสียที่เกิดขึ้นด้วย โดยที่เราไม่รู้ว่าต้นทุนจริงๆทางสิ่งแวดล้อมที่เสียไปเป็นเท่าไร ซึ่งเป็นการมาหลอกให้เราทำการผลิต แล้วทิ้งความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติให้ตกกับประเทศไทย โดยที่ไม่มีการรวมมูลค่าความเสียหายเหล่านี้ลงไปในมูลค่าของสิ้นค้าด้วย · กุ้งที่เราทำมาไม่สามารถส่งออกได้เพราะมีสารพิษในกุ้งเกินมาตรฐาน อันที่จริงแล้วน้ำที่เลี้ยงกุ้งก็มีสารพิษเกินมาตรฐานอยู่แล้ว จากมลภาวะที่ตกค้าง ซึ่งใครจะรับผิดชอบ การเลี้ยงกุ้งนั้น อย่าเลี้ยงให้มีกำไรมาก หากเลี้ยงได้ในบ่อขนาด 100 ไร่ เลี้ยงตามธรรมชาติ ใส่ลูกกุ้งบางๆ ไม่ต้องให้อาหารก็ได้ และมีกำไรทุกครั้ง ทำอะไรต้องไม่คิดถึงกำไรให้มาก แต่ให้คำนึงถึงศีลธรรม ต้องมีหิริ-โอตตัปปะ อย่าเอากำไรมาก ศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศดังที่ท่านอาจารย์พุทธทาสได้กล่าวไว้ · ลูกเหม็นเป็นของเสียจากการผลิตและถือเป็นมลภาวะที่ต้องทิ้ง แต่เอามาขายให้โลกที่ 3 ทั้งๆที่ลูกเหม็นเป็นสารก่อมะเร็งที่น่ากลัวมาก โดยจะทำให้เยื่อเมมเบรนของผนังเซลแตกและของเหลวภายในจะไหลออกมา ลูกเหม็นให้ใช้เฉพาะประเทศโลกที่สามเท่านั้น ทางยุโรปเองไม่ให้ใช้ · ดีดีที (DDT ) ในตอนเริ่มแรกเคยทำให้อินเดียรอดจากมาเลเรียปีละ 10 ล้านคน แต่ปัจจุบันสาร DDT ที่ฉีดไป มีตกค้างอยู่ในทุกๆที่ ซึ่ง 20 ปีจะลดความเป็นพิษลงมาครึ่งหนึ่ง จนกระทั่งอเมริกาพบว่านกอินทรีหัวขาวหายไปเพราะมันไปทำให้ไข่เปลือกบางฟักไม่ได้ ประเทศไทยยังใช้อยู่เพราะมีราคาถูกและใช้ได้ครอบจักรวาล ทุกวันนี้เราจึงมีโรคตับ โรคไต และโรคประสาทมาก · น้ำยาล้างห้องน้ำซึ่งใช้หมดแล้วห้ามทิ้งกระป๋องลงในแหล่งน้ำ? แต่ตอนล้างที่เทน้ำยาลงน้ำกลับไม่กล่าวถึง ในที่สุดน้ำล้างห้องน้ำนี้ก็ปล่อยออกมาสู่ผืนดินและแม่น้ำลำคลอง น้ำในคลองอู่ตะเภานั้นปัจจุบันใช้กินไม่ได้ เพราะมีน้ำเสียมากมายจากโรงงาน 2 ข้างแม่น้ำ ตอนนี้ชาวบ้านริมคลองต้องซื้อน้ำกิน ต่อไปคงต้องซื้อน้ำอาบ การใช้น้ำประปาที่สิ้นเปลืองของชาวเมืองหาดใหญ่ในอีกมุมหนึ่งก็คือการไปปล้นน้ำมาจากสะเดานั่นเอง เป็นหนี้ทางนิเวศที่คนเมืองติดหนี้อยู่โดยไม่รู้ตัว · ถ้าเราบวกมูลค่าของความเสียหายของระบบนิเวศเข้าไป ประเทศที่เป็นเจ้าหนี้จะกลับมาเป็นลูกหนี้ทันที ประเทศที่รวยเพราะเอาเปรียบธรรมชาติมาก จึงเป็นหนี้ธรรมชาติมากสุด และต้องเอาเงินมาใช้เราด้วยซ้ำเพราะเขาทำให้เราเสียหาย เป็นความชอบธรรม ที่ประเทศโลกที่สามจะหักลบกลบหนี้ไป แล้วทวงหนี้กลับคืนมาด้วยซ้ำ · ทุกประเทศในโลกล้วนเป็นหนี้ทางเศรษฐกิจทั้งนั้น อเมริกาเป็นหนี้มากที่สุด แต่เพราะมีการตกแต่งหน้าตาเอาไว้ดี จึงดูเหมือนว่ามีความร่ำรวย หนี้ทางเศรษฐกิจนั้นมีความสัมพันธ์โดยตรงกับหนี้ทางธรรมชาตินิเวศ ตัวเลขหนี้สินของประเทศนั้นๆบอกถึงหนี้ทางนิเวศที่ประเทศนั้นได้ก่อขึ้นโดยตรง · หนี้คือภาระที่ต้องชดใช้ ไม่ว่าจะเป็นไปตามกฎของสังคม, กฎแห่งกรรม, และกฎธรรมชาติ การก่อมลภาวะให้ธรรมชาติมีทางตรงกับทางอ้อม ทางตรงคือการปล่อยสารพิษสู่อากาศ น้ำโดยตรง ทางอ้อมเช่นการปลูกพืชผลิตอาหารซึ่งใช้สารเคมีให้เกิดมลพิษ ระบบนิเวศเป็นเจ้าหนี้ที่แท้จริง และกำลังจะมาทวงหนี้เรา ประเทศที่พัฒนาแล้ว มีการหยิบยืมจากธรรมชาติมาใช้มากกว่าบุคคลทั่วๆไป ทำให้มีผลต่อคนทั้งโลก เกิดพายุ น้ำท่วม และภัยธรรมชาติต่างๆ แต่ก่อน 10 ปีจึงจะมีพายุลูกใหญ่ๆสักลูก แต่เดี๋ยวนี้1 ปีเจอ 10 ลูก มนุษย์ทำลายนิเวศ นิเวศก็กลับมาทวงหนี้ · เราทุกคนล้วนเป็นคนสร้างหนี้ทั้งนั้น ทำอย่างไรให้เราลดหนี้ลง เราต้องเปลี่ยนกรอบคิดใหม่ ให้เห็นถึงหนี้ที่มากกว่าในเชิงเงินตราแต่รวมถึงหนี้ทางนิเวศด้วย ยิ่งเราบริโภคมาก ระบบนิเวศก็จะยิ่งถูกเหยียบย่ำไปเป็นพื้นที่มากขึ้นและลงลึกถึงราก เราจึงควรบริโภคให้น้อย เท่าที่จำเป็น คิดให้ไกลกว่าเงินทอง มองถึงสมดุลของธรรมชาติและเมื่อนั้นเราจะสร้างหนี้นิเวศน้อยลง · เราควรจะลุกขึ้นสู้ ไม่ยอมให้ปรับโครงสร้างหนี้เป็นการผลักภาระหนี้มาให้เราอีก เพราะที่ผ่านมาประเทศเจ้าหนี้ของเรานั้น ได้เป็นหนี้ทางนิเวศกับประเทศกำลังพัฒนาอย่างที่ไม่มีทางจะจ่ายคืนได้ ป่าไม้ที่ถูกทำลายเพื่อปลูกมันสำปะหลังส่งขายยุโรป ปลาเล็กปลาน้อยในทะเลที่มีความสำคัญกับห่วงโซ่อาหาร แต่ถูกจับส่งขายเป็นปลากะตัก สิ่งเหล่านี้มีมูลค่ามหาศาลที่เราไม่เคยได้ทวงคืนมาจากประเทศเจ้าหนี้ที่ซื้อเอาไปบริโภคแต่อย่างไร
|
| กลับหน้าแรก |