ไทยเจอปัญหาภาวะเงินฝืดจริงหรือ!!!!

http://www.mcot.or.th/economic/reports.php?id=11240

พลันผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แสดงความเป็นห่วงปัญหาอัตราเงินเฟ้อต่ำและอาจนำไปสู่ปัญหาภาวะเงินฝืดในอนาคตอันใกล้

ทำเอาผู้คนในสังคมนี้ตกอกตกใจ วิตกวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เพราะเกรงว่าเมืองไทยจะเจอปัญหาภาวะเงินฝืด โดยเฉพาะนักวิชาการเศรษฐศาสตร์หลายต่อหลายคนได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านสื่อต่างๆจนทำให้ผู้คนเกิดความรู้สึกอยากรู้ อยากเข้าใจ

เงินฝืดมันเป็นยังไง (ว่ะ) มันแย่กว่าเงินเฟ้อตรงไหน ประเทศไทยจะเป็นอย่างไรถ้าเกิดปัญหาเงินฝืด

ในหนังสือพจนานุกรมศัพท์เศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการธนาคารของวิทยากร เชียงกูล ให้นิยามว่า เงินฝืด (Deflation) หมายถึงการที่ระดับราคาของสินค้าโดยทั่วไปหรือปริมาณเงินหมุนเวียน การจับจ่ายใช้สอยลดลง บางครั้งระดับราคาอาจไม่ลดลง แต่การเติบโตของเศรษฐกิจช้าลงเพราะมีปริมาณเงินหมุนเวียนและการจับจ่ายใช้สอยช้าลง ส่วนเงินเฟ้อ (Inflation) หมายถึงภาวะราคาเฟ้อหรือเงินเฟ้อ เป็นสภาพเศรษฐกิจที่ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นและมีแนวโน้มที่มูลค่าของเงินจะลดลงเพราะอำนาจซื้อมีมากกว่าสินค้าและบริการที่ผลิตได้

ที่หลายคนแปลกใจว่าเมืองไทยจะเกิดปัญหาเงินฝืด เพราะว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการจับจ่ายผ่านงบประมาณขาดดุลต่อเนื่องมาหลายปี อีกทั้งมีการกระตุ้นการบริโภคอย่างเต็มที่ ทั้งผ่านมาตรการการคลัง และมาตรการทางการเงิน และประชาชนคนไทยเองก็จับจ่ายกันเต็มที่ ดูได้จากยอดขายสินค้าของธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค ยอดขายสินค้ารถยนต์เติบโตขึ้นทุกเดือน

แต่เงินเฟ้อยังต่ำอยู่นั่นเองและต่ำต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เฉพาะปีนี้เงินเฟ้อน่าจะปรับขึ้นบ้างเพราะมีการกระตุ้นการจับจ่ายค่อนข้างมากโดยเฉพาะมีการปรับลดเกณฑ์รายได้ของผู้ถือบัตรเครดิต ทำให้มีจำนวนผู้ถือบัตรเครดิตในระบบเพิ่มขึ้น และปรากฏว่าการจับจ่ายผ่านบัตรแต่ละเดือนก็พุ่งกระฉูดอย่างเห็นได้ชัด แต่อัตราเงินเฟ้อ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม ๒๕๔๕ กลับอยู่ที่ร้อยละ ๐.๒ ทำให้ธปท.ขอเวลา ๒ สัปดาห์เพื่อหาสาเหตุว่าเป็นเพราะเหตุใด

เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าการที่อัตราเงินเฟ้อนในประเทศไทยต่ำในตอนนี้เป็นภาวะเงินฝืดหรือไม่ ไปตามความเห็นของบรรดานักวิชาการเศรษฐศาสตร์เขาอธิบายกันดีกว่า

ท่านแรก ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยธนาคารไทยธนาคารให้ความเห็นว่า “การที่เงินเฟ้อต่ำในขณะนี้ ยังไม่ใช่สัญญาณบ่งชี้ว่าเมืองไทยจะเกิดปัญหาภาวะเงินฝืด เพราะภาวะเงินฝืดคือภาวะที่อุปสงค์ภายในประเทศ ความต้องการต่างๆลดลงอย่างมากซึ่งมีผลทำให้ราคาสินค้าลดลง”

ดร.อนุสรณ์ย้ำว่า การที่เงินเฟ้อต่ำเป็นผลจากการที่ภาคการผลิตมีการผลิตออกมาจำนวนมาก แม้อุปสงค์โดยรวมจะดีขึ้นแต่ยังไล่ไม่ทันเพราะประสิทธิภาพการผลิตของภาคการผลิตดีขึ้น สามารถผลิตสินค้าได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำมากขึ้นจึงทำให้สามารถลดราคาสินค้าได้ อีกทั้งได้รับอานิสงส์จากปัจจัยภายนอกซึ่งมีสินค้าหลายประเภททั่วโลกผลิตเกินความต้องการ ประกอบกับการที่สหรัฐมีการออกกฏหมายอุดหนุนภาคการเกษตรทำให้เกษตรกรของสหรัฐสามารถขายราคาดัมพ์ตลาดทั่วโลกได้ ขณะที่ราคาน้ำมันก็ไม่ได้แพงขึ้น ดูแล้วเป็นเรื่องของโครงสร้างเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตด้วย

“ปัญหาเงินเฟ้อต่ำจึงไม่ใช่สัญญาณว่าจะเกิดภาวะเงินฝืดในเมืองไทย แต่ถ้าถามว่ามีโอกาสที่จะเกิดภาวะเช่นนั้นได้หรือไม่ ผมคิดว่าถ้าปัญหาเงินเฟ้อต่ำอีก ๕-๖ เดือนค่อยว่ากันว่าจะเกิดหรือไม่เพราะปัจจุบันความต้องการต่างๆยังเพิ่มขึ้น การจับจ่ายภาคประชาชนดีขึ้น” ถ้าเกิดปัญหาเงินฝืดขึ้นจริงๆล่ะ เมืองไทยจะเป็นอย่างไร ดร.อนุสรณ์เฉลยว่า ถ้าเกิดขึ้นจริงๆผลก็คือเศรษฐกิจมีการขยายตัวช้า ฟื้นช้า เหมือนที่เกิดขึ้นในบางประเทศ ถ้าเป็นเช่นนั้นนโยบายการเงินคงต้องใช้แนวทางการลดดอกเบี้ยลงอีก เพราะในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี การใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำไม่ใช่เรื่องเสียหาย อีกทั้งจะลดแรงกดดันต่อปัญหาอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าในขณะนี้ด้วย แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีการพิจารณาดำเนินการด้วยความรอบคอบ

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในความเห็นส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่ภาวะเงินฝืด เพราะการบริโภคภาคประชาชนยังมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากการที่รัฐบาลได้ใช้นโยบายกระตุ้นการบริโภคผ่านมาตรการต่างๆอาทิ กองทุนหมู่บ้าน ธนาคารประชาชนและอื่นๆ ถ้าเงินฝืดหมายความว่าประชาชนไม่จับจ่ายใช้สอยเก็บเงินไว้เฉยๆ ซึ่งตนเชื่อว่าในวัฒนธรรมไทยนั้นแทบจะไม่มีโอกาสเกิดปัญหาภาวะเงินฝืดเลยด้วยซ้ำ

ส่วนกรณีของเงินล้นระบบธนาคารนั้น ตอนนี้เท่าที่ดูธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งก็มีการขยายสินเชื่อได้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่ไม่มีการปล่อยกู้ ที่เงินเฟ้อต่ำในตอนนี้เป็นภาวะการณ์ที่เป็นไปทั่วโลกคือมีการผลิตเกินความต้องการ และต้องลดราคาสินค้าลง ราคาขึ้นไม่ได้แต่ความต้องการบริโภคยังมีแนวโน้มที่ดี

ดร.นิเวศน์กล่าวว่า ในอนาคตการที่รัฐบาลใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยลงตามข้อจำกัดของการใช้งบประมาณอาจมีผลให้การบริโภคลดลงนั้น คงจะต้องพิจารณาว่ามีเงินรายได้ส่วนอื่นเข้ามาชดเชยหรือไม่ โดยเฉพาะรายได้ภาคการส่งออกและภาคการลงทุน ตนคิดว่านิสัยของคนไทยไม่ทำให้เกิดปัญหาภาวะเงินฝืดขึ้นง่ายๆในเมืองไทย

นายอาชว์ เตาลานนท์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตอนนี้พูดกันมากไปเอง ผมคิดว่าไม่ใช่สถานการณ์เงินฝืด ดูอย่างตัวเลขยอดขายรถยนต์นั้นขยายตัวทุกเดือน ยอดขายสินค้าภายในประเทศขยายตัว แสดงว่าความต้องการสินค้าและบริการยังมีมากขึ้น เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดภาวะเงินฝืดขึ้น ส่วนการที่เงินเฟ้อต่ำเป็นเพราะผู้ผลิตสินค้ามีการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ก่อนหน้านี้กำลังการผลิตใช้ประมาณร้อยละ ๔๐ เดี๋ยวนี้มีการใช้กำลังการผลิตเกือบร้อยละ ๗๐ แล้ว เมื่อมีการใช้กำลังผลิตเพิ่มขึ้นแสดงว่าความต้องการสินค้าและบริการโดยรวมสูงขึ้น อย่างนี้จะเกิดปัญหาเงินฝืดได้อย่างไร เรื่องนี้ผู้ประกอบการไม่ได้วิตกกังวลเลย

ด้านนายสมภพ มานะรังสรรค์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า แม้อัตราเงินเฟ้อจะไม่ติดลบ แต่จากแนวโน้มและปัจจัยแวดล้อม คงต้องยอมรับว่ามีโอกาสอย่างมากที่ไทยจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืด

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดเงินฝืด ก็เนื่องจากการส่งออกของไทย ที่ในแง่ปริมาณการขายได้มากขึ้น แต่ราคากลับลดลงจากการแข่งขันกับคู่แข่งในการส่งออก ขณะที่การผลิตสินค้าภายในประเทศขณะนี้ ก็ไม่สามารถปรับเพิ่มราคาขายขึ้นได้ เนื่องจากเกรงว่าผู้บริโภคจะไม่ซื้อสินค้า ผู้ปะกอบการจึงเลือกที่จะเพิ่มกำลังการผลิตและลดราคาจำหน่ายสินค้าลง ดังนั้นดัชนีราคาผู้บริโภคจึงลดลงตามลำดับ จนใกล้ระดับที่จะติดลบอยู่ในปัจจุบัน

“นอกเหนือไปจากประเทศไทยแล้ว ยังมีอีกหลายประเทศที่เริ่มเข้าสู่สถานการณ์เงินฝืดแล้วเช่นกัน เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐ และจีน ขณะเดียวกันก็มีหลายคนตั้งคำถามว่า ไทยเข้าใกล้สถานการณ์ของญี่ปุ่นแล้วหรือไม่ ในความเห็นส่วนตัวยอมรับว่า มีหลายปัจจัยที่ชี้ว่าสถานการณ์ของไทยกับญี่ปุ่นใกล้เคียงกัน ทั้งตลาดหลักทรัพย์ เงินฝืด และระดับของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำ”

นายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อาจารย์จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวว่า เศรษฐกิจของไทยที่ผ่านมาเติบโตขึ้นได้ด้วยแรงกระตุ้นด้วยการใช้จ่ายของรัฐบาล แต่สถานการณ์เงินฝืดที่กำลังจะเกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่า การใช้จ่ายเริ่มที่จะไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้แล้ว ดังนั้นคำถามคือ รัฐบาลจะเพิ่มการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปอีกได้นานเพียงใด

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ไม่ห่วงว่าจะเกิดภาวะเงินฝืดเกิดขึ้น แต่ก็ได้เตรียมการไว้ไม่ประมาท จึงไม่มีปัญหา สำหรับเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวเป็นเพราะเศรษฐกิจสหรัฐไม่ดี แต่จุดนี้แก้ไขได้ด้วยการพยายามหาดุลยภาพอื่นเข้ามาแทนได้

“ขณะนี้ไม่คิดว่า เงินฝืดหรือยัง แต่ที่ทำคือ พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ และทำงานให้หนักขึ้น สำหรับเศรษฐกิจไทยนั้น ขณะนี้ภายในประเทศดีขึ้นแล้ว แต่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจสหรัฐ จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มาก ส่วนนโยบายการเงินการคลังสามารถจะปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ "

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หากพิจารณาจากระดับราคาสินค้ามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ต่ำเกินไป จึงเป็นเรื่องลำบากในการปรับตัวของเอกชน และเอกชนยังอยู่ในภาวะเสี่ยง จึงประมาทไม่ได้ ฉะนั้นจะต้องติดตามสถานการณ์ไปสักระยะหนึ่ง โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังไม่ดี และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก เพราะเศรษฐกิจสหรัฐเป็นเศรษฐกิจหลักของโลก เมื่อได้รับผลกระทบจึงมีผลในวงกว้าง และยังไม่สามารถคาดการณ์อนาคตของเศรษฐกิจสหรัฐได้ ซึ่งธนาคารฯได้ให้ความสนใจนำปัจจัยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และมารวมใช้ในการประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ด้วย และยังคงยืนยันอัตราการขยายตัวปีนี้ไว้ที่ระดับร้อยละ ๒.๘-๓.๐ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี)

ระดับราคาสินค้าที่ลดลงเกิดขึ้นนับตั้งแต่การส่งออกเริ่มติดลบในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ๒๕๔๔ ต่อเนื่องมาถึงไตรมาสที่สองของปี ๒๕๔๕ เพราะฉะนั้น ภาคเอกชนจึงยังไม่ผ่านพ้นสถานการณ์ที่จะประมาทไม่ได้อยู่ต่อไป ส่วนนโยบายการเงินในขณะนี้ ถือว่า บรรยากาศทั่วไปสอดคล้อง อย่างไรก็ตาม หากปัจจัยแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปจากที่เป็นอยู่ก็ต้องพิจารณาต่อไป แต่ขณะนี้สภาพตลาดมีความผันผวนมากกว่า

เอาละครับ ฟังความเห็นของบรรดาเกจิทางเศรษฐศาสตร์หลายต่อหลายท่านแล้ว คงตอบได้นะครับว่าประเทศไทยตอนนี้เจอปัญหาภาวะเงินฝืดหรือยัง…

กำภู ภูริภูวดล รายงาน

 

กลับหน้าแรก